ประวิตร แจงร่างกฎหมายเบี้ยประชุมศาลปกครอง ยึดหลักความเหมาะสม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ประวิตร บุญเทียม ชี้แจงเหตุผลการเสนอร่างกฎหมายเพื่อกำหนดเบี้ยประชุมใหญ่ในศาลปกครองสูงสุด พร้อมอธิบายว่าเป็นภาระงานนอกเหนือหน้าที่ปกติ และมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ ไม่ใช่เงินตอบแทนหลัก โดยคาดว่าใช้งบประมาณไม่เกิน 11 ล้านบาทต่อปีตามการคำนวณสูงสุด

นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าศาลปกครองสูงสุด

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ ผม นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ผู้แทนศาลปกครอง ขอกราบเรียน ต่อท่านประธาน แล้วก็ที่ประชุมถึงข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกตามลําดับนะครับ กรณีที่ศาลปกครองโดยคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็มีฐานมูลเหตุมาจากการที่ศาลยุติธรรมได้แก้กฎหมายของศาลยุติธรรม โดยกําหนดให้ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกําหนดเบี้ยประชุมใหญ่ในชั้นศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ได้ ซึ่งในเรื่องค่าตอบแทนของศาลยุติธรรมและศาลปกครองนี้ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติเฉพาะว่า ให้มีเงินเดือนและค่าตอบแทนตามความเหมาะสมเป็นการเฉพาะ ซึ่งปกติที่ผ่านมา อัตราเงินเดือนแล้วก็สิทธิประโยชน์อื่นของผู้พิพากษาศาลยุติธรรมและตุลาการศาลปกครอง ก็ใช้อัตราเดียวกันหมด ท่านประธานศาลฎีกา ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด ก็จะใช้ตัวเลข บัญชีเงินเดือนเดียวกัน ตุลาการ ผู้พิพากษาในลําดับรอง ๆ ลงมา ก็จะใช้ตัวเลขเงินเดือน ที่เท่าเทียมกัน อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มีการแก้กฎหมายทุกครั้งก็จะยึดโยงตัวเลข เดียวกันตลอด ในเมื่อศาลยุติธรรมได้กําหนดให้มีเบี้ยประชุมใหญ่ในศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ ทางคณะกรรมการบริหารศาลปกครองซึ่งเป็นองค์กรบริหารงานของศาลปกครองจึงได้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วตามมติในที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ก็มีความเห็นว่าจะกําหนดเบี้ยประชุมนี้เฉพาะในศาลปกครองสูงสุด โดยมีอัตราและจํานวนครั้ง เท่าเทียมกับศาลยุติธรรม ส่วนเรื่องที่ว่างานประชุมใหญ่เป็นงานในหน้าที่ปกติของ ผู้พิพากษา ตุลาการหรือไม่นั้น ขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าปกติงานประจําของตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุดก็จะเป็นงานคดีในองค์คณะ ในศาลปกครองสูงสุดจะแบ่งเป็นองค์คณะ แบ่งตามความเชี่ยวชาญ อย่างเช่นคณะ ๒ คณะ ๓ พิจารณาคดีเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง คณะ ๕ คณะ ๖ พิจารณาคดีเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางละเมิดของหน่วยงาน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นงานประจําของตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจึงเป็นงานในองค์คณะตุลาการ ในองค์คณะแต่ละคณะจะมีตุลาการ ๕ คน คนหนึ่งก็ถือสํานวนประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ เพราะฉะนั้นจํานวน ๑,๕๐๐ คดีนั้นเป็นงานปกติขององค์คณะ องค์คณะ ๕ คนนั้นจะต้องมา ประชุมปรึกษาคดี ๑,๕๐๐ คดีขององค์คณะ เพราะเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจขององค์คณะ โดยปกติ แต่เมื่อมีเรื่องไหนที่ท่านประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าเป็นคดีสําคัญ ทุนทรัพย์สูง กับหลักแนวเดิม ประชาชนสนใจ ท่านประธานศาลปกครองสูงสุดก็จะสั่งให้นําคดีนั้นเข้าสู่ การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ พอถึงเวลาประชุมใหญ่ที่ตุลาการคณะอื่นที่ไม่ใช่องค์คณะ เจ้าของเรื่องจะต้องมาประชุม ก่อนประชุมก็ต้องมาพิจารณาตรวจสอบพยานหลักฐานที่เป็น คดีของคณะอื่นนอกเหนือจากงานประจํา ๑,๕๐๐ คดีที่ถืออยู่ อันนี้ถือว่าเป็นภาระที่หนัก เพราะขึ้นชื่อว่าคดีที่จะเข้าประชุมใหญ่ไม่ใช่คดีง่ายแน่ ๆ จะต้องมีปัญหาหลายอย่าง บางอย่าง ทุนทรัพย์สูง มีข้อกฎหมายยุ่งยากซับซ้อน พอมีคดีที่จะต้องนําเสนอเข้าที่ประชุม ใหญ่จะต้องอ่านเอกสาร ตรวจสอบสํานวนคดีเพิ่มเติมจากงานประจํา บางท่านก็อ่านค่ําคืน บางท่านก็อ่านวันเสาร์ วันอาทิตย์ เพราะว่าเวลาปกติงานบนโต๊ะงานในคณะก็เต็มไม้เต็มมือ มากมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโดยเนื้อหาแล้วก็อาจจะถือว่าเป็นงานปกติ แต่โดยชิ้นงาน แต่ละชิ้นที่เข้าประชุมใหญ่ก็ต้องถือว่าเป็นงานนอกเหนือจากหน้าที่ปกติ อันนี้ขอกราบเรียน แบบนี้ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่คณะกรรมการบริหารศาลปกครองได้เสนอเบี้ยประชุมใหญ่ ในศาลปกครองสูงสุดก็ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคํานึงถึงจํานวนเงินงบประมาณ แล้วก็คาดหวังว่าหากทางรัฐสภาได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ แล้วคณะกรรมการบริหาร ศาลปกครองได้ไปกําหนดเบี้ยประชุมใหญ่ ก็คงจะเป็นเพียงการเพิ่มขวัญกําลังใจ เพิ่มแรงจูงใจ แต่ก็คงไม่ถึงกับว่าถ้าไม่มีเบี้ยประชุมใหญ่ก็ไม่อาจทํางานได้ คงไม่ใช่อย่างนั้น อันนี้เป็นเรื่องการเพิ่มขวัญกําลังใจ แรงจูงใจให้ทํางานในเรื่องที่ไม่ใช่งานปกติงานประจํา ส่วนยอดเงินนั้นประมาณการที่ท่านได้รับมาปีปัจจุบันมีตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ๕๑ คน คํานวณเงินแล้วใช้งบประมาณ ๑๑ ล้านบาท อันนี้เป็นการคํานวณว่าประชุมเดือน ละ ๒ ครั้งทุกเดือน ปีละ ๒๔ ครั้ง อันนี้คํานวณเต็มกรอบตามสิทธิ แต่ถ้าหากว่าในความ เป็นจริงประชุมน้อยกว่านั้นจํานวนเงินปริมาณนี้ก็จะน้อย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยประชุม ถึงปีละ ๒๔ ครั้งเลย ไม่ใช่ว่าไม่อยากประชุมนะครับ เพราะว่าคดีที่เข้าประชุมใหญ่ ก็จะต้องหาเวลานัดหมายให้ตุลาการว่างเว้นจากการประชุมปกติในองค์คณะจากการขึ้นนั่ง พิจารณาคดี บางทีก็หาวันประชุมยากอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นประมาณการ ๑๑ ล้านบาทต่อปีเป็นประมาณการขั้นสูงนะครับ ส่วนเรื่องคดีช้านั้น ก็ยอมรับว่าช้าจริง แต่อยากจะเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่ากระบวนการพิจารณาคดี ของศาลปกครองมีกระบวนการที่แตกต่างจากศาลยุติธรรมอยู่บางประการท่านอาจจะได้ยิน คําว่า ตุลาการผู้แถลงคดี หรือท่านอ่านคําพิพากษาในศาลปกครองทั้งศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองสูงสุด ในคําพิพากษาหน้าสุดท้ายนอกจากมีชื่อองค์คณะเซ็นแล้ว จะมีตอนท้ายว่าตุลาการผู้แถลงคดีคือนาย ก นาย ข ผมขอกราบเรียนว่าตุลาการผู้แถลงคดี เป็นตําแหน่งที่กําหนดโดยกฎหมาย ซึ่งกฎหมายวิธีพิจารณาคดีของศาลปกครองบัญญัติ ให้มีตุลาการผู้แถลงคดีคอยตรวจสอบการพิจารณาคดี ตรวจสอบสํานวนยกข้อกฎหมาย ของตุลาการในองค์คณะ อย่างผมตัวอย่างเช่น ในองค์คณะหนึ่ง ถ้าตุลาการคนหนึ่งในองค์คณะ ได้รับมอบหมายเป็นตุลาการเจ้าของสํานวน ตุลาการเจ้าของสํานวนคนนั้นก็จะต้อง อ่านสํานวนโดยละเอียดทั้งหมด จะมี ๔ ตอน ๒๐ ตอน ๓๐ ตอน ก็ต้องตรวจสอบละเอียด แล้วก็เขียนความเห็นมา เป็นความเห็นของตุลาการเจ้าของสํานวน แล้วก็เสนอองค์คณะ ๕ คนพิจารณาร่วมกันนะครับ ถ้าองค์คณะพิจารณา ๕ คนนั้นเห็นชอบแล้วยังตัดสินไม่ได้ ยังนั่งพิจารณาคดีไม่ได้ ยังออกคําพิพากษาไม่ได้ ต้องส่งสํานวนทั้งสํานวนและความเห็น ของตุลาการเจ้าของสํานวนนั้นไปให้ตุลาการนอกองค์คณะอีกคนหนึ่งที่เรียกว่า ตุลาการ ผู้แถลงคดี ตุลาการผู้แถลงคดีก็จะทํางานเหมือนกับตุลาการเจ้าของสํานวนก็คือ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย แล้วก็เขียนความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีขึ้นมาอีก ความเห็นหนึ่ง ตรงนี้ล่ะครับที่ทําให้ระยะเวลาการพิจารณา แทนที่องค์คณะ ๕ คนจะช่วย กันอ่านช่วยกันดูแล้วออกคําปรึกษาได้เลย ต้องส่งสํานวนไปตรวจสอบโดยตุลาการผู้แถลงคดี อีกรอบหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ก็ต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับคิวเขียนคดีของตุลาการผู้แถลงคดีเหมือนกัน โดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ ๑ ปี หรืออาจจะ ๒ ปีตามระยะเวลาที่ผู้แถลงคดีมีงาน เหตุที่ ศาลปกครองจําเป็นต้องใช้วิธีพิจารณานี้ ซึ่งศาลปกครองก็รู้ว่าตรงนี้ช้า ถ้าองค์คณะ ๕ คน พิจารณาแล้วเห็นชอบตรงกันออกคําพิพากษาเลย เร็วขึ้นแน่นอน แต่เหตุที่ศาลปกครอง