ศุภชัย ใจสมุทร ชี้แจงการตัดสินใจสนับสนุนการต่ออายุสัมปทานทางด่วนโดยอิงเหตุผลจากการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และประชาชน พร้อมยืนยันว่าการประนีประนอมยอมความกับบริษัท เบม (BEM) เป็นทางออกที่ลดความเสียหายและเกิดประโยชน์ร่วมกันภายใต้การเจรจาของกระทรวงคมนาคม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผม ขออนุญาตอภิปรายเรื่องนี้ในเวลาอันสมควรในฐานะที่ผมเองเคยเป็นคณะกรรมาธิการคณะนี้ เหมือนกัน สิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่าในการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการในขณะนั้นเราพิจารณากันอย่างเต็มที่ รับฟังรอบด้านเพื่อที่จะรักษา ผลประโยชน์ของแผ่นดิน รักษาผลประโยชน์ของประเทศของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ของพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในกรณีเรื่องทางด่วน เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนั้นก็ได้อภิปรายไปแล้ว แล้วผมจะ ไม่อภิปรายรายละเอียด เพียงแต่อยากจะกราบเรียนว่าการที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางท่าน เมื่อสักครู่ท่านได้อภิปราย ผมจะไม่เอ่ยนามท่าน แต่ท่านใช้ถ้อยคําในลักษณะที่ ทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความไขว้เขวหรือเกิดความสับสนได้ว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ ดําเนินการเพื่อเป็นประโยชน์กับเอกชนผู้รับสัมปทาน ซึ่งถ้าท่านพูดแล้วก่อให้เกิดความรู้สึก อย่างนี้กับประชาชนแล้วผมคิดว่าผมเสียหาย เหตุผลเพราะว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เฉพาะเรื่อง ทางด่วน ผมได้ลงมติเห็นว่าควรที่จะได้ต่ออายุสัมปทาน เพราะคิดว่าการต่ออายุสัมปทาน น่าจะเป็นประโยชน์กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพนักงานของ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยและประชาชน เหตุผลตรงนั้นเมื่อสักครู่ท่านพูดถึงเรื่องของ คดีความ ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานอีกครั้งครับ ผมจะไม่เข้าสู่รายละเอียด แต่ผมอยากจะเรียนว่าแท้จริงแล้วประเด็นที่คณะกรรมาธิการพิจารณาก็คือว่าถ้าจะปล่อยให้ มีการสู้คดีต่อไป คดีที่มันเคยแพ้และมีบรรทัดฐานในเรื่องเดียวกันแนวโน้มก็จะแพ้อีก และความเสียหายมันก็จะเกิดขึ้นในฐานะเป็นผู้แพ้คดี และต้องชําระเงินค่าเสียหายตามที่ ถูกฟ้องร้อง ซึ่งตรงนั้นมันไม่เป็นประโยชน์ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่ากรณี การประนีประนอมยอมความกันนั้นหลักมันก็คือว่าทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงระงับข้อขัดแย้ง ข้อพิพาทซึ่งกันและกัน ไม่ว่าในขณะนั้นในอดีตหรืออนาคตโดยที่จะต้องผ่อนผันให้แก่กัน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วในฐานะกรรมาธิการในขณะนั้นผมเองผมก็คิดว่าถ้าเป็นกรณี ที่จะต้องประนีประนอมยอมความกัน เราก็ไม่มองไปในอนาคตแล้วละครับว่ามันมีคดีไหน ที่มีโอกาสจะชนะบ้างหรือจะแพ้ ไม่แพ้ แต่มาคิดว่ากันว่าถ้าตรงไหนมันมีจุดอันเหมาะสมและเป็นประโยชน์ของทุกฝ่ายต่างก็ผ่อนผัน ให้แก่กัน นี่คือประเด็นที่ผมได้ตัดสินใจสนับสนุน และผมคิดว่าผมก็ตัดสินใจได้ถูกต้อง เพราะสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าหลังจากนั้นคณะรัฐมนตรีก็ได้ไปพิจารณาเรื่องนี้ และผู้ที่เป็นเจ้าของงานนี้ก็คือกระทรวงคมนาคม ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ผมได้มีโอกาสติดตามในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคือท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรค