กษิดิ์เดช ชุติมันต์ สนับสนุนญัตติด่วนให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน โดยเน้นถึงความบริสุทธิ์ใจและความเปราะบางของกลุ่มดังกล่าว พร้อมเสนอให้เปิดพื้นที่รับฟังความเห็นอย่างสร้างสรรค์ภายใต้กรอบประชาธิปไตยและนิติธรรม เพื่อหาทางออกร่วมกันโดยไม่เพิ่มความขัดแย้งในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมต้องขอกล่าวเชยชม แล้วก็สนับสนุนญัตติด่วนของ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นะครับ ก็ถือว่าเป็น การเมืองเปิดกว้างในรูปแบบที่สังคมวันนี้ต้องการ ก็ต้องเรียนนิดหนึ่งว่าญัตตินี้ชื่อเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และเยาวชน ในการยื่นเรื่องครั้งนี้มีอยู่ประมาณ ๓-๔ เรื่อง แต่ทําไมผมถึงสนับสนุนญัตติ และเรื่องของ คุณจักรพันธ์ พรนิมิตร เพราะว่าค่อนข้างชัดเจนชื่อเรื่องก็คือว่าพูดถึงกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ ฉะนั้นเราจะมุ่งเน้นที่จะรับรู้รับฟังความต้องการและเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของนักเรียน นักศึกษาและเยาวชน ในส่วนตรงนี้ที่เราให้ความสําคัญมาก ก็เพราะว่าเป็นกลุ่มที่เปราะบาง ในความคิด แล้วก็ผมเชื่อเลยว่าเป็นเจตนาอันบริสุทธิ์จริง ๆ เดี๋ยวผมขอฝ่ายโสตช่วยขึ้นรูป นิดหนึ่งครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
เปลี่ยนรูปไปเรื่อย ๆ นะครับ ผมกําลังจะให้เห็นถึงกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องต่าง ๆ ว่ามีหลายกลุ่ม ซึ่งไม่แค่กลุ่มที่ ไม่เอารัฐบาลอย่างเดียว มีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนด้วย แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงกลุ่มนี้ครับ ก็คือ กลุ่มภาพสุดท้าย เดี๋ยวขอฝ่ายโสตขึ้นอย่างต่อเนื่องเลยนะครับ กลุ่มนี้ละครับ คือกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษาที่ผมเป็นห่วงมาก ๆ นะครับ อยากจะใช้ คําพูดแทนว่าพี่เป็นห่วงน้องมาก ๆ จริง ๆ นะครับ เพราะว่าเรียนตรง ๆ เลยว่าความห่วงใย จากรัฐบาลกับกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้ที่มีความคิดหลากหลาย นักเรียน นิสิต นักศึกษา สนใจ ทางการเมืองมากขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่เขามีความห่วงใยกับชาติบ้านเมือง มีความห่วงใย กับเศรษฐกิจในตอนนี้ แล้วก็แนวทางประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่า มันเป็นในแบบที่สมควรจะเป็นหรือไม่ ด้วยความไม่รู้ หรือด้วยความมีวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่พวกเราอยากจะเปิดเวทีรับฟังน้อง ๆ วันนี้ได้มีโอกาสเข้าถึงปัญหาของน้อง ๆ แล้วอยากจะเชิญน้อง ๆ มาร่วมกันกําหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ถือเป็นนิมิตใหม่ ของการเมืองที่เปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็น วันนี้เราต้องพูดความจริงครับ ทําไมผมถึง ต้องบอกว่าเราต้องพูดความจริง เพราะวันนี้ปัญหาของประเทศไทยอยู่กับ ๒ เรื่องเท่านั้น คือความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจ ตกต่ําที่ต้องเร่งดําเนินการ ฉะนั้นการชุมนุมเรียกร้องจากกลุ่มต่าง ๆ เราต้องมาวิเคราะห์ และแยกแยะว่าเป็นกลุ่มชมนุมกลุ่มไหน มีใครอยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือไม่ ถ้าใน ความหมายของพวกเรานักการเมืองก็คือจัดตั้งหรือไม่ อันนี้เราต้องแยกแยะให้ชัดนะครับ การมีม็อบ (Mob) จัดตั้งเราเห็นกันมานานแล้ว การบังคับใช้กฎหมายเสรีภาพของการใช้บังคับ ใช้กฎหมายต้องเท่าเทียมกัน เราต้องมองถึงว่าผู้ที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองด้วย ต้องเรียนนิดหนึ่งว่าทางรัฐบาลคงไม่ประสงค์ที่จะเห็นม็อบ (Mob) ชนม็อบ (Mob) เหมือนเช่นอดีตที่เราเคยเห็นว่ากลุ่มสีเสื้อ กลุ่มรักฝั่งนี้ก็มาชุมนุมกัน อีกกลุ่มรักฝั่งโน้น ก็มาเลือกมุมหนึ่งมาชุมนุมกัน สุดท้ายก็วิ่งเข้าหากัน ปะทะกันเพื่อแสดงพลัง อันนี้ ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศไม่อยากเห็นความแตกแยกอีก แล้วก็ไม่อยากเห็นภาพการเมือง แบบเก่า ๆ เพราะวันนี้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งในแนวทางประชาธิปไตย เราต้องเคารพ เสียงส่วนใหญ่ในสภา ซึ่งเป็นปกติว่าการเมืองไทยในยุคนี้เสียงส่วนใหญ่ในสภาคือเสียง ส่วนต่าง ไม่ใช่เสียงที่มากที่สุด แต่เสียงส่วนต่างที่จะต้องได้รับความเคารพในแนวทาง ประชาธิปไตย เป็นเรื่องปกติที่วันนี้หลายกลุ่มก็มีความคิดที่หลากหลายไม่ผิดปกติเลยนะครับ เป็นเรื่องการแสดงพลัง การแสดงเจตนารมณ์ ทัศนคติต่าง ๆ ต่อรัฐบาล ท่านทําได้ครับ อยู่ในกฎหมาย ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่วันนี้เราทําดีกว่านั้นเพื่อที่จะเชิญตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาเลย ให้น้อง ๆ เข้ามาได้แสดงความคิดเห็นกัน วันนี้ผมเรียนตรง ๆ ว่าข้อเรียกร้องของหลาย ๆ กลุ่ม พวกเราได้คุยกันแล้วก็เห็นสมควรมาก วันนี้สถานการณ์ หลายสถานการณ์ที่หลายท่านทราบดี สังคมรับทราบความไม่พอใจของกลุ่ม สถานการณ์ บางสถานการณ์ยังพอจํากันได้นะครับ การชักธงดําขึ้นเสาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มเซฟ (Save) วันเฉลิม กลุ่มเยาวชนปลดแอกที่เราพูดถึงกัน ที่มีข้อเรียกร้องให้ยุบสภา หยุดการคุกคามประชาชน และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และกลุ่มอื่น ๆ ผมเรียนนิดหนึ่ง ไม่ใช่มีแค่กลุ่มที่ท่านได้รับทราบนะครับ ยังมีหลาย ๆ กลุ่ม แต่วันนี้เรากําลังพูดถึงในส่วนของ นิสิต นักศึกษา และเยาวชน จริง ๆ แล้วผมมีความใกล้ชิดกับน้อง ๆ เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะเป็นรุ่นพี่ที่ใกล้ชิดมีลูกหลานที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยดัง ๆ ก็หลายมหาวิทยาลัยนะครับ มหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมในเรื่องของการเมือง ต้องเรียนนิดหนึ่งว่าผู้ใหญ่อย่างผมก็คงไม่ใช่ มือที่เหี่ยวแห้งไร้ความสามารถ แล้ววันนี้ก็คืออยากจะสรุปนิดเดียวนะครับ อดีตเราก็เคยมี นายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นตํารวจมาแล้วนะครับ เราก็ทราบดีว่าเป็นอย่างไร วันนี้ถ้าเราจะมีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นทหารมาบ้างแล้ว เป็นนักการเมืองที่ดีมีระเบียบ มีความตั้งใจทํางาน เราก็น่าจะเปิดใจให้กว้างนะครับ เพื่อคนดีในสังคมจะได้มีกําลังใจที่จะ ทํางานต่อครับ ขอบคุณครับ