อิสระ เสนอตั้งกรรมาธิการเปิดพื้นที่นักเรียน-นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมสภา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓

อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ หารือการเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมผ่านกระบวนการรัฐสภา และเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบกฎหมายและประชาธิปไตย

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ได้กรุณาบรรจุญัตติของผม เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับ สภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม รวมทั้งได้เปิดโอกาสให้ญัตติ ของเพื่อน ๆ สมาชิกอีกหลายท่านที่มีเนื้อหาในทํานองเดียวกันเข้าสู่การพิจารณาของสภา ก็ถือว่าเป็นการพิจารณาที่เข้ามาในเวลาที่เหมาะสม ท่ามกลางปรากฏการณ์ที่มีการชุมนุม ของนักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ แต่ที่จริงจะว่าไปแล้วญัตติของผม ไม่ได้เป็นการเกาะหรือตามกระแสของปรากฏการณ์การชุมนุมในวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่บอก อย่างนั้นก็เพราะว่าผมเป็นคนแรกที่ยื่นญัตตินี้เข้ามาสู่สภาตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถ้านับ จนถึงวันนี้ก็เกือบ ๕ เดือนแล้วครับ สาเหตุสําคัญก็เพราะผมเล็งเห็นความสําคัญ แล้วผมเชื่อ ในระบบรัฐสภา และผมเชื่อว่าการเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษาได้มีพื้นที่ในการที่จะมา แลกเปลี่ยน ในการที่จะมาพูดคุยถึงปัญหาที่เขาอึดอัดคับข้องใจ ในการที่จะได้แสดง ความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนตามครรลองของระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็จะต้อง ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ที่ได้อภิปราย ซึ่งก็เท่าที่ฟังดูก็เป็นไปในทํานองเดียวกัน นั่นก็คือสนับสนุนความคิดที่ว่าเราจะต้องฟังเสียงนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน แต่ในส่วน ของวิธีการดําเนินการก็อาจจะมีแตกต่างกันไปบ้าง ที่ผมฟังดูตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาจนถึง วันนี้ก็พอจะสรุปเป็น ๔ แนวทางนะครับ แนวทางแรกซึ่งก็เป็นแนวทางของผม นั่นก็คือ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งเป็นกรรมาธิการที่มีอํานาจหน้าที่โดยเฉพาะกับเรื่องนี้ เป็นการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะทําหน้าที่โดยตรง เพื่อที่จะมั่นใจว่าสภาแห่งนี้จะได้ทําหน้าที่ ในฝ่ายนิติบัญญัติอย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกหลายคนได้สนับสนุนแนวทางนี้ของผมนะครับ แนวทางที่ ๒ ก็คือให้ส่งเรื่องนี้ไปยังกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แนวทางที่ ๓ ก็คือให้ส่งเรื่องนี้ไปยังกรรมาธิการสามัญด้านพัฒนาการเมือง และแนวทางที่ ๔ ก็คือให้ส่งเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลโดยตรง สภาแห่งนี้ได้ใช้เวลาที่มีค่าตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ ถ้านับรวมก็เป็นเวลา ๑ วันเศษ ๆ แล้ว ผมคิดว่าอันหนึ่งที่เราได้เห็นชัดนั่นก็คือสภาแห่งนี้ ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนแล้วว่าสภาได้เล็งเห็นความสําคัญของการเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาได้มาพูดคุยกัน การรับฟังความคิดเห็นก็เป็นหลักการพื้นฐานที่สําคัญอันหนึ่ง ของวิถีทางแห่งประชาธิปไตยของการมีส่วนร่วม แต่คําว่าการรับฟังความคิดเห็นนั้น มันมาจากคําเต็ม ๆ ว่ารับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย แน่นอนที่สุด ๑๙.๖ ล้านเสียงของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนจึงเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะเป็นองคาพยพหลักของประชาชนอย่าง ที่ผมเรียนไปเมื่อวานนี้ว่าเป็นเกือบ ๑ ใน ๓ ของประชาชนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นในแง่ของ หลักการเสียงเหล่านี้จึงถูกละเลยไม่ได้ แต่นั่นคือเรื่องของหลักการ แต่ในเรื่องของวิธีการ ผมคิดว่าจําเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมาออกแบบกระบวนการที่จะมั่นใจได้ว่าจะต้องเป็นการ แสดงความคิดเห็น เป็นการรับฟังที่อยู่ภายใต้กฎหมายจะต้องทําให้ทุกเสียงได้รับฟังอย่างได้ยิน จะต้องยึดโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งหลายคนก็เห็นตรงกันว่ายังมีความไม่สมบูรณ์ อยู่อีกมาก และที่สําคัญจะต้องไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมที่สมาชิกหลายฝ่ายแสดงความกังวลใจ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมพูดคําว่า การรับฟังความคิดเห็น คําเต็ม ๆ คือรับฟัง ความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ผมก็ขอถือโอกาสนี้ร้องขอน้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาว่าวันนี้ เวลานี้สภาได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่ายินดีรับฟังเสียงของน้อง ๆ ก็ขอถือโอกาสนี้ร้องขอ เรียกร้องน้อง ๆ ว่าในเวลาเดียวกันก็อยากให้น้อง ๆ ฟังเสียงสะท้อนจากรัฐสภาแห่งนี้ว่าเรามี ความเห็นตรงกันว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของน้อง ๆ จะต้องทําไปภายใต้กฎกติกา จะต้องเป็น การใช้สิทธิอันชอบธรรมอย่างมีอารยะธรรม นั่นก็คือจะต้องไม่ทําผิดกฎหมาย ไม่หยาบคาย ไม่รุนแรง และไม่จาบจ้วง และไม่มีวาระอื่นแอบแฝง ที่พูดอย่างนั้นก็เพราะว่าการทําผิด กฎหมายในวันนี้เวลานี้อาจจะไม่ได้เห็นผลในวันนี้ ไม่ได้ถูกดําเนินคดีในวันนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เจ้าหน้าที่เขาก็ไม่สามารถที่จะละเลยได้ เพราะการละเลยนั้นเจ้าหน้าที่ก็มีความผิดอยู่ดี เราได้เห็นมาแล้วว่าคนที่ทําผิดในอดีตก็ยังถูกดําเนินคดีในปัจจุบันไล่เลียงกันไปมากมาย ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้ว ๓ สิ่งที่ผ่านไปแล้ว ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ก็คือคําพูด เวลาและโอกาส ดังนั้นผมจึงไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกปล่อยให้เวลาและโอกาสที่สําคัญ ในวาระนี้ผ่านพ้นไป การตั้งกรรมาธิการวิสามัญไม่ใช่แค่การซื้อเวลา แต่เป็นการซื้อใจ และที่สําคัญเป็นการแสดงว่าสมาชิกรัฐสภาของเราเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาของเราเองว่า จะเป็นกลจักรสําคัญในการแก้ปัญหาและตรงประเด็น ผมขอโอกาสให้น้อง ๆ เหล่านั้น นอกจากที่จะได้พูดคุยประเด็นต่าง ๆ บนถนน ได้มีโอกาสมาพูดคุยประเด็นต่าง ๆ ในสภา แห่งนี้ให้พวกเราในฐานะตัวแทนของประชาชนทุกคนได้รับฟังอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