ภราดร ปริศนานันทกุล เสนอญัตติด่วนเพื่อให้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ พิจารณาเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน โดยชี้แจงเหตุผลว่าเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมเป็นสิทธิสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ตราบใดที่ไม่กระทบต่อสิทธิผู้อื่นหรือขัดต่อกฎหมาย จึงควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงจุดยืนอย่างอิสระ ปลอดภัย และปราศจากอคติ เพื่อป้องกันความขัดแย้งรุนแรงและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้พวกผมสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พิจารณาให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ อ่านญัตติที่ผมได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ แล้วหลังจากนั้นผมจึงค่อย ขอเวลาท่านประธานอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติ สืบเนื่องจากในปัจจุบันมีกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนจํานวนมากได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและข้อเรียกร้อง ในประเด็นทางการเมือง ประเด็นทางสังคม และประเด็นทางสาธารณะกันอย่างกว้างขวาง และมีความหลากหลาย และในหลายกรณีนําไปสู่การจัดการชุมนุมเพื่อเคลื่อนไหว ทางการเมืองเพื่อแสดงข้อเรียกร้องหรือมีความประสงค์จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง หรือทางสังคม โดยได้ดําเนินการจัดการชุมนุมในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่ที่เป็น สาธารณะและทางสื่อสังคมออนไลน์ (Online) ซึ่งการแสดงความคิดเห็นและข้อเรียกร้อง รวมทั้งการจัดการชุมนุมดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการ บริหารประเทศ เพื่อให้มีอํานาจในการบริหารประเทศได้นําไปพิจารณาดําเนินการเพื่อเป็น ประโยชน์ต่อประเทศชาติ อีกทั้งการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนเป็นเสรีภาพสําคัญในฐานะกลไกสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่รัฐจะต้องให้การรับรอง คุ้มครอง ให้สามารถกระทําได้ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงเห็นควรที่จะต้องดําเนินการให้มีการรับฟังความคิดเห็น โดยเร่งด่วน ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน และเป็นกรณี ที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของพี่น้องประชาชนอย่างร้ายแรง ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนพิจารณาศึกษา เรื่องให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และ ข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดจะชี้แจงต่อไป ผมขอใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่ออภิปรายในตัวของญัตติครับ ท่านประธานครับ ในอันดับแรกผมต้องแสดงความชื่นชม ผมแสดงความชื่นชมพร้อม ๆ กับ เป็นกําลังใจให้กับน้อง ๆ นักศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่ได้ร่วมกันชุมนุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงที่มีการ ชุมนุมกันก่อนที่จะเกิดสถานการณ์วิกฤติโควิด (COVID) ผมเป็นกําลังใจ และต้องชื่นชมครับ ชื่นชมในความกล้าหาญ ชื่นชมในความกล้าคิดกล้าแสดงออก นี่เป็นวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตย ประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราอดไม่ได้หรอกที่จะต้อง ให้ผู้คนนั้นได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาสู่สาธารณะ ตราบใดก็ตามที่การ แสดงออกถึงความคิดเห็นของคนหรือบุคคลนั้น ๆ ไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิของผู้อื่น หรือไม่กระทบกระเทือน หรือไม่ไปขัดต่อหลักของกฎหมาย นั่นย่อมเป็นสิทธิและเสรีภาพ ขั้นต้นที่ประชาชนในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยทั่วไปสามารถที่จะทําได้ เพราะฉะนั้นในอันดับต้น ผมแสดงความชื่นชมกับน้อง ๆ นักศึกษา รวมทั้งพี่น้องประชาชน ที่ได้เดินหน้าออกมาแสดงความคิดเห็นและแสดงจุดยืนของตัวเองในประเด็นทางการเมือง ต่าง ๆ เช่นเดียวกันครับ ผมต้องเรียกร้องไปทางผู้ถืออํานาจรัฐ ผมเรียกร้องว่าสิ่งที่พี่น้อง ประชาชนเขาได้แสดงออกมันถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ในเบื้องต้น รัฐบาลในฐานะผู้ปกครองประเทศควรที่จะเปิดช่องพร้อม ๆ กับเปิดโอกาสให้ ผู้คนที่มีความคิดเห็นในทุกรูปแบบได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างเป็นอิสระ นั่นคือ หน้าที่ของรัฐ นอกจากการเปิดโอกาส นอกจากการให้เสรีภาพในการแสดงออกถึงความ คิดเห็นแล้ว การเปิดโอกาสและการให้เสรีภาพไม่เพียงพอครับ ท่านต้องสร้างบรรยากาศ ให้กับผู้ที่ออกมาเรียกร้องเขารู้สึกว่าเขามีความปลอดภัย และทําให้เขารู้สึกว่าเขาอยู่ใน ประเทศนี้ภายใต้กฎหมายเดียวกันได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นรัฐบาลต้องรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเรียกร้องอย่างเป็นเหตุเป็นผล รัฐบาลต้องไม่มีอคติกับกลุ่มที่จะมาชุมนุมเรียกร้อง ต่าง ๆ รัฐบาลไม่ควรที่จะผลักดันหรือผลักไสให้กลุ่มที่มีความคิดเห็นตรงกันข้ามกับรัฐบาล ไปเป็นพวกที่มีความเห็นต่างหรือผลักให้ไปอยู่คนละพวกไปยืนอยู่คนละมุม เพราะนั่นจะเป็น จุดเริ่มต้นจะเป็นไม้ขีดไฟก้านแรกที่นําพาไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นในสังคม ท่านประธานครับ ในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของประเทศมีหลายครั้งหลายหน ที่ประเทศมีการชุมนุมและเดินหน้าไปสู่การใช้ความรุนแรง ผมคิดว่าประวัติศาสตร์แต่ละครั้ง แต่ละหนมันควรที่จะเป็นบทเรียน มันควรที่จะเป็นตําราเพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายนําบทเรียนต่าง ๆ เหล่านั้นไปเรียนรู้ และที่สําคัญต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นซ้ําซ้อนขึ้นมาอีก เราจะเห็นว่า เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองไม่เคยหายไปจาก สังคมไทยเลยครับ เพราะอะไร เพราะทั้งกลุ่มผู้มีอํานาจและกลุ่มฟากฝ่ายผู้ชุมนุม เราไม่เคย หยิบเอาประวัติศาสตร์มาเรียนรู้เลยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ไม่ได้แตกต่างกันเลยครับ กงล้อของประวัติศาสตร์มันกําลังจะหมุนทับรอยเดิมของมันเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ ผมไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําเล่า เช่นเดียวกันกับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ผมเชื่อว่าไม่อยากเห็นเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าสร้างบาดแผล สร้างความบอบช้ําให้กับทุกส่วน เมื่อมีเหตุการณ์การชุมนุม เมื่อมีเหตุการณ์การปะทะกัน มีการเผชิญหน้ากัน ไม่มีฝ่ายใดเลย ที่ชนะทุกฝ่ายพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเป็นทางฝ่ายของผู้กุมอํานาจรัฐ ไม่ว่าจะเป็นทางฝ่ายของ ผู้ชุมนุม และที่สําคัญที่แพ้มากที่สุดก็คือประเทศชาติเสียหายและพ่ายแพ้ ฝ่ายผู้มีอํานาจ แน่นอนครับ ทันทีที่ฝ่ายผู้มีอํานาจตัดสินใจเริ่มคิดที่จะใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม วินาทีนั้นเป็นวินาทีสุดท้าย และเป็นจุดจบของรัฐบาลทุกชุด ท่านย้อนหลังดูเหตุการณ์ เดือนตุลาคม ๑๔ ตุลาคม ปี ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๑๙ การชุมนุมปี ๒๕๓๕ การชุมนุม ของกลุ่มเสื้อเหลือง การชุมนุมของพี่น้องกลุ่มเสื้อแดงทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ความรุนแรง เกิดขึ้น วินาทีที่รัฐบาลตัดสินใจที่จะลงมือกับพี่น้องประชาชน นั่นคือจุดจบของรัฐบาล ชุดนั้น ๆ ผู้นํารัฐบาลจะแปลงร่างทันทีครับ จะแปลงร่างจากวีรบุรุษกลายไปเป็นทรราช ในช่วงเสี้ยววินาที ฝ่ายพี่น้องประชาชนล่ะครับ ฝ่ายผู้ชุมนุมล่ะครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้น จากผู้ชุมนุม สิ่งที่ผู้ชุมนุมและพี่น้องประชาชนไม่ปรารถนานั่นก็คือความสูญเสีย ชัยชนะ ที่แลกมาด้วยคราบน้ําตาและรอยเลือด มันควรจะเรียกว่าชัยชนะหรือครับ มันไม่ใช่ ชัยชนะหรอกครับ ผู้สูญเสีย ผู้เสียชีวิต อาจจะถูกเรียกว่าตัวเองเป็นผู้เสียสละ อาจจะ ถูกเรียกว่าเป็นวีรชน แต่สุดท้ายแล้วคนที่อยู่บนเวที คนที่เป็นแกนนําไม่เคยเป็นวีรชน และไม่เคยเป็นผู้เสียสละ นั่นหมายความว่าคนที่เป็นแกนนําไม่เคยสูญเสียชีวิต ผู้สูญเสียชีวิต คือผู้บริสุทธิ์ด้านล่างเวทีทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกลุ่มของผู้ชุมนุม เรามีประวัติศาสตร์ให้เห็นแล้วทุกครั้งไม่ต้องพูดถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นในส่วนของ ประเทศชาติ เราเสียหายและเป็นรอยบาดแผลทางประวัติศาสตร์ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์นั้น ด้วยเหตุเหล่านี้แหละครับ ผมจึงต้องขอวิงวอนกับทางรัฐบาล พร้อม ๆ กันผมเช่นเดียวกัน วิงวอนไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาหรือพี่น้องประชาชน ก็แล้วแต่ว่าวิธีการดีที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ เราต้องใช้สันติวิธี จึงเป็นที่มาของ ญัตติของพรรคภูมิใจไทยวันนี้ พวกเราอยากจะเห็นสันติวิธี พวกเราอยากจะเชิญชวนทุกฝ่าย พวกเราอยากจะรับฟังทุกฝ่าย แล้วใช้เวทีสภาแห่งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาที่กําลังเกิดขึ้นและคิดว่า อาจจะมีโอกาสบานปลายในวันข้างหน้า วัตถุประสงค์หลักก็คือเราตั้งใจแล้วเราพร้อมที่จะ เปิดรับฟังทุกความคิดเห็นของทุกกลุ่มที่มีการชุมนุมเรียกร้อง พร้อม ๆ กันนอกจากรับฟังแล้ว แน่นอนครับ เราพร้อมที่จะเดินหน้าร่วมกันในประเด็นที่มันสามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ วันนี้ผมได้ฟังข้อเรียกร้องของทางน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่ได้ชุมนุมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ข้อเรียกร้องของกลุ่มมีอยู่ด้วยกัน ๓ ข้อ
ข้อแรก เรื่อง ขอให้งดใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนในทุกรูปแบบ ข้อนี้พวกเราพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านหัวหน้าพรรคพูดเป็นนโยบายของพรรค และพูดดัง ๆ ชัด ๆ ว่าพวกเราไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ พวกเราพร้อม ที่จะยืนหยัดอยู่ข้างคนที่ถูกรังแกและถูกใช้ความรุนแรง พวกเราเรียกร้องให้ใครก็ตาม ที่ดําเนินการใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนต้องรับผิดชอบกับการกระทํา พวกเรา เรียกร้องไปทางรัฐบาลเพื่อที่จะให้หาคนผิดมาดําเนินคดีให้เร็วที่สุด
ข้อเรียกร้องข้อ ๒ เรื่องการยุบสภา ประเด็นนี้ต้องพูดคุยกันครับ ท่านประธาน ในระบบประชาธิปไตยการยุบสภาถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เป็นอํานาจของ นายกรัฐมนตรีสามารถที่จะทําได้ ซึ่งแน่นอนครับ พวกผมพรรคภูมิใจไทย ไม่กลัวหรอกครับ กับการยุบสภา เราพร้อมครับ แต่ถามว่าหากยุบสภาตามข้อเรียกร้องวันนี้ สิ่งที่ได้คืออะไร สิ่งที่ได้ก็คือการเปลี่ยนแปลงประเทศ อย่างที่น้อง ๆ เยาวชนนักศึกษาเขาเรียกร้อง เขาอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง พอยุบสภาแล้วประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างที่เขา ต้องการเช่นนั้นหรือ ไม่ใช่ครับ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ เพราะกติกาบ้านเมือง เพราะรัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะองค์ประกอบองคาพยพภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เอื้ออํานวยอย่างนั้น
จึงเดินทางมาถึงข้อเรียกร้อง ข้อที่ ๓ ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทย ทางพวกผม เห็นด้วย และพวกผมพร้อมที่จะเดินหน้าพร้อม ๆ กันกับทุกฝ่ายเพื่อทําให้สําเร็จ นั่นก็คือการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เราพูดกันมากประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมเรียนกับ ท่านประธานตรงไปตรงมา ผมก็เป็นกรรมาธิการเช่นเดียวกัน และผมเจ็บปวดมาถึงวันนี้ เพราะการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่กรรมาธิการทําอยู่ขณะนี้ ผมไม่เห็นช่องทาง ที่จะเดินหน้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมพูดแบบตรงไปตรงมา ที่นี้ต่อข้อเรียกร้องของ กลุ่มพี่น้องผู้ชุมนุมเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่ได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ ย้ําอีกครั้งครับ พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน แล้วเราไม่ปฏิเสธในทุก ๆ แนวทาง เราเชื่อว่าประชาธิปไตยในแบบที่ทุกคนปรารถนาคือประชาธิปไตยที่เป็นของ ประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน จะเป็นประชาธิปไตยเช่นนั้นได้ กติกาของ บ้านเมืองจะต้องเป็นประชาธิปไตยเสียก่อน กติกาของบ้านเมืองจะต้องเป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนเสียก่อน จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรล่ะครับ ก็ต้องให้ทุกภาคส่วน ให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมกับการร่างกติการ่วมกันของประเทศ ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญ คือกฎหมายสูงสุดที่ใช้ปกครองคนไทยทั้งชาติที่ผ่านมาเรามีเพียงรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ เท่านั้น ที่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับอื่น รัฐธรรมนูญทุกฉบับเกิดขึ้นจากกลุ่มคนผู้มีอํานาจร่างขึ้นมาเท่านั้น จึงได้มีปัญหาต่อเนื่อง ๆ และยาวนาน ผมคิดว่าก็ถึงเวลาที่เราจะต้องมาสังคายนาร่วมกัน จะต้องมาร่วมกันเปิดช่องทาง เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ กุญแจดอกแรก อยู่ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ถ้าทุกคนเห็นพ้อง ต้องกันเห็นด้วยหลังจากที่ตั้งกรรมาธิการชุดนี้แล้ว เราไปปรึกษาหารือกันว่าเราจะแก้ไข ปัญหากันอย่างไร นอกจากรับฟังความคิดเห็นของน้อง ๆ นักศึกษาแล้ว เรามาช่วยกันดู ในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญด้วย อย่างที่บอกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ จะเป็นกุญแจดอกแรก ที่นําไปสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน เรามาร่วมกันครับ เรามาตั้ง ส.ส.ร. เรามาพูดคุยกัน ว่า ส.ส.ร. ย่อมาจากไหน ที่มาของ ส.ส.ร. มาจากพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน มาจากการเลือกตั้ง หรือมาจากอะไร ก็แล้วแต่มาพูดคุยกัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเขียนกติกาของประเทศ แล้วใช้ ร่วมกัน นั่นแหละจะเป็นสิ้นสุดของการเริ่มต้น นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของประเทศไทย ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันแล้วจะเดินหน้าไปด้วยกัน ผมบอกกับท่านประธานในท้ายที่สุด อย่างนี้ แม้ว่าญัตติของพวกผม ผมตั้งใจที่จะเสนอญัตตินี้เพื่อที่จะส่งให้ทางคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาน ไปพิจารณา และไปรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาต่อ แต่เมื่อมีเสียงทักท้วงมาจากหลายฝ่ายว่าอยากจะ ให้ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยในญัตติของท่านดอกเตอร์อิสระ ผมก็ไม่ขัดข้อง พวกผมก็พร้อมที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะไปรับฟังความคิดเห็น เช่นเดียวกัน ส่วนในประเด็นที่หลายท่านได้นําเสนอว่าให้ส่งการอภิปรายครั้งนี้ ส่งต่อไป ให้กับกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าในแต่ละ ญัตติที่ได้เสนอเข้ามานั้นไม่มีญัตติใดเลยที่เสนอให้คณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปศึกษาดูต่อ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ประเด็นที่จะเป็นไปได้ก็คือจะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญโดยใช้ร่างของดอกเตอร์อิสระ ซึ่งพวกผมพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ขัดข้อง แต่ผมมีข้อแม้นิดเดียวว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะต้องมีสัดส่วนของคนนอก เข้ามาด้วย การที่เราจะพูดคุยหรือหารือกันในประเด็นต่าง ๆ การที่เราจะรับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนไม่รอบคอบ แล้วไม่รอบด้านหรอกครับ หากกรรมาธิการจะมีแต่ตัวของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงเท่านั้น ควรที่จะต้องเอาคนนอกที่มีส่วนร่วม ที่มีการเรียกร้อง เข้ามาเป็นสัดส่วนของกรรมาธิการคนนอกร่วมหารือกันด้วย นี่คือข้อเรียกร้องของผม ที่ผมอยากจะเสนอต่อไปว่าควรจะเอากรรมาธิการคนนอกด้วย ในท้ายที่สุดผมขอบคุณ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมกันเสนอญัตติของพรรคภูมิใจไทยต่อสภาผู้แทนราษฎร และท่านประธานกรุณาบรรจุให้พวกเราทั้งหมดได้มีโอกาสร่วมกันอภิปรายในครั้งนี้ และหวังว่ากรรมาธิการที่กําลังจะตั้งขึ้นจะทําหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการที่จะรับฟัง พี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ในการที่จะร่วมกัน แก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศในขณะนี้ กราบขอบพระคุณครับ