อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หารือประเด็นการคุกคามเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนและนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ออกมาแสดงออกด้วยจิตสำนึกส่วนตัวอย่างสันติ ซึ่งควรถูกคุ้มครองตามหลักประชาธิปไตย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ ปรับมุมมองต่อการชุมนุมอย่างสงบ และเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาและประชาชนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รวมถึงเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อลดบทบาท ส.ว. และสนับสนุนการมีตัวแทนนักศึกษาในสภามหาวิทยาลัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดนครปฐม ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และกลุ่มพลังทางสังคมอื่น ๆ นอกรั้วสถาบันการศึกษา
ด้วยปัจจุบันมีกลุ่มบุคคลออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและด้านอื่น ๆ อย่างหลากหลาย ปัจจุบันกลุ่มพลังทางสังคมที่อยู่นอกรั้วสถาบันก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ออกมา ให้ความเห็นที่มีประโยชน์ในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งกรณีดังกล่าวจะเป็น ประโยชน์ของแผ่นดิน ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๕ และข้อ ๕๐ เพื่อขอให้สภาแห่งนี้พิจารณา มีมติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มพลังคนหนุ่มสาวอื่น ๆ ในสังคม ซึ่งดิฉันและเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลจะได้อภิปรายต่อไปนะคะ ท่านประธานคะ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่าน วันที่ ๑๘ กรกฎาคม หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่จังหวัดระยอง มีเจ้าหน้าที่มา จับกุมผู้ที่ชูป้ายเห็นต่าง แล้วก็ดันขึ้นรถที่ไม่ใช่รถตํารวจและเจ้าหน้าที่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ นอกเครื่องแบบ ดิฉันคิดว่าการชุมนุมครั้งนี้ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและ การมีส่วนร่วมของประชาชน ดิฉันจึงเข้าไปสังเกตการณ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่มีการจัด ชุมนุมของนักศึกษาในสถานที่นั้น การที่ดิฉันไปสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาเลยก็คือลานบริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีเจ้าหน้าที่เอากระถางต้นไม้ไปวางเรียงกันพรึบเต็มไปหมดราวกับ ป่าหิมพานต์เลยนะคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นพื้นที่ตรงนั้นก็ไม่สามารถจะใช้ได้ เขาถอย ร่นมาใช้บริเวณฟุตพาท (Footpath) แล้วในที่สุดคนมาร่วมชุมนุมเป็นจํานวนมาก ด้วยสายตาก็น่าจะเป็นราวไม่ต่ํากว่า ๓,๐๐๐ คน ก็มีการมาใช้พื้นที่ที่ถนน ดิฉันได้มีโอกาส ที่จะพบปะแล้วก็พูดคุยกับนักเรียน นักศึกษาเหล่านั้น มีสิ่งที่อยากจะมาเรียนให้ท่านประธาน ส่งต่อไปยังท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลด้วยค่ะ ในฐานะที่เก็บข้อมูลมานะคะ ดิฉันทราบแล้วว่าขนาดมีการเชือดไก่ให้ลิงดูแล้วนะคะ ไม่ว่าจะที่ผ่าน ๆ มาหลาย ๆ ครั้ง ไม่ว่าจะที่หน้าสถานทูตกัมพูชาหรือว่าที่จังหวัดระยอง เชือดไก่ให้ลิงดูก็แล้วแต่ทําไม นิสิต นักศึกษา เหล่านั้นเข้าถึงยังกล้าที่จะออกมาอีก มันเกิดขึ้นเพราะอะไร อยู่ดี ๆ สบาย ๆ นอนดูซีรีส์ (Series) เกาหลี หรือว่าไปสังสรรค์กันมันก็ต้องสบายกว่า มันมีเหตุผลค่ะ ท่านประธาน เหตุผลดังกล่าว เขาโกรธอะไรกัน เขาโกรธที่หลาย ๆ สิ่ง ตั้งแต่ที่มาของรัฐบาล ที่มีที่มาโดยมิชอบ นอกจากจะมีที่มาโดยมิชอบ ดิฉันไม่ต้องกล่าวซ้ําเจ็บคอแล้วนะคะ ทุกคน ก็ทราบว่ามีที่มาโดยมิชอบจากอะไร จากการทํายึดอํานาจรัฐประหารจากรัฐบาลพลเรือน เข้ามามีอํานาจแล้วก็ยังดํารงอยู่อย่างมิชอบด้วยค่ะ เพราะว่าจนปัจจุบันนายกรัฐมนตรี คุณประยุทธ์ก็ยังถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบนะคะ ดิฉันขอพูดว่าคือการดํารงอยู่อย่างมิชอบค่ะ การที่ท่านเข้ามาโดยประกอบด้วยพรรคการเมืองถึง ๑๙ พรรค และเป็นพรรคอันดับ ๒ จากการเลือกตั้ง ท่านไม่ได้มีความชอบธรรม เมื่อรวมพรรคการเมืองถึง ๑๙ พรรค พรรคเล็ก พรรคน้อย รวมทั้งพรรคปัดเศษ มันเกิดอะไรขึ้นคะท่านประธาน มันเกิดการไม่มีเสถียรภาพ ของรัฐบาล ท่านไม่สามารถคอนโทรล (Control) อะไรได้ จึงไม่สามารถบริหารงานบ้านเมือง อย่างมีประสิทธิภาพได้นะคะ องค์กรอิสระไม่เป็นที่ยอมรับ ไม่เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของ ประชาชน ประชาชนเสื่อมศรัทธาในองค์กรอิสระทั้งหมด และเพื่อคงอํานาจของท่านไว้ ในการที่ไม่มีเสถียรภาพ การจะคงอํานาจไว้ท่านได้ใช้กําลังค่ะ ท่านคุกคามผู้เห็นต่าง ซึ่งเดี๋ยวมีเพื่อน ๆ จะอธิบายเป็นรายเคส (Case) ให้ท่านประธานฟังรายละเอียดต่อไป การคุกคามผู้เห็นต่างมีจริงค่ะ คนที่ยืนอภิปรายต่อหน้าท่านประธานนี้นะคะก็เคยถูกคุกคาม ที่บ้านมาแล้วเป็นจํานวนหลายครั้ง บางครั้งทั้งเจ้าหน้าที่ตํารวจ เจ้าหน้าที่ทหารไปเจอชนกัน พร้อม ๆ กันก็มี มีการเอารถฮัมวี (Humvee) ไปวน มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบมีกระติกน้ํา เหมือนกับจะไปเดินป่าเข้าไปพบกับผู้อภิปรายคนนี้ในบ้านมาแล้ว ท่านประธาน รัฐบาลการ์ด (Guard) ตกกับทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) จากทหารอียิปต์ที่จังหวัด ระยอง การ์ด (Guard) ตกกับการบริหารประเทศแล้วก็ฝีมือในการทํางานบริหารราชการ สิ่งเดียว ท่านประธานทราบไหมคะรัฐบาลไม่เคยการ์ด (Guard) ตกกับอะไรอยู่เรื่องหนึ่ง ตลอด ๖ ปีกว่าที่ผ่านมา มีใครทราบไหมคะ สิ่งที่รัฐบาลไม่เคยการ์ด (Guard) ตกก็คือการ คุกคามลิดรอนเสรีภาพของประชาชนที่ทํามาต่อเนื่องตั้งแต่ยังเป็นยุค คสช. สืบเนื่องมาจนถึง ปัจจุบัน เรื่องมันมาใกล้ตัวนิสิต นักศึกษามากขึ้นจนเขาทนไม่ไหว จนเขาโกรธ จนเขาต้องออกมา แสดงออกมีความเสี่ยงที่จะออกมานอกบ้านก็เพราะว่า ๖ ปีกว่าที่ผ่านมารัฐบาลของท่านนํา โดยชุดเดิมไม่ได้มีอะไรสร้างความน่าจดจํา ท่านทําให้พวกเขาหมดหวังไม่มีอนาคต อย่าว่าแต่ อนาคตเลยค่ะท่านประธาน แม้แต่ปัจจุบันเขาก็ไม่มี ปัจจุบันที่จะมีเสรีภาพมีช่องทางในการ สื่อสารในการบอกเล่าความรู้สึกก็ยังไม่มี ท่านประธานคะประเทศที่ไม่มีทรัพยากรอะไรเลย ถ้าได้ผู้นําที่มีความสามารถเป็นที่เคารพ เป็นที่ศรัทธาของประชาชนก็ยังสามารถสร้างชาติ ขึ้นมาได้ แต่ประเทศไม่ว่าจะมีทรัพยากรมหาศาลมากมายเพียงไหนถ้าได้ผู้นําที่ไม่มี คนศรัทธา มีที่มาโดยมิชอบ ประเทศนั้นก็ล่มสลายได้ พูดง่าย ๆ ถ้าเปรียบประเทศไทยเป็น หนังสือเล่มโตเล่มหนึ่ง หน้าปกหนังสือเล่มนั้นเขียนว่าประชาธิปไตย แต่ข้างในเนื้อหา ไม่ได้ตรงกับปกเลย และยุคสมัยที่เปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อม บริบทที่เปลี่ยนไป ทราบไหมคะว่า หนุ่มสาวสมัยนี้เขามีแหล่งความรู้แหล่งหาข้อมูลทําให้เขาฉลาดเฉลี่ยวกว่าคนในยุคเรามาก รวมทั้งค่านิยมต่าง ๆ ของเขาก็เปลี่ยนไปจากคนยุคเรามาก เขาไม่ได้ให้ค่านิยมกับการเชื่อฟัง ผู้ใหญ่อีกต่อไป เพราะเขาสามารถคิดเองได้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ที่มี สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ เพียงปัจจัยสี่เพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาให้คุณค่ากับความเท่าเทียม พวกเขาให้คุณค่ากับ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้คุณค่ากับสิทธิเสรีภาพและที่สําคัญเขาต้องการเข้ามามีส่วน เปลี่ยนแปลง ช่วยเหลือ แก้ไขความผิดปกติของประเทศนี้ที่คนรุ่นเราได้สร้างขึ้นไว้ สิ่งสําคัญ ที่ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎรที่จะสามารถบอกกับท่านประธานในวันนี้ได้ ดิฉันอยากจะ บอกว่าถ้ารัฐบาลและผู้นํารัฐบาลอยากจะประสบความสําเร็จ อยากจะแก้ปัญหาประเทศนี้ ให้มันตรงจุดแล้วต่อลมหายใจของตัวเองออกไปได้อีกสักระยะหนึ่ง ดิฉันขอแนะนําให้ท่าน ปรับทัศนคติตัวเอง ไม่ใช่ปรับธรรมดา แต่ต้องปรับอย่างเข้มข้นด้วย รุนแรงด้วย เพราะว่า ท่านมีทัศนคติที่ผิดพลาดอยู่ ๓ ประการ
ประการแรก ท่านมีทัศนคติว่านักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนไม่ได้คิดเอง แต่ออกมาชุมนุมออกมาเรียกร้องเพราะว่ามีเบื้องหลัง ดิฉันอยากจะบอกว่าคนที่มีเบื้องหลัง ไม่ใช่พวกเขา แต่เป็นพวกท่าน คนที่มีเบื้องหลังคือรัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอํานาจ ท่านจะเห็นว่าตอนนี้ม็อบ (Mob) ต่าง ๆ เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ขอภาพด้วยค่ะ ภาพแผนที่ ประเทศไทย
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ทัศนคติที่ผิดพลาด อีกอย่างหนึ่งของรัฐบาลก็คือ การมองการชุมนุมว่าการชุมนุมเท่ากับความไม่สงบ มันไม่จริง การชุมนุมในประเทศที่มีระบอบการประชุมแบบประชาธิปไตยเขาทํากันเป็นรายวันเขาทํากัน อย่างสงบสันติและทําอย่างสร้างสรรค์เป็นการบอกกล่าวเล่าปัญหาเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขให้ตรงจุด เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องปรับ และทัศนคติที่ติดลบค่ะท่านประธาน ทัศนคติที่ติดลบต่อการ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ท่านประธานคะบัดนี้รั้วของกองทัพ รั้วของด้านขวานทองของประเทศไทยมันถูกรื้อออกไปหมดแล้ว โลกที่ไร้พรมแดนมันไม่มี รั้วกันอีกต่อไปแล้ว ท่านต้องเชื่อก่อนว่าโลกยุคไร้พรมแดนนี้คนรุ่นนี้กับคนรุ่นของเรา มันแตกต่างกันมาก ทัศนคติการดูถูกว่ามีใครชักใยอยู่เบื้องหลัง มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง เป็นทัศนะในโลกเก่าที่รังแต่จะสร้างปัญหาและขยายปัญหาให้ลุกลามบานปลาย ก่อนหน้านี้ ประเทศเราเคยได้รับยกย่องว่าประชาชนมีการตื่นตัวในการเคลื่อนไหว สื่อมวลชนมีอิสระเสรี มีความเคลื่อนไหวในด้านการปฏิรูปสื่อและมีการขยายขอบเขตของเสรีภาพของประชาชน แต่จากรายงานฟรีดอม ออน เดอะ เน็ต (Freedom on the net) ปี ๒๐๑๙ ที่ผ่านมา ประเทศเราได้คะแนนเท่าไรทราบไหมคะ ประเทศเราได้คะแนนเรื่องสิทธิเสรีภาพเพียง ๓๕ เต็ม ๑๐๐ เท่านั้น นั่นแสดงว่าประเทศเรามีปัญหาและมาถึงจุดอันตรายแล้ว สิ่งที่นักเรียน นักศึกษาและคนหนุ่มสาวในยุคนี้ต้องการ ไม่ใช่แค่เปิดพื้นที่ที่ปลอดภัย ให้เขาได้แสดงความคิดเห็นเท่านั้น สิ่งที่เขาต้องการมากกว่านั้นคือเขาต้องการการปกป้อง คุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นจากรัฐบาลค่ะ นอกจากท่านจะไม่ได้คุ้มครอง พวกเขาแล้ว ท่านยังกีดกัน ปิดกั้นแล้วก็ทําลายเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ยัดเยียด คดีความให้กับเยาวชน ให้กับกลุ่มคนที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล โดยเฉพาะกลุ่มคน ที่ออกมาทํากิจกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนและกลุ่มนักการเมือง ฝ่ายค้าน การชุมนุมหรือการประท้วงใด ๆ ที่ทําตามขอบเขตของรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสามัญ ที่โลกให้การยอมรับและเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้เป็นประจําวัน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะย้ํา ให้ท่านชัด ๆ ว่าการชุมนุมไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ ไม่ใช่เรื่องการก่อความไม่สงบ ขอคลิป (Clip) ด้วยค่ะ ขอคลิป (Clip) ที่ ๑ ที่ ๒ ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
อันนี้เป็นนักเรียนโรงเรียน สตรีวิทยาที่ถูกกีดกันจากผู้บริหารโรงเรียนนะคะ ให้ออกมาอยู่ข้างนอกเสี่ยงกับการ ถูกกฎหมายชุมนุม คลิป (Clip) ต่อไปเลยค่ะ อันนี้คลิป (Clip) ไปต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดระยองนะคะ ท่านดูการเบียดเสียด มีการทิ้งระยะห่างไหมคะ อันนี้คือม็อบเชียร์ (Mob cheer) ดูนะคะ แออัดกันอยู่อย่างนี้ เห็นไหมคะ แต่ว่าม็อบ (Mob) ที่ไปยื่นห่าง ๆ กัน คนละ ๒ เมตรแค่ไม่กี่คนที่น่าสถานทูตประเทศกัมพูชาเพื่อทวงถามความเป็นธรรมให้กรณีอุ้มหาย ผู้ลี้ภัยที่ถูกอุ้มหายที่หน้าสถานทูตกลับโดนหมายเรียกกันเป็น ๑๐ คน โดนหมายเรียกว่า ทําผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ประเทศเรามันไปไม่ถึงไหนก็เพราะว่าความ ๒ มาตรฐานอย่างนี้ค่ะ ท่านประธานดูคลิป (Clip) นี้นะคะ ความรู้สึกของนักศึกษา ดิฉันได้ลงไปสังเกตการณ์ ด้วยตัวเองที่อําเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ตอนนี้มาถึงเรื่องทัศนคติที่ผิดพลาด ติดลบ ท่านมี ทัศนคติที่ติดลบในการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตัดสินใจอนาคต ตัดสินใจชะตาชีวิต ตัดสินใจชะตาประเทศร่วมกับท่าน การปิดกั้นการจัดเวทีแสดงความคิดเห็นแบบปาหี่ ที่ดิฉันได้ไปพบเห็นมาด้วยตัวเองเมื่อประมาณ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว จัดโดย ศอ.บต. ที่อําเภอจะนะ คือเวทีรับฟังความคิดเห็นการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ มีการใช้กําลังเจ้าหน้าที่ อย่างมหาศาลนับพันคน ดูเหมือนสถานการณ์ในสมรภูมิรบ ถนนทั้ง ๒ ด้านถูกปิด มีการตั้งด่านตรวจหลายจุด มีการให้กลุ่มบุคคลที่คิดเห็นด้วยตรงกับ ศอ.บต. เข้าไปนอน ค้างคืนล่วงหน้าในสถานที่จัดเวที ส่วนคนกลุ่มที่เห็นต่างถูกกีดกันไม่สามารถเข้าไปได้ ข้อกังวลของคนในพื้นที่นั้นเรื่องความไม่เชื่อมั่นและความไม่โปร่งใสในการจัดเวทีเป็นสิ่งที่น่า อดสูค่ะท่านประธาน ล่าสุดที่ซ้ําหนักไปกว่านั้นการซ้ําเติมสถานการณ์การละเมิดสิทธิ มนุษยชน ในบรรยากาศที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย คือเมื่อวันที่ ๒๒ พลเอก ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปมอบนโยบายให้กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แก่ศูนย์เฟกนิวส์ (Fake News) ต่อต้านข่าวปลอม โดยแทนที่จะสร้างความเชื่อมั่น ให้ประชาชน ท่านกลับมอบนโยบายให้ศูนย์เฟกนิวส์ (Fake News) ให้เพิ่มความเข้มข้น แล้วก็ยกระดับ ยกระดับศูนย์เฟกนิวส์ (Fake News) จากกองบังคับการ ขึ้นมาเป็น กองบัญชาการ และกําชับว่าให้มีการดําเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้กระทําผิดกรณีเฟกนิวส์ (Fake News) อย่างจริงจังและเด็ดขาด โดยอ้างว่าเพื่อความสงบในวิกฤติโควิด (COVID) ทั้ง ๆ ที่เราไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศมานานถึง ๒ เดือนแล้วค่ะ เห็นได้ชัดนะคะว่าหน่วยงานนี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อข่มขู่ประชาชนในโลกออนไลน์ (Online) ไม่ให้โพสต์ (Post) ในสิ่งที่รัฐบาล ไม่อยากเห็น ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในโลกออนไลน์ (Online) นี้ก็คือเยาวชนคนหนุ่มสาวนั่นเอง ตัวอย่างที่น่าอดสูใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือการยังคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินเอาไว้ ล่าสุดนี้ก็มีการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปอีก ๑ เดือนแล้วนะคะ การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเปรียบเสมือนการทํารัฐประหาร ซ้ําเป็นครั้งที่ ๒ และการต่ออายุทุก ๆ ครั้งก็คือการทํารัฐประหารซ้ํา ๆ กับประชาชน เพราะเป็นกฎหมายที่ให้อํานาจเบ็ดเสร็จต่อนายกรัฐมนตรี และใช้เป็นเครื่องมือใหม่ในการ จํากัดเสรีภาพของประชาชนต่อไป พ.ร.ก. นี้มีเนื้อหาที่นิรโทษกรรมให้กับข้าราชการที่ทําตาม คําสั่ง ปฏิบัติตามคําสั่งของนายกรัฐมนตรี การต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่ไหน เขาทํากันในโลก เพราะมันไม่ใช่กฎหมายที่ถูกนํามาใช้กับสถานการณ์โรคระบาดนะคะ ท่านประธาน แต่ พ.ร.ก. ฉุกเฉินถูกสร้างขึ้นในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร โดยมีเจตนาเพื่อใช้แก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบความรุนแรง ในจังหวัดทางชายแดน ภาคใต้ ๓ จังหวัด และเหตุผลที่จะต้องให้มีการต่อทุก ๆ ๓๐ วัน เป็นเพราะอะไรคะ เพราะคนที่มีเจตนาสร้างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ทราบดีว่ากฎหมายนี้ไม่เหมาะที่จะประกาศใช้ ไปยาว ๆ จึงต้องกําหนดว่าจะต้องมีการพิจารณาใหม่ ทบทวนการต่ออายุทุก ๆ ๓๐ วัน เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลมีวัตถุประสงค์ในการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินกับเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่อง โรคระบาดค่ะ จากการรวบรวมความคิดเห็นของเยาวชน คนหนุ่มสาว นักเรียน นักศึกษา มีข้อเสนอแนะว่าพวกเขาต้องการให้มีตัวแทนของพวกเขาอยู่ในสภามหาวิทยาลัยด้วย ตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศมีเพียงมหาวิทยาลัยรามคําแหงที่เดียวเท่านั้นที่มีสัดส่วน ตัวแทนของนักศึกษาเข้าไปอยู่ในสภามหาวิทยาลัย แต่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏแล้วก็ที่อื่น ๆ ยังไม่มี เหตุที่เขาต้องการอย่างนี้เพราะว่านักศึกษาก็คือกลุ่มประชากรกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ในมหาวิทยาลัย ควรที่จะมีสัดส่วนของพวกเขาเข้าไปร่วมตัดสินใจ เข้าไปร่วมให้ความเห็นด้วย ในประชาคมของเขา และเขาจะได้มีอํานาจต่อรองกับอธิการบดี มีอํานาจต่อรอง ในมหาวิทยาลัย มีโอกาสที่จะร่วมตัดสินใจในมติวาระต่าง ๆ ที่สําคัญนะคะ พวกเขาอยากให้ มีการแก้ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งเป็นประดุจธรรมนูญสูงสุด ขอให้ พ.ร.บ. เหล่านั้น รับรองสิทธิเสรีภาพของนักศึกษาไว้ด้วยนะคะ ในส่วนของรัฐสภาพวกเขาต้องการให้มี ส่วนร่วมของพวกเขาในคณะกรรมาธิการวิสามัญต่าง ๆ และในการที่จะพิจารณาวาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา เช่น วาระสิทธิเด็ก วาระการศึกษา หรือวาระเรื่องการเคลื่อนไหว ของนักศึกษา ก็ขอให้มีการเชิญตัวแทนของพวกเขาเข้ามาร่วมให้ความเห็นด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ตอนนี้ถึงเวลาที่หมดยุคของสังคมห้ามคิดชีวิตห้ามสงสัย ถึงเวลาของ การสนับสนุนให้เยาวชนคนหนุ่มสาวมีโอกาสตั้งคําถาม ถึงเวลาที่จะต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้พวกเขาได้แสดงความรู้สึก ได้เรียกร้องความเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมเปิดให้มีการตั้งคําถาม ร่วมแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ เช่นทําไมนักเรียนเล็ก ๆ นักเรียนเด็กอนุบาล เด็กประถม ทําไมพวกเขาต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นอาคารเรียน แต่ทําไมคุณครูไม่ต้อง เรื่อยไปจนถึงคําถามที่ยิ่งใหญ่สําคัญในสเกล (Scale) ที่ใหญ่กว่านั้น เช่น การเข้ามามีอํานาจ โดยไม่ชอบธรรมของกองทัพ ทําไมถึงหลอกลวงพวกเขาว่าเรามีการปกครองแบบประชาธิปไตย ทําไมรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและทีมโฆษก ศบค. ถึงไปแออัดยัดเยียดกันในสถานทูต อเมริกา เมื่อวันชาติอเมริกา เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคมได้ แต่ประชาชนที่ไปยืนเรียกร้อง รณรงค์แคมเปน (Campaign) ต่าง ๆ ถึงได้โดนหมายเรียกกันโดยถ้วนหน้า หยุด ๒ มาตรฐาน กับประชาชนเถอะค่ะ ถ้าอยากจะให้ประเทศนี้ไปต่อ ทําไมนักเรียน นักศึกษาที่ไปทํากิจกรรม ผูกโบว์ขาวทวงคืนความยุติธรรม ทวงคืนการถูกให้สืบสวนหาสาเหตุของการอุ้มหายของ ผู้ลี้ภัยที่ประเทศเพื่อนบ้านถึงถูกจับ ถึงถูกนําตัวไปโรงพักทั้ง ๆ ที่ผูกโบว์เส้นขาว ๆ เล็ก ๆ นิดเดียวเอง และในที่สุดเมื่อหาเรื่องที่จะตั้งข้อหาไม่ได้ก็ยังเอาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดีค่ะ ตั้งไป ๒ ข้อหา คือข้อหา ๑. ไม่พกบัตรประชาชน ๒. ข้อหาตาม พ.ร.บ. ความสะอาด เอาเป็นว่านิดหน่อยก็ยังดีนะคะ เขาสามารถตั้งคําถามว่าทําไม สิบเอก ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือว่าหมู่อาร์ม ผู้ที่ออกมาเปิดโปงทุจริตการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของผู้บังคับบัญชาที่ไปยื่นขอคุ้มครองพยาน ที่ ป.ป.ช. แล้วล่วงหน้าเป็นเดือน แต่ก็ยังโดนคําสั่งปลดโดยกองทัพ เมื่อคดีความเหล่านี้ คดีเล็กคดีน้อยพวกนี้ขึ้นสู่ศาล ในที่สุดแล้วท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความผิด แต่ก็ยังทํา มาต่อเนื่อง ทําเพื่อเป็นการปิดปาก ทําเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศของความกลัว ดิฉัน ขอเรียกร้องให้สื่อกระแสหลักด้วยเลิกเซนเซอร์ (Sensor) ตัวเองหันมาเสนอข่าวอย่าง ตรงไปตรงมา อย่างกล้าหาญ อย่าเคยชิน แล้วก็เซนเซอร์ (Sensor) ตัวเองจากการถูกข่มขู่ ท้ายนี้ดิฉันขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลหยุดการลุแก่อํานาจ ปราศจากความละอาย หยุดสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว ปรับท่าทีของท่านให้เป็นรัฐบาลที่มีการรับฟังความ คิดเห็นตามมาตรฐานสากล ดิฉันขอให้ท่านคุ้มครองปกป้องผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น แทนการยัดเยียดคดีความและโดยที่รัฐธรรมนูญนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหาอย่างยิ่งใหญ่ ดิฉันขอเสนอให้ยกเลิก มาตรา ๒๗๙ คือยกเลิกการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ทําการยึดอํานาจ รัฐประหารคือ คสช. เอาคนที่ยึดอํานาจเข้าคุกค่ะ คนที่เคยทําผิดไม่เคยต้องเดินเข้าคุก เพราะฉะนั้นมันจะเป็นเงื่อนไขของคนต่อ ๆ ไป ผบ.ทบ. คนต่อ ๆ ไปที่อยากจะเป็น นายกรัฐมนตรีเขาก็จะใช้วิธีนี้ต่อไปนะคะ
ข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญต่อไปก็คือดิฉันขอเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๒ ว่าด้วยที่มาของ ส.ว. เอา ส.ว. ออกไปจากการเมืองไทย สุดท้ายจริง ๆ ดิฉันขอเรียกร้อง ให้เพื่อนในสภาแห่งนี้สนับสนุนให้มีการศึกษาเรื่องนี้ในคณะกรรมาธิการ เพื่อเปิดช่องทางให้ รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา เยาวชน กลุ่มพลังทางสังคม กลุ่มอื่น ๆ โดยมอบให้เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการที่มีอํานาจหน้าที่โดยตรงในเรื่องนี้มากที่สุดค่ะ ขอบคุณมากค่ะ