ยังคงต้องใช้วิธีพิจารณาตรงนี้ก็เนื่องจากยอมรับว่าตุลาการผู้แถลงคดีสามารถทําหน้าที่ ในการตรวจสอบคานอํานาจ คานความเห็น คานการตรวจข้อเท็จจริง คานการตรวจ ข้อกฎหมายของตุลาการเจ้าของสํานวนได้นะครับ เพราะฉะนั้นตุลาการผู้แถลงคดีก็ทํางาน เหมือนกับตุลาการเจ้าของสํานวน ก็คืออ่านสํานวนโดยละเอียด แล้วก็ส่งความเห็นของท่าน กลับมาที่องค์คณะ พอองค์คณะนั่งพิจารณา ณ เวลานั้นองค์คณะ ๕ คน จะมีชิ้นความเห็น อยู่ ๒ ชิ้น ชิ้นแรกก็คือความเห็นของตุลาการเจ้าของสํานวน ชิ้นที่ ๒ คือความเห็น ของตุลาการผู้แถลงคดี ซึ่ง ๒ ชิ้นนี้อาจจะเหมือนกันหรือแตกต่างกัน หรือเหมือนกัน บางส่วน แตกต่างกันบางส่วนก็ได้ ตุลาการในองค์คณะ ๕ คนก็จะมาพิจารณาว่าจะลงมติเห็นชอบ ตามความเห็นไหน อันนี้เป็นที่ยอมรับว่าระบบนี้แม้จะช้าไปบ้างก็ทําให้การตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายมีความละเอียดรอบคอบ เพราะว่าคําพิพากษาแต่ละคดีก็จะมี ผลกระทบต่อประชาชน ต่อประโยชน์สาธารณะ ต่อการบริหารงานของรัฐนั่นเอง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลนี้เป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ทําให้คดีของศาลปกครองช้า ในปัจจุบัน มีท่านสมาชิกบางท่านพูดเรื่องการคัดคน จํานวนคนไม่เต็ม เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะกระบวนการในการคัดเลือกคนเข้ามาเป็นตุลาการศาลปกครองมีกระบวนการ ที่หลายขั้นตอนซับซ้อน อย่างเช่น การจะมาเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดก็ต้องผ่าน การตรวจสอบของวุฒิสภา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบตุลาการระดับอธิบดี ที่ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ให้เลื่อนขึ้นมาเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด จํานวน ๑๕ คน อยู่ระหว่างการพิจารณา ของวุฒิสภา ส่วนศาลปกครองชั้นต้นก็มีการสอบด้วยความเข้มข้นทั้งข้อเขียน ผลงาน สัมภาษณ์ แล้วก็ตรวจสอบความประพฤติต่าง ๆ ตอนนี้มีคนผ่านรอบสุดท้าย ผ่านการอบรม แล้วด้วยจํานวน ๔๐ คน ปริมาณ ๑๕ คน ในศาลสูงถ้าผ่านสภาหมด แล้วก็ศาลต้น ๔๐ คน ที่ผ่านการอบรมแล้ว แล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว จํานวน ๔๐ คน ก็จะสามารถ เข้ามาช่วยในเรื่องคดีที่ค้างอยู่เป็นจํานวนมาก อันนี้ก็ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ส่วนคดีค้าง ปัจจุบันนี้ก็มีจํานวนเลขกลม ๆ ก็ ๑๓,๐๐๐ คดี อย่างตามเอกสารที่นําเสนอต่อท่าน แต่ถ้าดู ภาพใหญ่แล้วค้าง ๑๓,๐๐๐ คดี แต่ที่เสร็จไปก็ ๓๕,๐๐๐ นะครับ จากที่เข้ามาประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ซึ่งการค้างนี่ค้างจริง แล้วก็ท่านจะเห็นว่าตามตัวเลขที่ท่านมีอยู่ในมือ ท่านอาจจะมองว่าปีท้าย ๆ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ คดีเสร็จทําไมลดลง