ขจิตร ชัยนคม ตั้งข้อสังเกตและคัดค้านร่างแก้ไขกฎหมายศาลปกครองที่เสนอให้เพิ่มเบี้ยประชุมตุลาการ โดยชี้ว่าไม่มีเหตุผลสนับสนุนที่ชัดเจน ประสิทธิภาพการพิจารณาคดีลดลง จำนวนคดีค้างสูงขึ้น ขณะที่อัตรากำลังตุลาการเต็มเพียงครึ่งเดียว จึงเสนอให้ทบทวนการออกกฎหมายดังกล่าวใหม่
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ ทางรัฐบาลบอกว่า หลักการ โดยที่มีการเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย การจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง แต่ในรายละเอียดท่านมีอยู่ ๓ มาตรา มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ แต่ว่าในข้อที่จะเป็นกฎหมายที่ท่านยื่นมาจริง ๆ คือมันมีสั้น ๆ มีข้อ ๖/๑ แก้ไขให้ออกอํานาจของคณะกรรมการมีอยู่ทั้งหมด ๑๔ วงเล็บ เสร็จแล้วท่านมาเพิ่มข้อ ๖/๑ สาระสําคัญของกฎหมายทั้งหมดคือออกระเบียบเกี่ยวกับ การกําหนดเบี้ยประชุมสําหรับข้าราชการตุลาการศาลปกครองเข้าร่วมประชุมใหญ่ตุลาการ ศาลปกครองสูงสุด ท่านประธานครับ ในเบื้องต้นถ้าจะดูโดยคําอธิบาย ถ้าจะดูโดยเหตุผล ที่อธิบายไว้ในหนังสือในเอกสารเหล่านี้หลายท่านอภิปรายไปแล้ว ถ้าจะพูดกันตรง ๆ โดยไม่เกรงใจ มันฟังไม่ขึ้นว่าประสิทธิภาพของงานขึ้นอยู่กับการเพิ่มเบี้ยประชุม มันเป็น การเขียน ถ้าผมจะดูว่าเป็นการดูถูกตุลาการมากเกินไปหรือเปล่าด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ เอามุมนั้นว่าไป แต่มุมของผมคือเป็นตัวแทนประชาชน ในฐานะที่ผมพิจารณากฎหมายนี้ ถ้าผมไม่ทราบเรื่องศาลอะไรมาก แต่ผมดูจากผลการทํางานนี่ไม่ได้เร้าใจ ไม่สมควรที่จะออก กฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ถ้าท่านไปดูสถิติ ผมมีข้อสงสัย สถิติการประชุมของ ศาลปกครองสูงสุด ประชุมใหญ่ ท่านบอกว่า ปี ๒๕๖๐ มี ๑๘ ครั้ง ปี ๒๕๖๑ มี ๑๒ ครั้ง ปี ๒๕๖๒ มี ๑๔ ครั้ง ปี ๒๕๖๓ มี ๒ ครั้ง ข้อมูลนี้ถึงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ คําถามก็คือว่าปี ๒๕๖๓ ทําไมถึงมีแค่ ๒ ครั้ง มันค้านกันว่าคดีที่ค้างอยู่มันมีจํานวนมหาศาลขึ้นเรื่อย ๆ ในปี ๒๕๖๓ มีคดีที่ค้างอยู่ ๑๓,๒๓๓ คดี มันมีสถิติบอกว่าปี ๒๕๖๐ คดีที่แล้วเสร็จ ๔,๑๔๑ คดี แล้วค้างอยู่ ๙,๐๐๐ กว่าคดี ปี ๒๕๖๑ มีคดีที่เสร็จปี ๒๕๕๙ ๔,๑๔๑ คดี ปี ๒๕๖๐ ๓,๒๒๓ คดี ปี ๒๕๖๑ ๒,๘๔๙ คดี ลดลงเรื่อย ๆ ปี ๒๕๖๒ ๒,๔๙๓ คดี ปี ๒๕๖๓ ๑,๘๐๐ คดี ถ้าดูอย่างนี้ ถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการกับคนทํางานของผม ผมไม่เพิ่มให้ ไม่มีแรงจูงใจอะไรสําหรับคนที่จะ จ่ายสตางค์เป็นเจ้าของประเทศ คดีค้างมากขึ้น ๆ ทําไมท่านไม่เสนอกฎหมายวิธีพิจารณาคดี ให้เห็นว่ามันจะเพิ่มประสิทธิภาพท่าน ทําไมท่านไม่เสนอวิธีพิจารณาคดีหรือกําหนดระเบียบ บอกว่าคดีเข้ามาแล้วต้องเสร็จในเวลากี่ปี ๆ ทําไมต้องมีเรื่องค้างอยู่ ๕ ปี ๖ ปี เหมือนท่าน ผู้แทนที่อภิปราย มันไม่มีอะไรโดยหลักการที่จะให้เบี้ยประชุมพิเศษ แล้วถ้าดูแล้วถามว่า ศาลปกครองชั้นต้นตุลาการต้องประชุมใหญ่ไหม ก็ประชุม แล้วอธิบายอย่างไร ตุลาการ ศาลชั้นต้นท่านไม่ให้ เวลาตุลาการศาลสูงสุดประชุมใหญ่ทําไมถึงให้ หรือว่าโตมากขึ้นใช้เงิน มากขึ้นหรืออย่างไร มันไม่มีเหตุกระบวนการของเหตุผลที่จะออกกฎหมายนี้เลย ยิ่งในสถานการณ์อย่างนี้ ในภาวะประเทศชาติอย่างนี้ไม่ควรออก ท่านวิษณุถอนไปดีกว่า ถ้าจะพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล ให้สภานี้พิจารณาแปลว่าพิจารณาด้วยเหตุผล ถ้าเหตุผล บอกว่าทํางานดีขึ้น คดีมากขึ้นแต่ว่าทํางานได้มากขึ้น ปี ๒๕๖๒ ได้ ๔,๐๐๐ คดี ปี ๒๕๖๓ ครึ่งปีนี้ได้ไปแล้ว ๓,๐๐๐ คดี ถ้าอย่างนี้สมควรที่จะจ่ายเบี้ยประชุม แต่ว่าถ้าสถิติแบบนี้ ถ้าให้ผมพิจารณาไม่ได้เสียดายเลยเบี้ยประชุมไม่ได้มาก แต่ว่าจากผลงานที่เป็นสถิติอธิบาย ไม่ได้ว่าจะเพิ่มรางวัลอย่างไร แรงจูงใจอย่างไร แต่ถ้าท่านแสดงวิธีที่จะให้ความยุติธรรม พิจารณาคดีรวดเร็วขึ้นให้เป็นที่หวังของประชาชนเวลาเรื่องเข้ามาศาลท่านคดีเข้ามา ท่านมีกําหนดชัดเจนวัน เวลา จบ แล้วผมก็ยังแปลกใจว่าวิธีการสรรหาคนเข้ามาเป็นตุลาการศาล ท่านทํากันอย่างไร ทําไมอัตราของท่านมีจํานวนและมีตัวจริงของท่านอยู่แค่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุดมีกรอบอัตรากําลังอยู่ ๖๐ คน แต่ท่านบอกว่า มีคนครองอยู่ ๓๓ คน ผมไม่เข้าใจ ผมเคยพิจารณางบประมาณของศาลของ กระทรวงยุติธรรม เมื่อปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ๑๐ ปีมาแล้ว มีอัตราว่างอยู่เยอะเลย ผมถามว่า ว่างไว้ทําไมอัตรามีอยู่ เงินมีอยู่ทําไมไม่สอบบรรจุ แล้วสอบคัดเลือกคนปีละกี่ครั้ง เขาตอบว่า ปีละครั้งเดียวไม่ทราบเท็จจริงอย่างไร แล้วถ้าปีละหลายครั้งเกิดอะไรขึ้น ถ้าปีละหลายครั้ง เขาก็ไม่ตอบ แต่ว่าผมสืบจากคนที่ไปสอบทํานองว่าถ้าสอบบ่อยมันกลายเป็นไม่ศักดิ์สิทธิ์ หรืออย่างไร เพราะฉะนั้นมันก็ว่าง ตําแหน่งตุลาการว่างตั้ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ บริหารบุคคลอย่างไรปล่อยให้ อัตรากําลังหรือว่าที่มีอยู่ว่าง ถ้าว่างมันหมายถึงผู้พิพากษาน้อย ถ้าน้อยมันหมายความว่า คดีความเป็นธรรมมันออกได้ช้า ประชาชนก็รอนาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ โดยผลงานโดยหลักผมเสนอให้ท่านรองวิษณุเอากลับไปก่อนดีกว่าอย่าเสนอเข้ามาเลย ไม่ใช่ว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้สนใจเรื่องกฎหมายศาล เสร็จแล้วท่านก็เสนอเข้ามา มันมีข้อขัดแย้งเยอะ แล้วทําไมศาลชั้นต้นท่านไม่ให้เบี้ยประชุมเขา คดีมันอยู่ศาลชั้นต้น ที่อยู่เยอะ ๆ นี่ลองตอบ ผมมาสิ ๑๓,๐๐๐ คดี เมื่อไรจะเสร็จ ๑๓,๐๐๐ คดีกี่ปี ถ้าไม่ออกเบี้ยประชุมจะนานไปใช่ไหม ถ้าให้เบี้ยประชุมแล้วจะกี่ปี จะนานอย่างไร ท่านอธิบายให้ได้สิว่ามีวิธีการอย่างไรเมื่อได้เบี้ย ประชุมแล้ว คดีถึงจะเสร็จเร็วขึ้น อันนี้เป็นหัวใจสําคัญ ถ้าอย่างนั้นโดยหลักการท่านเขียนมา มันกว้าง ๆ ท่านเอากลับไปแก้ใหม่ได้ไหม เอาวิธีการที่จะเชื่อได้ว่าการพิจารณา ในศาลปกครองจะเร็วขึ้น จะให้ความยุติธรรมของประชาชนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง คดีเข้ามา ในศาลปกครองได้เสร็จเร็วขึ้น ผมขอคําอธิบายวิธีนี้ แล้วถ้าไม่มีให้เอากลับไปแก้ใหม่ เอาเรื่องพวกนี้มา ไม่ใช่มีอยู่เรื่องเดียว ขอบคุณครับท่านประธาน