สนอง เทพอักษรณรงค์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หยุดคุกคามประชาชน และยุบสภา โดยเน้นย้ำว่าควรแก้ไขปัญหาโดยรวมทุกกลุ่มเพื่อให้การแก้ไขเป็นไปตามเจตนารมณ์ของแต่ละฝ่าย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ต่อญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้ ถามว่าในความรู้สึกของตัวกระผมมีความรู้สึกอย่างไร ก็รู้สึกเราไม่ได้ขัดข้องอะไรกับความคิดความเห็นของคนรุ่นใหม่ที่กําลังเรียกร้องอยู่ใน ๒-๓ ประการ อย่างที่เราพูดถึงกัน ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเรา เรามีประชากรอยู่ ๖๐ กว่าล้านคน ในจํานวน ๖๐ กว่าล้านคนนั้น ก็จะประกอบไปด้วยเด็กผู้ที่อยู่ใน วัยเจริญพันธุ์ กําลังเป็นหนุ่มเป็นสาว กําลังย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุไปถึงวัยผู้สูงอายุ เรามีทุกชนชั้น มีทุกเพศทุกวัยที่อยู่ในสังคมไทยจํานวน ๖๐ กว่าล้านคน คงไม่สามารถที่จะไประบุได้ว่า คนในวัยไหนมีความสําคัญกว่ากัน เพราะแต่ละคนเรามี ๑ สิทธิ ๑ เสียงมาเท่ากัน คนที่มือเหี่ยว ๆ คนที่มือแห้ง ๆ ที่หลายคนพูดถึงนั่นก็เป็นมือที่โอบอุ้ม ป้อนข้าว ป้อนน้ํา ป้อนยา จนกระทั่งให้มีคนที่เติบโตขึ้นมาเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคม เพราะฉะนั้นเราจะไปดูถูก เขาว่าไม่สําคัญก็ไม่ได้ครับ ทุกคนมีความสําคัญเท่าเทียมกัน สังคมของคนไทยนั้น เราให้เกียรติกัน เราเคารพในวัยวุฒิ ในคุณวุฒิ เรามีสืบสายโลหิต มีพี่มีน้อง มีป้ามีลุง มีปู่มีย่า มีตามียาย เราอยู่กันอย่างนี้มาด้วยความอบอุ่นครับ วันนี้ถ้าจะเปรียบไปแล้วรัฐบาลก็เปรียบ เหมือนหัวหน้าครอบครัว ประชากรทั้ง ๖๐ ล้านคนนั่นคือลูก นั่นคือบุคคลที่อาศัยอยู่ใน ครอบครัวครับ วันนี้รัฐบาลจะต้องดูแลครอบครัวให้ทั่วถึง ต้องสํารวจต้องรับรู้ต้องเข้าไปอยู่ ในจิตใจของแต่ละวัย ของแต่ละยุคว่าแต่ละยุคแต่ละวัยเขาต้องการอะไร วันนี้ข้อเรียกร้อง มีอยู่ ๓ ข้อ คงไม่ต้องกล่าวถึงครับ แต่ท่านประธานครับ ถามว่า ๓ ข้อที่เรียกร้องนั้นเพียงพอแล้ว หรือยัง ภาพจากการแสดงออกในหลาย ๆ พื้นที่ เราต้องยอมรับสังคมเรานั้นประเทศไทยเรา ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเรามีชาติ มีศาสนา มีพระมหากษัตริย์ จากภาพที่แสดงออกมาสื่อจนไม่สามารถที่จะแสดงออกได้ ผมอยากทราบว่านอกจาก ๓ ข้อที่เรียกร้องมีอย่างอื่นอีกหรือเปล่าที่ยังแทรกอยู่ อันนี้ต้องพูด ให้ชัดเจนครับ เพราะอะไรครับ นโยบายของพรรคภูมิใจไทยนั้นเราประกาศชัดเจนตั้งแต่เริ่ม ก่อตั้งพรรคว่าเราเป็นพรรคการเมืองที่เทิดทูนสถาบัน ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าเรารัก มากกว่าใคร ไม่ใช่ครับ แต่เป็นจุดยืนของเราที่ประกาศเอาไว้ และเราก็จะเดินในแนวทางนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมาแก้ไขกัน ๑. แก้ไขรัฐธรรมนูญเห็นด้วยไหม เห็นด้วยครับ ไม่ขัดข้องเลย เราก็มีความรู้สึกเหมือนท่านทั้งหลายนั่นแหละกับความชอบธรรม ความเป็นมาเป็นไปของ รัฐธรรมนูญเรารับรู้กันอยู่ ๒. หยุดคุกคามประชาชน นักเรียน นักศึกษา เห็นด้วยไหมครับ เห็นด้วยครับ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราไม่ต้องการให้บ้านเมืองของเรานั้น เราได้รับ บทเรียนของความเจ็บปวดมามากแล้ว เราไม่ต้องการให้บ้านเมืองของเราต้องเสียหาย ไปมากกว่านี้ เพราะคนที่อยู่ในถนนวันนี้ไม่ใช่ใครครับ เป็นลูก เป็นหลาน เป็นญาติ เป็นพี่ เป็นน้องของเราทั้งนั้น เราไม่ต้องการเห็นการคุกคามใช้ความรุนแรงใด ๆ จากรัฐบาลที่จะ กระทําต่อบุคคลเหล่านี้ ถามว่าอันนี้เราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง การยุบสภาหลายคนพูดถึง ผมถามว่าการยุบสภา ชีวิตของการเป็นนักการเมือง เป็นนักเลือกตั้ง ผ่านร้อนผ่านหนาว มามาก ถามว่าเรากลัวไหมกับการยุบสภา ก็บอกไม่กลัวอีกนั่นแหละ เป็นนักมวยเราไม่กลัวหรอก จะชกเวทีไหน จะชกเมื่อไร แต่ผมถามว่าถ้ายุบสภาวันนี้เลือกตั้งอีกสัก ๓๐ วันมันดีขึ้นไหม ได้อย่างที่ต้องการไหม ผมว่าไม่ใช่ เพราะฉะนั้นปัจจัยแรกเห็นด้วยที่ควรจะมีส่วนร่วม สภาแห่งนี้ควรจะมีส่วนร่วมในการรับรู้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อเอามาสังเคราะห์ทําอย่างไร เราจะให้คนทุกเพศทุกวัยรวบรวมเอาความต้องการของทุกกลุ่มเข้ามาได้ แล้วเราก็แก้ไข ปัญหานั้นให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของแต่ละฝ่าย ของแต่ละกลุ่ม เสร็จแล้วเมื่อเราได้แล้ว มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภามีกําหนดที่แน่นอน แล้วเราก็มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างนี้ ผมว่าจะสมความปรารถนากับทุกฝ่ายครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องขอกันเลยก็คือว่าอย่างไรเสีย สิ่งหนึ่งที่เรารับไม่ได้ก็คือการทําอะไรก็ตามแต่ถ้าจะมองไปแล้วเป็นการล่วงละเมิดต่อสถาบัน ที่เคารพของคนไทยทั้งชาติ ผมเชื่อว่าคนไทยอีกเกินกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่ยังรักเทิดทูน ในสถาบันสูงสุดของชาติไทย อันนี้ต้องฝากไว้เลยครับ ขอบพระคุณมากครับ