อันนี้ ก็ขอเรียนว่าคดีบางทีมันมีความยากง่ายคละเคล้ากันไป แล้วก็กระบวนการสอบคัดเลือก กระบวนการในการคัดเลือกคนเข้ามาเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด หรือศาลปกครอง ชั้นต้นก็ใช้ตุลาการนี่ละครับ ตุลาการที่นั่งเขียนคดี ๑,๕๐๐ คดี ในองค์คณะนี่ละ แบ่งเวลาไป ออกข้อสอบ ไปคัดเลือก ไปสอบสัมภาษณ์ ไปตรวจข้อสอบก็อยู่ในนี้ เพราะฉะนั้นบางช่วง งานคดีก็ต้องไปใช้เวลาในการคัดเลือกคนอย่างอื่น แต่จะเห็นได้ว่าในปี ๒๕๖๓ ผ่านมาตัวเลข ถึง ๕ เดือน เสร็จไปแล้ว ๑,๘๐๐ นะครับ ถ้าใช้อัตราเร่งนี้ก็ทั้งปี ปีนี้ ๒๕๖๓ ก็จะได้ ๔,๐๐๐ ตัวเลขก็จะสูงขึ้นมาเยอะ ก็คิดว่าปี ๒๕๖๓ นี้ คดีเสร็จจะเยอะขึ้นในยอด ๔,๐๐๐ อาจจะแก้ตัว จากปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๑ ที่ท่านสมาชิกพูดเมื่อสักครู่นี้ ส่วนวิธีพิจารณาที่จะทําให้คดีเสร็จขึ้น นั้น ปัจจุบันศาลปกครองก็ได้พยายามแก้ไขปัญหามีการออกระเบียบ แก้ไขระเบียบ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีโดยเร่งด่วน ซึ่งจะลดขั้นตอนต่าง ๆ ให้ย่นย่อลง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการใช้ วิธีพิจารณาโดยเร่งด่วนหลายคดีแล้ว แต่ว่าเร่งด่วนก็ต้องกลับทิ้งงานอื่นมาทุ่มเทงานด่วน เพราะฉะนั้นต้องเป็นเรื่องที่อธิบดีหรือท่านประธานเห็นว่าเร่งด่วนจริง ๆ แต่ว่าเป็นวิธี พิจารณาหนึ่งที่ทําให้คดีเสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้ศาลปกครองก็ได้ออกระเบียบว่าด้วยวิธี พิจารณาคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์ประชาชนสามารถฟ้อง ยื่นคําคู่ความในศาลต่าง ๆ รวมทั้งศาลสามารถมีคําสั่งใด ๆ ไปโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ใช้กระดาษ อันนี้ก็อาจจะ ทําให้กระบวนการต่าง ๆ รวดเร็ว ไม่ต้องรอเซ็นหมาย รอออกหมายเป็นเอกสาร ซึ่งศาลปกครองโดยคณะกรรมการบริหารศาลปกครองก็ได้ตระหนักถึงปัญหาความล่าช้า ในการประชุม ก.บ.ศป. วันสองวันที่ผ่านมาก็มีมติให้ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบเร่งรัด การพิจารณาคดีให้รวดเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นข้อสังเกตของท่านสมาชิกที่เกี่ยวกับคดีช้า ก็อาจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทั้งผมแล้วก็ตุลาการทุกท่าน ท่านผู้ใหญ่ ท่านประธาน ท่านอธิบดีทั้งหลายก็ตระหนักเรื่องนี้แล้วก็ถูกเร่งรัดมาตลอด ไม่ว่าจาก ผู้บังคับบัญชา แล้วก็ประชาชน ในปัจจุบันขอกราบเรียนว่าท่านประธานได้พยายามเร่งรัดคดี ในศาลปกครองชั้นต้นให้ใช้เวลาไม่เกิน ๒ ปี คดีจํานวนส่วนใหญ่ปัจจุบันสามารถทําได้แล้ว ศาลต้นไม่เกิน ๒ ปี แต่ก็มีบางคดีแน่ ๆ ที่ช้า ๓ ปี ๔ ปี ก็อาจจะยังมีอยู่ แต่ว่าก็พยายาม แก้ไขปัญหาเรื่องการช้านี้นะครับ ส่วนการแจ้งขั้นตอนต่าง ๆ ให้ประชาชนนั้นตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลปกครอง ก็มีการแจ้งเรื่องสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง การแจ้งวันเวลานั่งพิจารณาคดี อันนี้เป็นการ แจ้งขั้นตอนที่กฎหมายกําหนด ซึ่งประชาชนเห็นเงียบไปอย่างที่ท่านสมาชิกอภิปราย ท่านก็ สามารถไปขอตรวจสํานวนได้ ขอคัดได้ ถามได้ว่าถึงขั้นตอนไหน สามารถไปขอตรวจสอบ สํานวนได้ แต่ว่าศาลก็คงไม่แจ้งเป็นระยะ เพราะว่าไม่มีขั้นตอนอะไรที่เพิ่มขึ้นมา เมื่อยัง ไม่เสร็จก็จะไม่แจ้ง จะแจ้งเมื่อกําหนดวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง กําหนดวัน นั่งพิจารณา กําหนดวันนัดฟังคําพิพากษา ส่วนที่ท่านสมาชิกอภิปรายเรื่องให้ความรู้ กับประชาชนนั้น ปัจจุบันศาลปกครองโดยสํานักประชาสัมพันธ์ ได้มีรายการวิทยุเป็นร้อย สถานีนะครับ จัดรายการบันทึกเทปให้ความรู้ทางกฎหมายในเรื่องการฟ้องคดีปกครอง ให้ความรู้เกี่ยวกับคดีปกครองที่สําคัญที่เป็นหลักในการพิจารณาคดี ตุลาการหลายท่าน ก็มาทําหน้าที่โฆษก รองโฆษกในการจัดรายการให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งก็ได้รับความสนใจ จากประชาชน มีทั้งรายการสด รายการบันทึกเทป นอกจากนี้ก็มีการเสนอข้อมูลโดยระบบ ออนไลน์ (Online) มีแอป (App) มีการติดต่อสื่อสาร อันนี้เป็นการบริการประชาชนที่จะทํา ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม แล้วถ้าประชาชนเห็นว่าคดีไหนที่สงสัยว่าอยู่ใน ขั้นตอนไหนก็ขอตรวจสอบได้ อย่างที่ผมเรียนมาแล้วนะครับ ส่วนกรณีศาลปกครองชั้นต้นนั้น ขอกราบเรียนว่าเดิมคณะกรรมการบริหารศาลปกครองได้เคยเสนอร่างกฎหมายให้กําหนด เบี้ยประชุมใหญ่สําหรับตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นด้วย แต่ว่าได้มีข้อทักท้วงจาก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าการประชุมใหญ่ของศาลปกครองชั้นต้นอยู่ในระเบียบ อาจจะมีปัญหาในเรื่องไม่สามารถกําหนดเบี้ยประชุมใหญ่ได้ ซึ่งทางคณะกรรมการบริหาร ศาลปกครองก็ได้กลับไปทบทวนแล้ว ก็เห็นว่าในความเป็นจริงในปัจจุบัน การประชุมใหญ่ ในศาลปกครองชั้นต้นมีน้อยมาก ผ่านมา ๒๐ ปีมาประชุมประมาณ ๒-๓ ครั้ง เหตุที่เป็น เช่นนั้นเพราะว่าในต่างจังหวัด ตุลาการยังมีน้อย ศาลหนึ่งก็ ๕ คน ประชุมเล็กกับประชุมใหญ่ ก็คนเท่า ๆ กันครับ เพราะฉะนั้น ณ เวลาปัจจุบันนี้เมื่อดูความจําเป็นแล้วก็ยังไม่จําเป็น เพราะฉะนั้นคณะกรรมการบริหารศาลปกครองก็เลยเห็นว่ายังไม่สมควรกําหนด เรื่องเบี้ยประชุมใหญ่ในศาลปกครองชั้นต้น แล้วก็ควรจะกําหนดในเฉพาะศาลปกครองสูงสุด ต่อไปถ้าหากว่ามีความจําเป็นถ้าจะต้องแก้กฎหมายก็ค่อยดําเนินการอีกขั้นตอนหนึ่ง ส่วนความคิดเห็นอื่น ๆ ของท่านสมาชิก กระผมแล้วก็ผู้แทนของศาลปกครองท่านอื่น ๆ ก็จะขอรับไปนะครับ ก็ขอกราบเรียนว่าเป็นประโยชน์นะครับ ศาลปกครองพร้อมที่จะรับฟังเสมอ ขอขอบพระคุณครับ