จิราพร สินธุไพร หารือการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนที่เรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ว่าอุปสรรคสำคัญอยู่ที่ผู้นำรัฐบาลที่ขาดความเต็มใจในการเปลี่ยนแปลง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ รับผิดชอบต่อข้อเรียกร้องด้วยการแก้รัฐธรรมนูญและเปิดพื้นที่รับฟังประชาชนอย่างจริงจัง ไม่ใช้เพียงสภาเป็นเครื่องยืดเวลา รวมถึงเน้นว่าการคุกคามประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องชี้แจง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นวันที่ ๒ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปรายในญัตติด่วนเกี่ยวกับ กรณีการชุมนุมเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ซึ่งการอภิปรายตลอด ๒ วันที่ผ่านมาพอจะสรุปได้เป็น ๒ แนวทางคือ
แนวทางแรก ต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับฟัง ความเห็นของนักเรียนนักศึกษา
แนวทางที่ ๒ คือให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับ กรณีการชุมนุมเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษากันอย่างกว้างขวาง และให้รวบรวมความเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล ให้รัฐบาลรับฟังและนําไปแก้ไขปัญหาต่อไป ท่านประธานที่เคารพคะ มีท่านสมาชิกหลายท่านได้นําเรียนไปแล้วว่าการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในครั้งนี้มีการประกาศข้อเรียกร้อง ๓ ข้อค่ะ
ข้อ ๑ ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือผู้ที่ครองเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้คือรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอก ประยุทธ์ ยังมีบทบาทต่อวุฒิสมาชิก ๒๕๐ คน ซึ่งแต่งตั้งโดย พลเอก ประยุทธ์ เมื่อครั้งเป็นอดีต หัวหน้า คสช. และเป็นตัวแปรสําคัญในการแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องมาโดยตลอดว่าให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ติดปัญหาอยู่ที่คนคนเดียว คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นอนกอดรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกอดอํานาจตัวเอง วันนี้นักเรียน นิสิต นักศึกษา พี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น ผู้ที่ต้องตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้า พลเอก ประยุทธ์ จริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญต้องส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว. ๒๕๐ คน ส่วนฝ่ายค้านเราพร้อมที่จะแก้รัฐธรรมนูญตั้งนานแล้วค่ะ มีเพียง พลเอก ประยุทธ์ ที่ไม่เคย แสดงท่าทีใด ๆ ว่าจะให้มีการแก้ ดังนั้นอุปสรรคที่สําคัญที่สุดในการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ประเด็นที่ ๒ นักศึกษาเรียกร้องให้หยุดคุกคามประชาชน ซึ่งผู้ที่มีอํานาจ ก็คือรัฐบาล มีทั้งกลไกตํารวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคงมีสรรพกําลังเต็มมือค่ะ เพราะฉะนั้น คนที่จะตอบคําถามกับนักศึกษาและประชาชนในประเด็นนี้ได้ดีที่สุดก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้
ประเด็นที่ ๓ ให้ประกาศยุบสภา ซึ่งเป็นการเรียกร้องตามวิถีทางแห่งระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งคนที่มีอํานาจยุบสภานี้คือนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ยุบสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ยุบสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ ส.