ศุภชัย ใจสมุทร ยินดีรับหลักการร่างกฎหมายแต่เสนอให้ขยายสิทธิเบี้ยเลี้ยงและประชุมให้ตุลาการศาลปกครองชั้นต้น โดยเน้นย้ำความกังวลเรื่องคดีค้างจำนวนมากและการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเรียกร้องให้มีระบบ KPI กำหนดระยะเวลาพิจารณาเพื่อป้องกันความล่าช้าที่ส่งผลต่อความยุติธรรม และขอให้มีการสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดีอย่างชัดเจน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนเป็นเบื้องต้นเลยว่า ผมได้ศึกษาร่างเรื่องนี้แล้ว แล้วผมเห็นว่าผมยินดีที่จะรับหลักการ แต่สิ่งที่อยากจะเสนอ ท่านไปมากกว่านี้ก็คือเมื่อท่านได้นําเสนอมา และเห็นว่าสิ่งที่ตุลาการเจ้าของสํานวน มีภาระหน้าที่ที่จะต้องไปเข้าประชุมในที่ประชุมใหญ่เป็นงานนอกเหนือหน้าที่ประจําที่ท่าน ต้องทําอยู่ และจําเป็นที่จะต้องมีเบี้ยเลี้ยง ผมก็ยินดีที่จะสนับสนุน แต่ขณะเดียวกันผมก็คิด ว่าในกรณีของศาลปกครองชั้นต้น ถ้าท่านต้องมีภาระหน้าที่เช่นเดียวกันและกฎหมายให้ อํานาจในการที่จะออกข้อบังคับหรือออกระเบียบเพื่อที่จะจ่ายเบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุมให้ ผมก็คิดว่าเป็นสิ่งที่พึงที่จะต้องให้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไปยังตัวแทนหรือผู้แทนของศาลปกครองสูงสุดก็คือว่าเรื่องที่ผมในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงก็คือ จากที่ได้ดูรายงานเอกสารประกอบก็จะพบว่าสิ่งที่เป็น เรื่องใหญ่สําคัญและน่าจะวิตกสําหรับประเทศไทยก็คือสิ่งที่อยู่ในมือท่านตอนนี้คือสํานวนคดี ที่ค้างและทบมาเรื่อย ๆ วันนี้มีจํานวนมากมาย และเมื่อเทียบกับจํานวนของตุลาการ ศาลปกครองสูงสุดที่มีอยู่ที่ครองแค่ ๕๑ ท่าน กับคดีที่มันค้างและคดีที่เข้ามาใหม่เป็นระยะ ท่านจะบริหารจัดการคดีอย่างไร ในการที่จะทําให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ผมอยากทราบว่าท่านมีกระบวนการเรื่องของเคพีไอ (KPI) อย่างไร มีกําหนด ระยะเวลาว่า ๑ คดีที่อยู่ในมือของตุลาการแต่ละท่าน นับตั้งแต่เริ่มรับสํานวนคดีเข้ามาในชั้น ของท่าน ผมไม่พูดไปถึงศาลชั้นต้นว่าในที่สุดแล้วคดีแต่ละคดีควรที่จะเข้าสู่จุดหมาย ปลายทางคือมีการวินิจฉัย มีคําพิพากษาสักระยะเวลาเท่าใด ผมมั่นใจว่าเราเอง ทีนี้เราก็เคารพ ในความเป็นอิสระของตุลาการอยู่แล้ว เราคงไม่เข้าไปดูว่าคดีตัดสินมาแล้วมันควรจะมี ประสิทธิภาพในเชิงความยุติธรรมอย่างไร แต่ห่วงเรื่องการทํางานที่อาจจะล่าช้า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ซึ่งผมก็สนับสนุนแนวคิดท่านก็คือว่าคดีมันไม่ควรที่จะล่าช้า นักกฎหมายทราบดีว่าสุภาษิตกฎหมายจัสทิซ ดีเลย์ อิส จัสทิซ ดีไนด์ (Justice delayed is justice denied) ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม หรือไม่ยุติธรรมมันก็เป็นความจริง หลายคดีที่เราเห็นเมื่อสักเดือนที่ผ่านมาเราพบว่าศาลปกครองสูงสุดท่านได้ตัดสินคดีซึ่งผม ขอชื่นชมที่ท่านได้วินิจฉัยตัดสินคดีอย่างมีประสิทธิภาพก็คือเรื่องอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านหนึ่งในภาคเหนือที่ถูกหน่วยงานคือกระทรวงมหาดไทยได้มีการปลดออกจากราชการ ด้วยเหตุผลเรื่องของถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตโดย ป.