จิรวัฒน์ วิจารณ์รัฐบาลจัดการข้อขัดแย้งเยาวชน ย้ำบทบาทนักศึกษาผลักดันประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓

จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ วิพากษ์วิจารณ์การจัดการข้อขัดแย้งกับเยาวชนและความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญและยกเลิกการใช้ พ.ร.ก. ที่ส่อขู่ใช้กับผู้ชุมนุม ย้ำถึงความสำคัญของการไม่ใช้ความรุนแรงและบทบาทของนักศึกษาในการผลักดันประชาธิปไตยเพื่อป้องกันการสูญเสียซ้ำรอยประวัติศาสตร์

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตหนองแขม แขวงหนองค้างพลู ท่านประธานครับ อย่างแรกผมจําเป็นที่จะต้องเห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีญัตตินี้ยื่นเข้ามาที่สภา ประการสําคัญ ก็คือว่าวันนี้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและมีการชุมนุมของนิสิตนักศึกษานะครับ เป็นความ ขัดแย้งที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับสภา แต่มันเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลโดยตรง และไม่ใช่ เพียงแค่คณะรัฐบาลแต่ตรงไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มันก็เกิดขึ้นตั้งแต่ ท่านนายกรัฐมนตรียึดอํานาจแล้วก็ฉีกรัฐธรรมนูญ รวมถึงการร่างรัฐธรรมนูญที่สุดท้าย ก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับตนเอง แต่พยายามที่จะบอกให้พวกผม บอกให้นิสิต นักศึกษาเคารพกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนอกจากความวิปริตวิปลาสก็คือความไม่พอใจ ต่อการบังคับใช้กฎหมายและการตัดสินคดีหลายคดีที่มีความ ๒ มาตรฐาน ความไม่พอใจ ที่เกิดขึ้นนั้นหมายความรวมถึงการยุบอดีตพรรคอนาคตใหม่ ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ตัดสิทธิ ส.ส. แม้เข้ามาเหยียบในสภาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็ต้องเอาเขาออกจากสภา การเมือง เวลาแก้ปัญหาต้องแก้ด้วยการเมืองครับต้องแก้ในสภา ดังนั้นอารมณ์ความรู้สึกของ กลุ่มเยาวชนปลดแอกที่เกิดขึ้นวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมา นั่นคือเกิดจากความรู้สึกอารมณ์รุมเร้าจาก สิ่งเหล่านี้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุกคามประชาชนที่นิสิต นักศึกษาเตรียมประท้วง ท่านนายกรัฐมนตรีที่ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดระยอง แต่โดนจับกลุ่มครับ ไม่รู้ว่าตั้งคดีโดยใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ นี่แสดงให้เห็นถึงว่าบอกให้ประชาชน ตั้งการ์ด (Guard) แต่ท่านคือรัฐบาลวีไอพี (VIP) รัฐบาลอภิสิทธิ์ชน แล้วพวกผมล่ะ ประชาชนล่ะเป็นใคร เป็นเบี้ยล่างหรือเป็นประชาชนที่เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย ดังนั้น ถ้ารัฐบาลประกาศตัวว่าปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนครับ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชน รัฐบาลฟัง อํานาจ เขาเรียกรัฐบาลคณาธิปไตยที่ฟังแต่พวกพ้องของตนเอง ดังนั้นวันนี้การเมืองไม่ใช่แค่ปล่อยให้มีการเลือกตั้งแล้วจบครับ มันเป็นการเมืองเพียงแค่ รูปแบบของประชาธิปไตย แต่เชิงเนื้อหาประชาชนไม่ได้มีสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้มีการ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และได้รับความคุ้มครองอย่างมีอิสระ ดังนั้น ข้อเรียกร้องของนักศึกษาก็ไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่ไกลเกินกว่าที่พวกเราจะรับได้ ไกลเกินกว่า ที่สังคมจะไม่เห็นพ้องต้องกัน การยุบสภาก็อาจจะเป็นการแก้ปัญหา แต่อาจจะเป็น การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อํานาจอยู่ที่นายกรัฐมนตรีครับถูกต้อง ภรรยาก็บังคับท่านไม่ได้ พวกผมก็บังคับท่านไม่ได้ ก็แล้วแต่ท่านจะยุบหรือไม่ยุบ แต่สุดท้ายสิ่งที่เป็นปลายทางในการ แก้ไขปัญหาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเนื้อหาของบทบัญญัติแก้ยากครับ แต่ถ้าสมาชิก วุฒิสภาท่านเอาด้วย เอาประชาชนเป็นหลังพิงฝา ผมจะขอบคุณท่านผ่านสภาแห่งนี้ กระบวนการตั้งที่มันไม่ชอบธรรม กระบวนการตั้งที่เป็นอประชาธิปไตยก็ว่ากันไป แต่อย่างน้อยถ้าท่านเอาด้วยกับประชาชนผมจะชื่นชมท่านครับ ส่วนการที่เรียกร้องของ นักศึกษาบอกหยุดคุกคามประชาชนก็ไม่ได้ยากอะไร รัฐบาลก็ไปเปิดตําราสิ มีธรรมาภิบาล เป็นรัฐบาลที่เป็นเสรีประชาธิปไตยอย่างนี้ก็จบครับ ดังนั้น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมจึงบอกว่า ถ้าไม่แก้จะนําไปสู่ปลายทางของความตายของประชาชน เพราะเนื้อหากระบวนการขัดต่อ หลักการประชาธิปไตย และผู้ร่างวันนี้อยากพักผ่อนลอยหน้าลอยตาอยู่ริมทะเล นี่คือ รัฐธรรมนูญที่แย่ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา องค์กรอิสระวันนี้ก็ไม่ได้อิสระแล้วครับ พวกผมไม่รู้จะไปพึ่งใคร สงสัยต้องพึ่งนิสิต นักศึกษากระมังครับ องค์กรอิสระวันนี้อยู่ภายใต้ รัฐบาล นายกรัฐมนตรีหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่ผมรู้คือท่านมาจากความเห็นชอบของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ คสช. แต่งตั้ง ดังนั้นผมต้องให้กําลังใจกับนิสิต นักศึกษา เยาวชน เพราะท่านคือคนที่เป็นอนาคตของประเทศ ผมมีถ้อยคําอยากจะบอกไปยังนิสิต นักศึกษาว่า จากบันทึก ๖ ตุลาคม ข้อความนั้นบอกว่าถ้านักเรียน นักศึกษาเอาแต่ก้มหน้าอ่านตํารา แสงสว่างแห่งความเป็นธรรมก็จะไม่ปรากฏ แล้วที่มีการชุมนุมต่อเนื่องจากวันที่ ๑๘ ไปยัง วันที่ ๒๐ กรกฎาคมที่หน้ากองทัพบก อันนี้ผมต้องพูด อดีตรองโฆษกกองทัพบกสวยครับ แต่ไร้หัวใจ มาบอกว่าเป็นม็อบ (Mob) มุ้งมิ้ง ถ้าอ่านข้อความแล้วก็คือตีเลยบอกว่า ม็อบ (Mob) ไร้ราคา กระจอก เอาเวลาไปเรียนหนังสือ ผมบอกว่าไม่ใช่หรอกครับ ท่านเป็น ข้าราชการ ผมถามว่าพันเอกอย่างท่านเคยเรียกร้องอะไรในความเป็นธรรมให้กับสังคม ให้กับประชาชนบ้าง ถ้าเลือกระหว่างการให้ความเคารพ ให้ความนับถือแล้วเชิดชูนักศึกษา อายุ ๒๐ ปีที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสังคม กับพันเอก อย่างท่าน ผมนับถือนักศึกษาอายุ ๒๐ ปีครับ สิ่งที่ผมต้องชื่นชมอีกคนหนึ่งก็คือคุณมารีญา พูลเลิศลาภ มิส ยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ปี ๒๐๑๗ (Miss Universe Thailand 2017) นี่แหละ คือดาราที่กล้าหาญ ไม่ต้องมาเชียร์พวกผม พรรคก้าวไกลอย่ามาเชียร์ แต่ถ้ายืนหยัด ในอุดมการณ์ประชาธิปไตย ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อเวลาที่คนต้องการที่พึ่งอย่างนักศึกษา ออกแฮชแท็ก (Hashtag) วันเฉลิมบอกว่าไม่ต้องการเห็นใครตายเพราะความเห็นต่าง ออกแฮชแท็ก (Hashtag) อยากเข้าไปมีส่วนร่วมถ้ามีโอกาสเข้าไปอยู่กับนึกศึกษา นี่แหละคือ สิ่งที่ถูกต้อง อย่างนี้เขาเรียกว่าสวยและมีหัวใจ

ประการสุดท้าย ผมต้องฝากไปยังรัฐบาลว่า พ.ร.ก. ที่เตรียมจะต่อไปยัง ๓๑ สิงหาคม อย่าเอาไปจับประชาชน อย่าไปเอาตั้งข้อหากับนิสิต นักศึกษา แล้วไม่จําเป็น ก็ต้องเลิกครับ ไปนั่งเอา สมช. สภาความมั่นคงมาพิจารณาเสนอ ศคบ. คุณเป็นกรมอนามัย หรือครับ ไม่ใช่ครับ นี่มันหน่วยงานความมั่นคงเอามานั่งพิจารณาเรื่องการป้องกันควบคุมโรค ไม่ใช่หรอกครับ ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วสุดท้าย สิ่งที่อาจารย์สุรชาติ บํารุงสุข พูดก็คือว่าถ้ามีการชุมนุมอย่าเอากระสุนแม้แต่นัดเดียว ยิงเข้าไปใส่ประชาชน เพราะผมก็ไม่อยากเห็นการสูญเสียเหมือนเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา พฤษภาทมิฬ ๓๕ อย่าให้การสูญเสียเกิดขึ้นในความทรงจําของพวกเราและสภาแห่งนี้เลย ขอบคุณท่านประธานครับ