ส. ก็ยุบไม่ได้ค่ะ ผู้ที่กุมอํานาจเด็ดขาดในการยุบ สภาผู้แทนราษฎรคือนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าเราจํากันได้เมื่อครั้งที่รัฐบาลมีปัญหาจัดสรรผลประโยชน์ภายในไม่ลงตัว มีรายงานข่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ ออกมาขู่พรรคร่วมรัฐบาลทุกวันว่าจะยุบสภาผู้แทนราษฎรค่ะ วันนี้ นักเรียน นักศึกษา พี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการยุบสภา แต่ พลเอก ประยุทธ์ กลับเฉย สรุปแล้วการยุบสภาเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ใช้เพื่อขู่พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นหรือคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเชื่อว่าหากจําเป็นต้องมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร และเลือกตั้งใหม่ฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะพิสูจน์ศรัทธาประชาชนอีกครั้งหนึ่ง แต่ฉันมีข้อสังเกต ว่าถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ฉบับนี้ การเลือกตั้งก็จะกลายเป็น เพียงแค่พิธีกรรมให้ พลเอก ประยุทธ์ และคณะใช้ชุบตัว สร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองในการจัดตั้งรัฐบาล และครองอํานาจที่บิดเบือนเจตนารมณ์ ของประชาชน ดังนั้นก่อนที่ พลเอก ประยุทธ์จะตัดสินใจยุบสภาหรือลาออกต้องให้มีการ แก้รัฐธรรมนูญค่ะ ต้องทําให้รัฐธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ๒ วันที่ผ่านมามีท่านสมาชิกได้อภิปรายว่าสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นศูนย์กลางในการรับฟังแล้วก็แก้ไขปัญหาให้ประชาชน จะไม่รับผิดชอบต่อ การเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาไม่ได้ จึงต้องมีการตั้งกรรมาธิการ ดิฉันกราบเรียนว่า ดิฉันเห็นด้วยที่สภาผู้แทนราษฎรต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ แต่คู่กรณีโดยตรง ต่อข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาในครั้งนี้คือรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาได้บรรจุญัตติด่วนและเปิดให้มีการอภิปราย กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งก็ได้มีการแนะนําให้รัฐบาลรับฟังแล้วก็แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที นี่คือการรับผิดชอบของสภา สภาแห่งนี้กําลังทําหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับทราบ รับฟังปัญหาโดยภาพรวมทั้งหมด แต่คนที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดและสามารถตอบสนองต่อ ข้อเรียกร้องทั้ง ๓ ข้อ ของนักเรียน นิสิต นักศึกษาได้ คือ พลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์รับฟังคนอื่นได้ ออกจดหมายไปสอบถาม เดินทางไปขอรับฟัง ความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ แต่วันนี้ลูกหลานอนาคตของชาติอยากให้ท่านรับฟัง ทําไมท่านจะรับฟังไม่ได้คะ หรือท่านเห็นนิสิต นักศึกษา ประชาชนเป็นศัตรู ก่อนเกิดวิกฤติ โควิด (COVID) นักศึกษาได้เคยออกมาชุมนุมเรียกร้องไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ พลเอก ประยุทธ์ ก็เพิกเฉย และตอนนี้ไม่รับฟังไม่เท่าไรนะคะ ยังมีการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไปอีกจนถึง สิ้นเดือนสิงหาคม ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยไม่มีผู้ติดเชื้อมาแล้วเกือบ ๒ เดือน สรุปแล้ว พ.ร.ก. ฉบับนี้ใช้ควบคุมไวรัสหรือควบคุมวัยรุ่นกันแน่คะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรต้องไม่บิดเบือน ข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพราะเขาไม่ได้ร้องขอต่อสภา เขากําลังส่งเสียง ไปยังรัฐบาล การตั้งกรรมาธิการจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ในการแก้ปัญหาครั้งนี้ คนที่จะ แก้ปัญหานี้ได้คือลุงตู่ค่ะ ไม่ใช่ลุงชวนค่ะ เขาไม่ได้ถามสภาผู้แทนราษฎร เขาถามไปยังรัฐบาล ขออนุญาตใช้อีกครึ่งนาทีค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ พลเอก ประยุทธ์จะปัดความ รับผิดชอบ แล้วใช้เวทีสภาเป็นเครื่องมือในการซื้อเวลาให้รัฐบาลไม่ได้ค่ะ ข้อเรียกร้อง ทั้ง ๓ ข้อ เป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผลและมีศูนย์กลางของปัญหาอยู่แค่คนคนเดียวค่ะ คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้า พลเอก ประยุทธ์จริงใจในการที่จะแก้ปัญหา จริงใจในการที่จะรับฟังเสียงของนักเรียน นิสิต นักศึกษา แล้วก็ประชาชน ไม่จําเป็นต้องใช้ กลไกกรรมาธิการค่ะ ท่านสามารถฟังเสียงประชาชนได้โดยตรงและสามารถลงมือแก้ปัญหา ได้ตอนนี้ วินาทีนี้เป็นต้นไปค่ะ ขอบคุณค่ะ