ภราดร ห่วงใช้มาตรการข่มขู่เยาวชน ชี้ชุมนุมต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ภราดร ปริศนานันทกุล แสดงความกังวลต่อการใช้มาตรการข่มขู่และการจำกัดสิทธิเสรีภาพของเยาวชนและประชาชนในการชุมนุม โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่และผู้บริหารสถานศึกษาในหลายพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาชั้นล่างยุติการกระทำดังกล่าวและเคารพสิทธิของประชาชนตามกรอบกฎหมาย อีกทั้งเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษาและประชาชน พร้อมผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมมืออย่างจริงใจในการแก้ไขปัญหา แทนการผลักภาระให้รัฐบาลดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เพื่อสรุปญัตติที่พวกเราพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกันเสนอญัตติต่อสภาแห่งนี้เป็นญัตติด่วน เพื่อให้สภาร่วมกันพิจารณาว่าจะดําเนินการ กับญัตติดังกล่าวอย่างไร ที่ได้นั่งรับฟังมาตลอดระยะเวลาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ ๑ วันเต็ม ๆ ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ความคิดเห็นที่ตรงกันนั่นก็คือพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีความยินดี เป็นอย่างยิ่งที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นของ น้อง ๆ เยาวชน นิสิต นักศึกษา มีประเด็นหนึ่งที่ผมยังเป็นกังวล เมื่อวานนี้หลังจากที่มีการ อภิปรายเสร็จได้มีน้อง ๆ เยาวชนหลายคน ได้โทรศัพท์พร้อมกับได้ส่งข้อความมาที่ผมว่าข้อเรียกร้องของเขาในข้อที่ ๑ เรื่องการให้ รัฐบาลนั้นยุติการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบกับประชาชน ความรุนแรงดังกล่าวได้เกิด ขึ้นกับเขาเหล่านั้น เขาได้เรียกร้องเช่นที่จังหวัดแพร่ตามที่เป็นข่าว ที่จังหวัดแพร่มีการส่ง เจ้าหน้าที่ไปติดตามกลุ่มผู้ชุมนุม ติดตามเช่นนั้นอย่างเดียวไม่พอ ยังมีการโทรศัพท์ไปถึงแม่ ของคนที่ชุมนุมให้ลูกนั้นหยุดปฏิบัติการเสีย ที่จังหวัดพัทลุงครับ มีเพื่อนส่งข้อความมาให้ดู เป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ของ สภ. เมืองพัทลุง ได้มีข้อความทํานองเดียวกันคือ ประชาสัมพันธ์บอกให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทราบว่าขณะนี้เหมือนกับว่ากําลังจะมีการ ชุมนุมอยู่ แล้วก็ข่มขู่ว่า ไม่ใช่ข่มขู่ขออภัย แล้วก็พยายามแนะนํากับพี่น้องประชาชนว่าอย่า ไปร่วมการชุมนุมกับเขา เพราะจะขัดต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เท่านั้นไม่พอครับ ลุกลามเข้าไปถึง ในสถานศึกษาในโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษาบอกกับน้อง ๆ ที่เขามีความตั้งใจที่อยากจะ ไปร่วมชุมนุมว่าพวกคุณห้ามไปชุมนุม เพราะถ้าหากไปชุมนุมจะไม่ให้ใบสําเร็จการศึกษา จะไม่ตัดเกรดให้กับน้อง ๆ นักเรียนชั้นมัธยมเท่านั้นเอง นี่คือการจํากัดสิทธิและเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรงที่สุด ซึ่งพรรคภูมิใจไทย ผมประกาศชัด ๆ อีกครั้งว่าพวกเรารับไม่ได้ ผมเชื่อครับ ผมเชื่อด้วยความสนิทใจว่าคําสั่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้ มาจากหัวหน้ารัฐบาลอย่างแน่นอน ไม่ได้มาจากท่านนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ไม่ได้มา จากรัฐบาลโดยตรงอย่างแน่นอน เพราะไม่มีรัฐบาลไหนที่จะคิดไม่เป็นหรอกครับ การกระทํา ดังกล่าวยิ่งเป็นการเติมน้ํามันเข้าสู่กองไฟ ผมเชื่อว่าเป็นการกระทําของผู้บังคับบัญชา ระดับล่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องฝากไปถึงรัฐบาลก็คือว่าอย่าเอาประเด็นแบบนี้มาเป็น ประเด็นที่ทําให้เกิดความไม่สบายใจในกลุ่มของพี่น้องประชาชนเลย ท่านต้องสั่งการลงไปถึง ผู้บังคับบัญชาระดับล่าง อย่าดําเนินการหรือปฏิบัติการดังกล่าวกับพี่น้องประชาชน ตราบใด ก็ตามที่พี่น้องประชาชนยังปฏิบัติอยู่ในกรอบ อยู่ในกฎเกณฑ์ของกฎหมาย