เป็นรัฐมนตรีตรงนั้น เราได้ติดตามสอบถามท่านในที่ประชุมของพรรคว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร แล้วท่านก็ชี้แจงให้ทราบว่าสิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาเรื่องของการต่ออายุสัมปทาน ในเรื่องของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยหรือไม่อย่างไร มีอยู่บนพื้นฐานเดียวกันก็คือ การรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก รักษาผลประโยชน์ของการทางพิเศษ แห่งประเทศไทย รักษาผลประโยชน์ของพนักงานของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้ถ้าใครได้ติดตาม ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนได้ติดตาม จะได้พบว่าในห้วงที่หลังจากที่ได้มีการเจรจากันระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และผู้รับสัมปทานคือบริษัท เบม (BEM) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม โดยท่านรัฐมนตรีก็ได้มีการเจรจาต่อรองในเรื่องต่าง ๆ ในเรื่องห้วงเวลา ในเรื่องของ ค่าเสียหาย เรื่องอะไรต่าง ๆ แล้วพบว่าเรื่องบางเรื่องที่เราเสนอไปกระทรวงคมนาคมก็ไม่ได้ เอาตามที่เราว่า แต่ท่านได้ไปต่อรองที่เป็นประโยชน์ยิ่งกว่าที่เราเสนอแนะไป ผมจะไม่เข้าสู่ รายละเอียด เพียงแต่จะบอกว่าในที่สุดในช่วงจุด ๑๕ ปี ๘ เดือน ที่มีการตกลงกันใหม่มันเป็น ตัวเลขระยะเวลาที่กระทรวงคมนาคม โดย สนข. ได้ไปร่วมพิจารณาด้วยแล้วเห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นที่มาที่วันนี้มีการตกลงเรื่องการเจรจา แล้วก็ ลงนามกัน แล้วก็มีการถอนฟ้อง ถอนคดีกันทั้งหมด ๒-๓ วัน ๓-๔ วันที่ผ่านมาในวันหยุด ท่านเห็นว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยท่านผ่านไปไหนไม่ต้องจ่ายเงินค่าทางด่วน เหตุผล เพราะเรื่องเหล่านี้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นข้อตกลงที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไปต่อรองกับบริษัท เบม (BEM) ว่าถ้าในกรณีวันหยุด วันนักขัตฤกษ์ ไม่ต้องคิดเงิน วันนี้ท่านศักดิ์สยามก็ได้มีการเจรจากับบริษัท เบม (BEM) แล้วบริษัท เบม (BEM) ก็ยอม ในที่สุดวันนี้ถ้าท่านอยู่กรุงเทพฯ ท่านขึ้นด่านไหนของการทางพิเศษ แห่งประเทศไทย ของทางด่วน ท่านเข้าฟรี ท่านคิดไหมครับว่าการที่ท่านไปเข้าฟรี ๆ มันมี ที่มาที่ไปอย่างไร ที่มาที่ไปก็คือท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไปเจรจาว่ากรณีอย่างนี้อย่าเก็บเงิน นี่คือที่มา แล้วท่านก็มีที่ไปของท่านว่าล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์กับประชาชน เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เรามองผ่านก็มองได้ ผมจะไม่พูดถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียว แต่พูดเรื่องประเด็นนี้ว่า จริง ๆ แล้ววันนี้เราไม่พูดในเรื่องอย่างที่ท่านประธานว่า เราไม่เข้าสู่รายละเอียดว่าพิจารณา กันอย่างไร เพียงแต่จะบอกว่าวันนั้นในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นกรรมาธิการ ผมทําหน้าที่เป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยที่ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และผมคิดว่าวันนี้พี่น้องได้โปรดจดจําเถอะครับว่าสิ่งที่ผมทําเป็นการทําดี ประโยคที่ว่า ใครทําอะไรไว้ขอให้พี่น้องได้จดจํา ผมยืมประโยคจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาด้วย เช่นเดียวกันว่าโปรดจําเถอะครับ การทําให้เอกชนได้สัมปทานทางด่วนต่อไป ๑๕ ปี ๘ เดือน ผมเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนเพราะคิดว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