พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวถึงการชุมนุมของเยาวชนและประชาชนที่ออกมาเรียกร้องอนาคตที่ดีกว่า พร้อมเรียกร้องให้รัฐยุติการคุกคาม ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน ยุบสภา และจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทุกกลุ่มทุกวัย เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องในการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง พร้อมวิพากษ์รัฐบาลที่ไร้ความรับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง และการละเมิดสิทธิเสรีภาพ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรับฟังเสียงคนรุ่นใหม่ ยอมรับความจริงที่ไม่สะดวกใจ เพื่อร่วมกันหาทางออกให้ประเทศแทนการมองเยาวชนเป็นภัยต่อสถาบันและความมั่นคง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตลอดสัปดาห์ ที่ผ่านมาจนทุกวันนี้ในขณะที่พวกเรากําลังอภิปรายกันอยู่ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ในหลายจังหวัดมีเยาวชนคนหนุ่มสาว รวมถึงประชาชนจํานวนมากกําลังชุมนุมเรียกร้อง เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทย ๑ ในนั้นคือการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมาซึ่งมีการเรียกร้องให้ ๑. รัฐหยุดคุกคามประชาชน ๒. ประกาศ ยุบสภา ๓. มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ประการแรกเลยผมคิดว่าเหล่านี้คือข้อเรียกร้องที่รัฐบาลต้องรับฟังอย่าง จริงใจ รัฐบาลต้องไม่มองพวกเขาเป็นศัตรู ไม่มองว่าพวกเขาเป็นภัยคุกคาม ไม่ดูถูก การออกมารวมตัวของพวกเขาว่าเป็นม็อบ (Mob) มุ้งมิ้ง และไม่ดูถูกพวกเขาโดยการบอกว่า พวกเขาโดนพรรคการเมืองไหนปั่นหัวให้ออกมากัน แต่พวกเราควรหันกลับมามอง ที่ตัวเราเองว่าเยาวชนเหล่านี้เป็นผลพวงจากความล้มเหลวของพวกเรา ทําให้พวกเขาต้องมา ใช้ชีวิตในประเทศไทยที่ไร้อนาคตขนาดนี้ สําหรับผมแล้วข้อเสนอของพวกเขาเป็นข้อเสนอ ที่เข้าใจง่าย และไม่ได้เกินไปจากวิกฤติเศรษฐกิจการเมืองที่ประเทศกําลังเผชิญอยู่ขณะนี้ ภายใต้การบริหารของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการอภิปรายนี้ ผมจะมาสรุปให้ฟัง รวมถึงมีข้อเสนอที่อยากให้รัฐบาลได้นําไปปรับใช้จริง ไม่ใช่แค่ทําท่าทีเหมือนจะรับฟัง เยาวชนเพียงเท่านั้น ในมิติของสิทธิเสรีภาพนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดมาจนถึงตอนนี้คือการจงใจ ต่ออายุสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ไม่ได้มีไว้เพื่อปราบโควิด (COVID) แต่มีไว้ เพื่อปราบปรามประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล ในสังคมประชาธิปไตยรัฐมีหน้าที่คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือประชาชนไม่ไว้ใจรัฐบาล ของพวกเขาเอง พวกเขากําลังสงสัยว่าวันใดหนอที่พวกเขาจะถูกอุ้มหาย วันใดหนอ ที่เจ้าหน้าที่จะมาเคาะประตูบ้านคุกคามครอบครัวของพวกเขา วันใดหนอที่พวกเขาจะถูก ดําเนินคดี วันใดหนอพวกเขาจะถูกเข้าโรงพยาบาลจิตเวชยัดเยียดให้เป็นคนบ้า ยัดเยียด ให้เป็นคนจิตผิดปกติเพียงเพราะแสดงออกในสิ่งที่รัฐไม่อยากให้พูด สิ่งที่รัฐไม่อยากให้ฟัง ตอนนี้ประชาชนมองว่ารัฐเป็นภัยมั่นคงของประชาชน ในมิติของเศรษฐกิจนั้นเศรษฐกิจแย่ มาก่อนโควิด (COVID) แล้ว แต่โควิด (COVID) ซ้ําเติมให้เป็นวิกฤติซ่อนวิกฤติ ประชาชน กําลังตกทุกข์ได้ยาก ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย นักศึกษาที่กําลังจะจบใหม่ กว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน คนที่กําลังจะตกงานอีก ๘.๔ ล้านคน ประเทศไทยของเราจึงไม่ได้แค่อยู่กับที่ครับท่านประธาน นี่คือจุดเริ่มต้นของทศวรรษ ที่ถดถอย เยาวชนเหล่านี้เขาไม่มีแม้แต่เสรีภาพ ไม่มีสิทธิในการทํากินที่จะประกันอนาคตที่ดี ในประเทศไทย พวกเขาต้องเติบโตมาในสภาพสังคมที่คุณภาพชีวิตแย่เหลือเกิน มันไม่น่า แปลกใจเลยสําหรับผมที่เยาวชนเหล่านี้กําลังต้องการทําให้อนาคตของตัวเองมั่นคงขึ้นดีกว่า ทุกวันนี้ ในมิติของรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันในรายละเอียด ไปมากแล้ว ดังนั้นผมจะพูดโดยสรุป ถึงที่สุดแล้วสิ่งที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ไม่ใช่ รัฐธรรมนูญหรอกครับ แต่เป็นเพียงใบอนุญาตให้คณะรัฐประหารมานั่งบริหารประเทศนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ เป็นใบอนุญาตให้อํานาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่เหนืออํานาจ ของประชาชนตลอดไป ดังนั้นนี่คือเหตุผลว่าทําไมเราจึงต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิ่งที่สังคมไทยต้องการคือข้อตกลงร่วมกันของทุกฝ่ายคือระบบการเมืองที่มีประสิทธิภาพ และอํานาจสูงสุดเป็นของประชาชน เพื่อทําให้ประเทศนี้เดินไปข้างหน้าได้เสียทีหนึ่ง และนี่คือที่มาของข้อเสนอของพวกเราที่จะไปสู่ทางออกของประเทศในเวลานี้ สิ่งที่ผม และพรรคก้าวไกลอยากจะเสนอคือการกระทําที่เป็นรูปธรรมที่ต้องทําอย่างเร่งด่วน ๕ ข้อ ด้วยกัน ดังต่อไปนี้
๑. ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมือง หยุดกดทับสิทธิเสรีภาพประชาชน เพราะถ้ารัฐกดทับประชาชนไปเรื่อย ๆ แบบนี้วันหนึ่ง สิ่งเหล่านี้จะระเบิดออกมา
๒. ทบทวนการดําเนินคดีที่เป็นคดีทางการเมืองที่ผ่านมาทั้งหมด หยุดปิดปาก นักศึกษาและประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น หยุดปิดปากอนาคตของประเทศ การดําเนินคดีไม่ใช่ทางออกของปัญหาที่กําลังเกิดขึ้น
๓. รัฐบาลต้องหยุดคุกคามเยาวชนและครอบครัว หยุดคุกคามในสถานศึกษา รวมถึงหยุดการใช้ปฏิบัติการข่าวสารหรือไอโอ (IO) ที่ยุยงปลุกปั่นให้สังคมมีความขัดแย้ง สร้างกระแสความเกลียดชังในประชาชนกันเอง ซึ่งจะทําให้สังคมแตกหักมากขึ้นไปเรื่อย ๆ
๔. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่าเขาล้มเหลวเพียงใด เขาเป็นตัวขัดขวางอนาคตเพียงไหน เป็นตัวขัดขวางความเจริญ ของประเทศนี้ ดังนั้น พลเอก ประยุทธ์ ควรหลีกทาง พลเอก ประยุทธ์ ออกไปเสียเถอะครับ
๕. ต้องเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งมาจากประชาชนที่แท้จริงให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการเขียนกติกาสูงสุดของประเทศ โดยพรรคก้าวไกลเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ไม่ต้องกําหนดวุฒิการศึกษา กําหนด อายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ทําให้เป็น ส.ส.ร. ที่มาจากประชาชนจากทุกชนชั้น ทุกสถานะ ทุกรุ่น ให้เข้ามากําหนดระบบการเมืองที่พวกเขาต้องการด้วยตนเอง นี่คือบันไดขั้นแรกที่จะเป็น ทางออกของประเทศไทยในตอนนี้
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมไม่แน่ใจว่าถึงวันนี้พวกเราและสังคมไทยทั้งหมด พร้อมหรือต้องการที่จะรับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่จริง ๆ หรือไม่ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เรา ควรหยุดแสร้งทําเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า นอกเหนือจากข้อเรียกร้อง ๓ ข้อของกลุ่มเยาวชนนั้น ในการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการแสดงออกทางโลกออนไลน์ (Online) ยังมีเยาวชนและประชาชนอีกมากมาย ที่ได้แสดงออกถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เป็นอินคอนวีเนียน ทรูท (Inconvenient truth) หรือ ความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนใจ สําหรับสังคมไทย ไม่ว่าเราจะชอบใจหรือไม่ชอบใจ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องยอมรับความจริง อันน่ากระอักกระอ่วนใจเหล่านั้น เป็นความรู้สึกแห่งยุคสมัย เป็นผลผลิตของปัญหาที่พวกเรา ล้วนมีส่วนร่วมสร้างขึ้นมาและหมักหมมเอาไว้ให้ลูกหลาน ถ้าพวกเราพร้อมและต้องการที่จะ รับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่จริง ๆ ผมขอเชิญชวนให้พวกเราตั้งสติเสียใหม่เปิดใจ ปรับมุมมอง แล้วลงมือหาทางออกของประเทศไทยไปด้วยกัน แต่ถ้าเราไม่พร้อมเราจะมองเห็น เพียงว่าผู้เป็นอนาคตของชาติคือภัยต่อความมั่นคง คือภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่นนั้นประเทศก็จะไม่มีทางออก ไม่มีอนาคต เพราะพวกเราช่วยกันฆ่าอนาคตของประเทศ ด้วยมือของพวกเราเองแล้ว ขอบคุณครับ