ป.ช. และท่านก็ได้วินิจฉัยยก ทําให้ท่าน ซึ่งได้พิพากษาแล้วว่าเป็นผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้เป็นผู้บริสุทธิ์แต่ถามว่าวันนี้ ท่านเกษียณอายุไปแล้ว การเยียวยาไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ก็คือให้ผู้ว่าราชการจังหวัด คนนั้นกลับไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีโอกาสขึ้นถึงปลัดกระทรวง ก็ได้ แต่ด้วยความผมไม่ได้ว่าว่าท่านทําล่าช้า แต่ความล่าช้าของกระบวนการทําให้บางอย่าง มันก็สายไปเพราะฉะนั้นถ้าจัสทิซ (Justice) มัน ดีเลย์ (Delayed) ในที่สุดมันก็เหมือนว่าท่าน กําลังดีไนด์ จัสทิซ (Denied justice) สิ่งนี้ล่ะครับ ท่านประธานครับ นี่คือความเป็นห่วงว่า วันนี้ท่านจะบริหารจัดการอย่างไรที่จะทําให้ท่านสามารถที่จะทํางานเป็นที่มีประสิทธิภาพ เรื่องบางเรื่องก็ต้องฝากท่านด้วยว่าถ้าท่านมีมุมมองว่าทั้งคู่ความทั้งคู่ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีคือ ลูกค้าของท่าน เพราะฉะนั้นการบริการลูกค้าก็เป็นเรื่องจําเป็น การบริการให้ฉับไว ผมว่าทั้งผู้ฟ้อง ผู้ถูกฟ้อง ก็คงยินดีที่จะรับบริการที่รวดเร็วไม่ต่างกัน หลายเรื่องหลายราว เรามีความรู้สึกว่าทําไมมันช้า ฟ้องไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ตอนนี้ปี ๒๕๖๓ ยังอยู่ศาลชั้นต้น นี่ผมไม่ได้ว่าศาลปกครองสูงสุด มันยังอยู่กับที่ แล้วที่มันแย่ผมขออนุญาตใช้คําว่าแย่กว่านั้น ก็คือพอเข้าไปอยู่ในมือท่านมันไม่มีวิธีพิจารณาอะไรเลยที่มีการติดต่อกับลูกค้าว่าตอนนี้ ข้าพเจ้าเจ้าของสํานวนกําลังทําขั้นตอนนี้อยู่นะ คืออยู่เฉย ๆ ท่านบอกเขาหน่อยก็ดี เขาจะได้ รู้สึกว่าอบอุ่น เพราะตอนนี้คล้าย ๆ พอกระบวนการเข้าไปอยู่ในมือท่านมันหายไปเลย ไม่ทราบ ว่าขั้นตอนอยู่ที่ไหนอย่างไร อันนี้ผมพูดแม้กระทั่งว่านี่คือศาลปกครองชั้นต้นไม่มีการทราบเลยว่า การดําเนินคดีมันอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว ท่านอาจจะบอกมาครั้งสุดท้ายเมื่อสัก ๒ ปีที่แล้ว และตรงนี้ก็ย้อนกลับมาว่าเคพีไอ (KPI) คือในที่สุดพออยู่ในมือแล้วมันควรจะอยู่ในมือสักกี่วัน กี่เดือน เรื่องบางเรื่องมันเร็วได้ไหม เรื่องบางเรื่องมันช้า แต่เรื่องบางเรื่องท่านก็วินิจฉัยได้เร็ว ยกตัวอย่าง ซึ่งชื่นชมว่าท่านวินิจฉัย ได้เร็วอย่างคดีล่าสุดเรื่องโฮปเวลล์ (Hopewell) อย่างนี้ท่านวินิจฉัยเร็ว แต่บางทีเร็ว แล้วมันดีหรือเปล่าก็ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องเรียนว่าฝากท่านไป วันนี้ ท่านมาขอเรื่องเบี้ยประชุม ซึ่งผมในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าท่านต้อง ทํางานหนักผมก็ยินดี ถ้าท่านต้องไปประชุมใหญ่ แล้วท่านต้องประชุมนอกจากภาระหน้าที่ อันเป็นประจําของท่านผมสนับสนุนครับ ผมยินดีที่จะสนับสนุนท่านในวาระต่อไป เพียงแต่ ฝากเรื่องเมื่อสักครู่ไปยังท่านได้โปรดมีโอกาสพูดคุยเพื่อจะทําการพัฒนาอันเป็นประโยชน์ กับประชาชน ขอบพระคุณครับ