ประเด็นถัดมาครับ ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังจะลงมติในญัตติ ๓ รูปแบบ ทั้ง ๗ ญัตติด้วยกัน รูปแบบนี้ที่ ๑ ก็คือเราจะลงมติว่าเราจะส่งความคิดเห็น ของพวกเราทั้งหมดที่อภิปรายกันมา ๑ วัน ให้กับรัฐบาลไปดําเนินการหรือไม่ ญัตติที่ ๒ คือ ญัตติของพวกผมพรรคภูมิใจไทยคือเราจะส่งความคิดเห็นไปให้กับกรรมาธิการสามัญประจํา สภากรรมาธิการพัฒนาการเมืองเพื่อให้เขาไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนหรือไม่ และรูปแบบที่ ๓ คือเราจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรโดยมีภารกิจหลัก ก็คือเดินหน้าออกไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มนิสิตนักศึกษา และที่สําคัญที่สุดเราจะต้องให้กลุ่มนักศึกษาเหล่านี้มามีส่วนร่วมให้มากที่สุด กับกรรมาธิการวิสามัญชุดที่กําลังจะตั้ง เมื่อวานนี้ผมได้อธิบายไปแล้ว ว่าถึงแม้นญัตติของผม ผมจะตั้งเสนอญัตติเพื่อส่งให้กรรมาธิการสามัญ แต่พวกผมก็ไม่ติดใจเช่นเดียวกันที่จะให้ มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แล้วไปรับฟังความคิดเห็นของน้อง ๆ นักศึกษา แล้วนําไปสู่ การปฏิบัติให้เป็นมรรคเป็นผล ท่านประธานครับ เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญประจําสภาในเรื่องญัตตินี้ ผมรู้สึก ไม่สบายใจครับ ผมไม่สบายใจที่ได้ยินเพื่อนสมาชิกหลายคนได้ลุกขึ้นยืนอภิปรายในสภา แล้วบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ ผมไม่ได้ไม่สบายใจที่ท่านไม่เห็นด้วยกับ การตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ แต่ผมไม่สบายใจ เพราะความคิดเห็นของท่านที่ท่านบอกว่า จะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือท่านไม่เชื่อมั่นครับ ท่านไม่เชื่อมั่นคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่กําลังจะเกิดขึ้น และเป็นกังวลว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเตะถ่วงและซื้อเวลา ให้เรื่องนี้ยืดเยื้อออกไป นี่คือประเด็นที่ผมไม่สบายใจ ผมไม่สบายใจเพราะว่าสิ่งที่ท่านคิด และท่านพูดออกมาดัง ๆ ในสภานี้มันเป็นเสมือนหนึ่งท่านกําลังดูถูกอํานาจตัวเอง อย่างร้ายแรงที่สุด ท่านกําลังดูถูกอํานาจของตัวเองว่าเราในฐานะผู้แทนของพี่น้องประชาชน เราจะไม่ใช้เวทีสภาในการที่จะแก้ไขปัญหา เอาละ ผมไม่ปฏิเสธท่านบอกว่าท่านจะส่งเรื่อง ที่เราอภิปรายกันมา ๒ วันเป็นข้อสังเกตให้กับคณะรัฐมนตรี ท่านจะลงมติเสนอให้กับ คณะรัฐมนตรีนําไปพิจารณาต่อ ซึ่งมันก็เป็นช่องทางที่สามารถที่จะทําได้ครับ แต่ในทาง ปฏิบัติที่ผ่านมาเราเคยเห็นหลากหลายเรื่องราวที่ผ่านจากสภาผู้แทนแห่งนี้แล้วส่งไปที่ คณะรัฐมนตรี นั่นหมายความว่ามันหลุดเลยอํานาจของสภาผู้แทนแล้ว เป็นอํานาจของ คณะรัฐมนตรีว่าจะดําเนินการอย่างไร เขามีสิทธิที่จะดําเนินการหรือไม่ดําเนินการตาม ความคิดเห็นของสภาก็ได้ แล้วทําไมเราจะต้องผลักไสสิ่งที่เราปรารถนาไปให้กับ คณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการละครับ ไหนเราบอกว่าเราจะเป็นตัวแทนของเขา เราอภิปราย กันมา ๑ วัน เราบอกว่าเราจะรับฟังความคิดเห็นของเขาอย่างเต็มที่ทุกรูปแบบ และทําไม เราไม่ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อไปรับฟังเขาละครับ ทําไมเราจะสิ้นสุดการทําหน้าที่ เป็นตัวแทนของเขาแค่วันนี้ แค่อภิปรายสิ้นสุดคนละ ๗ นาที ๆ นั่นคือการเป็นตัวแทน ของกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วหรือครับ อภิปราย ๗ นาทีแล้วส่งเรื่องให้กับรัฐบาลแค่นั้นหรือครับ คือหน้าที่ของพวกเรา เราตั้งคณะกรรมาธิการไปรับฟังเขาสิครับ ไปรับฟังเขาให้มากขึ้น ไปเปิดหูให้มากขึ้น ไปเปิดใจกับเขาให้มากขึ้น ไปแสดงความจริงใจกับเขาให้มากขึ้น แล้วที่ บอกว่าคณะกรรมาธิการนี้จะเตะถ่วงผมไม่เชื่ออย่างนั้นนะครับ มันอยู่ที่ใครเข้ามาเป็น กรรมาธิการและมีจิตสํานึกมากน้อยแค่ไหน เรามีความจริงจัง มีความจริงใจที่จะดําเนินการ แก้ไขปัญหามากน้อยแค่ไหนต่างหาก ผมจึงต้องบอกกับท่านประธานส่งผ่านไปถึง เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ ขณะนี้ยังพอมีเวลา ท่านตัดสินใจใหม่เถอะครับ ผมพูดคุยกับ ท่านมาตั้งแต่เมื่อวานเพื่อหาทางออกร่วมกัน เพื่อเราจะใช้สภาแห่งนี้ทํางานร่วมกัน ผมส่งผ่านข้อความถึงท่านประธาน ถึงเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ เรามาร่วมกันเถอะครับ ยังมีเวลาอีก ๕ นาที ๗ นาที ท่านตัดสินใจใหม่ ก็ถือโอกาสตรงนี้ฝากท่านประธานถึง เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านและพวกผมถ้าหากว่าได้มีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมาธิการก็จะทําหน้าที่ ให้ดีที่สุด ขอบพระคุณครับ