ธีรัจชัย พันธุมาศ กล่าวถึงผลกระทบจากการเมืองและรัฐประหารที่ส่งต่อมาถึงเยาวชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ธีรัจชัย พันธุมาศ กล่าวถึงผลกระทบจากการเมืองและรัฐประหารที่ส่งต่อมาถึงเยาวชน พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจฟังเสียงและดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และยุติการคุกคาม เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่คนรุ่นใหม่

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมขอโทษน้อง ๆ เยาวชน นิสิต นักศึกษา ที่คนรุ่นเราและคนรุ่นก่อนหน้านี้ไม่สามารถที่จะสร้างประชาธิปไตย สร้างเศรษฐกิจ สร้างสังคมที่มีอนาคตอันสดใสที่เขาจะมั่นใจและยืนอยู่ได้ในประเทศเรานี้ แต่ ณ วันนี้ประเทศเรานั้นเป็นเพียงประชาธิปไตยแค่รูปแบบแต่เนื้อหาไม่ใช่ เผด็จการล้วน ๆ แต่วันนี้ระบบเศรษฐกิจของเรานั้นพังทลายไม่มีอนาคตเด็กจะต้องตกงานอีกไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน คนจะตกงานอีกไม่น้อยกว่า ๘ ล้านคน นี้คือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นจนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษานั้นจะต้องออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเหตุบังเอิญ แต่เป็นเรื่องที่มีเหตุปัจจัยครับ หากเรามองย้อนไปเมื่อ ๑๕ ปี ที่แล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ น้อง ๆ เหล่านี้ตอนนั้นอายุเพียงแค่ ๔ ปี ตอนอายุ ๑๘ ปี ตอนนี้ อายุเพียงแค่ ๔ ปี ปี ๒ อายุ ๑๙ ปี ตอนนี้อายุ ๕ ปี ปี ๓ อายุ ๒๐ ปี ตอนนี้อายุเพียงแค่ ๖ ปี ปี ๔ อายุ ๒๑-๒๒ ปี อายุเพียงแค่ ๖-๗ ปี เท่านั้นเอง เขาต้องผ่านอะไรบ้างครับ ปี ๒๕๔๘ มีการประท้วงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วยม็อบ เสื้อเหลือง มีการปิดยึดทําเนียบ ปิดสนามบิน นําไปสู่การยึดอํานาจของกองทัพของทหาร มีกองทัพ มาร่วมครั้งที่ ๑ นั้นคือยึดอํานาจ ทําให้ประเทศเราหยุดพัฒนาประชาธิปไตยไปอีกหลายปี มีการเลือกตั้ง การเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมา ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ มีม็อบ (Mob) นปช. เคลื่อนไหวโต้แย้งรัฐบาลชุดนั้นว่ามาจากการแต่งตั้งนายทหาร ถูกกระชับพื้นที่มีคนตาย มากมายก็เป็นการสิ้นสุดของการต่อสู้ของคนเสื้อแดง นั่นคือวิกฤติของคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง ผ่านมาปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ เราเกิดม็อบ (Mob) กปปส. ม็อบ (Mob) นกหวีด สโลแกน (Slogan) บอกว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง นํามาสู่การปิดเมือง นํามาสู่การบอยคอต (Boycott) เลือกตั้ง และสู่การยึดอํานาจของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และ คณะ คสช. ก็เป็นกองทัพ ทั้ง ๓ กรณีนั้นคนรุ่นนี้เติบโตมาจนอายุ ๑๕ ปี ปี ๒๕๕๗ ได้ซึมซับ เด็กที่อยู่ในวัยที่ต้องการดูการ์ตูนก็ซึมซับการปฏิวัติรัฐประหาร การชิงอํานาจ การยึดอํานาจ แล้วมีคําสัญญา ปี ๒๕๕๗ ล่าสุดเพลงคืนความสุขประชาชน เราจะทําตามสัญญาขอเวลา อีกไม่นาน เพื่อนํารักกลับมา ต้องใช้เวลาเท่าไร โปรดจงรอได้ไหม จะข้ามผ่าน ความบาดหมาง เราจะทําอย่างซื่อตรง ขอเธอจงโปรดไว้ใจและศรัทธา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้ประชาชน นี่เนื้อเพลงที่กรอกหูในปี ๒๕๕๗ ทุกคนฟัง เด็กรุ่นนี้ได้ฟัง แต่ถามว่าผ่านมา ๖ ปี สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในการรัฐประหารไหม ไม่เกิดครับ เราได้อะไรครับ เราได้รัฐธรรมนูญคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้คือวุฒิสภา เราได้ กกต. องค์กรอิสระที่เกิดจากการเลือกวุฒิสภาก็ได้ วุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง ของ คสช. คณะรัฐประหารเกิดจากสภานิติบัญญัติซึ่งมาจากรัฐประหาร แต่งตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญมีส่วนในการแต่งตั้งศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ กกต. ป.ป.ช. ผลเหล่านี้ เป็นอย่างไร ผลเหล่านี้เราได้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอีกครั้งหนึ่ง โดย ส.ว. ช่วยกันโหวต ผลเหล่านี้เราได้คําวินิจฉัยต่าง ๆ ที่พอออกมาแล้วในคดีสําคัญนั้นออกมา เกิดความกังขาในใจทั้งหมด ผลออกมาแล้วเราได้การเลือกตั้งที่มีการคํานวณแบบพิสดาร จนได้พลิกฝ่ายพรรคอันดับ ๒ เป็นพรรคอันดับ ๑ สามารถเป็นรัฐบาลได้ ผลออกมาทําให้ การวินิจฉัยการยืมนาฬิกาเพื่อน เป็นการยืมใช้ของลูก นี่คือสิ่งที่เด็ก ๆ เหล่านี้ได้รับ เขาออกมาต่อสู้เพื่ออนาคตของพวกเขา ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ข้อเรียกร้องทั้งหมด ๓ ข้อ คือยุบสภา การหยุดการคุกคามและแก้รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่อาจจะสลับก่อนหลังได้ รัฐธรรมนูญควรแก้และสภาแห่งนี้ควรที่จะฟัง แต่ไม่ใช่สภาฟังอย่างเดียว รัฐบาลต้องฟังครับ นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องฟัง คนเกี่ยวข้อง คสช. ต้องฟัง องค์กรอิสระต้องฟัง ฟังอย่างเดียวไม่พอ จะต้องคิดดูตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับประเทศนี้ จะปล่อยให้เป็น ไปตามอย่างนี้ โครงสร้างรัฐธรรมนูญแบบนี้ โครงสร้างองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ องค์การตุลาการไม่เคยตรวจสอบถ่วงดุลกับอํานาจนิติบัญญัติเลยจะให้เป็นอย่างนี้ ตลอดไป ให้โครงสร้างบิดเบี้ยวแบบนี้เกิดขึ้นตลอดไปหรือไม่ หรือจะเปลี่ยนใจกลับมาแก้ไข ลดความบาดหมางนํารักกลับมา สร้างแผ่นดินที่งดงามตามที่โฆษณาไว้ ไม่ใช่บิดเบี้ยว อย่างนี้ จะเอาอย่างไรต้องตัดสินใจด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา และคนที่ เกี่ยวข้องผู้ปฏิรูป ผมเรียนอย่างนี้นะครับ น้อง ๆ เขาเติบโตมาจากการหล่อหลอมแบบนี้ เขาต่อสู้ด้วยความเจตนาที่สุจริต ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่ออนาคตของเขาและลูกหลานของเขา เป็นความกล้าหาญ ที่เกิดจากการหล่อหลอมเกิดสถานการณ์สร้างเขาขึ้นมา ไม่มีใครยับยั้งได้หรอกครับ ไม่มีใคร ไปอยู่เบื้องหลังได้หรอกครับ ถ้าท่านตัดสินใจคุกคามเขา ดําเนินคดีโดย พ.ร.บ. ฉุกเฉิน หรือกฎหมายอื่น ๆ นั่นคือท่านนับถอยหลัง ถ้าท่านตัดสินใจทําร้ายเขา ใส่ร้ายเหมือนตอน ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ใส่ร้ายป้ายสีให้เป็นความผิดที่ฉกรรจ์ สร้างสถานการณ์เหตุการณ์ มันต่างกันตอนนั้นไม่มีโซเชียลมีเดีย (Social Media) การเปิดเผยไม่ง่าย ไม่เหมือนตอนนี้ นับแต่แรกถ้าท่านคิดจะทําร้าย ท่านคิดจะลั่นกระสุนใส่ชีวิตแม้แต่คนเดียว เยาวชน ๑๕-๒๔ ปี หรือเกินกว่านั้นไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านคนจะไม่ยอม พ่อแม่พี่น้องของเขาอีกหลายสิบล้านคน จะไม่ยอม และนั่นคือจุดจบ รัฐบาลจะเลือกหรือไม่ว่าจะเป็นวีรบุรุษที่มาสร้างประชาธิปไตย หรือจะเป็นทรราช ขอให้เลือกและตัดสินใจด้วยนะครับท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพวก