ประเสริฐ เสนอญัตติให้รัฐบาลรับฟังเสียงนิสิตนักศึกษาและเยาวชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ประเสริฐ จันทรรวงทอง อภิปรายเสนอญัตติด่วนให้สภาพิจารณาให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และเยาวชน ที่แสดงออกถึงปัญหาการเมือง สังคม เศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาประเทศตามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้เสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษา และเยาวชน ผมขออนุญาตได้อภิปรายประกอบนะครับ ด้วยปัจจุบันได้มีกลุ่มคณะบุคคลได้ออกมาแสดง ความคิดเห็นทางด้านการเมืองและด้านอื่น ๆ อย่างหลากหลาย กลุ่มนิสิต นักศึกษา และเยาวชนเป็นคณะบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้านการเมืองสังคมและเศรษฐกิจ โดยความคิดเห็นหลายเรื่องที่นําเสนอนั้น เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ เห็นควรที่รัฐบาลจะต้องรับฟัง และดําเนินการต่อไป ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้รัฐบาลรับฟังความ คิดเห็นของนิสิต นักศึกษาและเยาวชน ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภา ต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายเหตุผลและรายละเอียด ประกอบคําเสนอญัตติพอสังเขปนะครับ สืบเนื่องจากว่าเมื่อประมาณต้นปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา เราจะสังเกตเห็นได้ว่ากลุ่มนิสิต นักศึกษา และเยาวชนได้มีการแสดงความคิดเห็นทางด้าน การเมืองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา หลังจากนั้นในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด (COVID) นักเรียน นักศึกษาเหล่านั้น ก็ได้หยุดกิจกรรมไปชั่วคราว แต่มาระยะนี้ปรากฏ เป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา และเยาวชนตามสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง ตัวอย่างเช่น ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ถนนราชดําเนินและตามสถานที่สําคัญ ตามจังหวัดต่าง ๆ อีกหลายแห่งและในอนาคตนั้นจะมีการชุมนุมขึ้นอีกหลายแห่ง ตามต่างจังหวัดและตามหัวเมืองต่าง ๆ กระผมเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ควรจะรับฟังแล้วก็ เสนอให้รัฐบาลนั้นได้ไปพิจารณาในการแก้ไขสิ่งที่นักเรียน นักศึกษาเหล่านั้นได้แสดงความ คิดเห็นออกมา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๓๔ ได้กําหนดไว้บอกว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาและการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจํากัดเสรีภาพดังกล่าว จะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นโดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในมาตรา ๓๔ มีเจตนาที่จะให้ทุกคนที่เป็นคนไทยได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความที่บอกว่าความหมายโดยวิธีอื่น วันนี้มีการ สื่อความหมายได้หลายรูปแบบตามโลกของโซเชียล (Social) ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทําแฟลชม็อบ (Flash mob) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนัดหมาย ทางโซเชียล (Social) สิ่งเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นในโลกยุคใหม่ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่อง ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ควรจะรับฟังในเรื่องดังกล่าว ผมเรียนท่านประธานว่ามีหลายข้อ ที่นักศึกษานั้นได้เคยเรียกร้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บัดนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองแต่อย่างใด นักศึกษาได้เคยไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองในเรื่อง ดังกล่าวแต่อย่างใด เขาเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยเป็นเพียงภาพ ลวงตา สิ่งที่ชี้ให้เห็นในเรื่องนี้ก็คือเรื่องระบบเลือกตั้งเป็นหัวข้อหนึ่งที่นักศึกษานั้นได้แสดง ความคิดเห็นในวันที่เขามาแสดงความคิดเห็นที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในกรรมาธิการ วิสามัญระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมทําให้พรรคการเมืองมีความอ่อนแอ รัฐบาล ประกอบด้วยพรรคการเมืองหลายพรรค เอาสมาชิกวุฒิสภาที่ได้จากการแต่งตั้งของ คณะรัฐประหาร ๒๕๐ คน มาเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่มีความเป็นประชาธิปไตยและ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ให้ความเห็นในมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญว่าการนําสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้กลายเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือการรับรองการรัฐประหาร เขาบอกว่ามาตรานี้ ไม่ควรจะบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ก็คือว่าคนไหนทําการรัฐประหารแล้ว ตามบทเฉพาะกาลในมาตรา ๒๗๙ นี่ไม่ต้องรับผิดแต่อย่างใด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทยและไม่ควรเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน อีกเรื่องหนึ่งที่กระผม ยังกราบเรียนนอกจากเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ก็คือเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี สิ่งเหล่านี้นิสิต นักศึกษาและเยาวชนได้พูดกันมาก บอกว่าไม่มีอะไรคืบหน้า เป็นการซื้อเวลา เพื่อให้มีข้ออ้างในการปกครองประเทศอยู่นาน ๆ ยุทธศาสตร์ในการปกครองประเทศ หรือการรับฟังในเรื่องนี้ เปรียบเสมือนการพายเรือในอ่าง ท่านประธาน โลกนั้นเปลี่ยนทุกวัน ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีนั้นไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็น ในเรื่องนี้อย่างหลากหลายเช่นเดียวกัน ผมได้มาดูเรื่องการปฏิรูปที่รัฐบาลบอกว่าจะปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง หรือการปฏิรูปที่ทํามาตั้งแต่ยุค คสช. จนมาถึงยุคปัจจุบัน ระยะเวลา ร่วม ๗ ปีครับท่านประธาน การปฏิรูปตํารวจ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง วันนี้ทํามา ๗ ปี ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย การแต่งตั้ง โยกย้ายที่บอกว่าเป็นระบบคุณธรรมนั้น บอกว่าการแต่งตั้ง โยกย้าย นอกจากจะคํานึงถึงอาวุโสแล้ว ยังต้องคํานึงถึงระบบความรู้ความสามารถ แต่การแต่งตั้งข้าราชการตํารวจในรอบระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้คํานึงถึงหลักการ ดังกล่าวเท่าไรเลย นอกจากนั้นแล้วรัฐธรรมนูญยังกําหนดให้การดําเนินการในเรื่องการแก้ไข กฎหมายปฏิรูปตํารวจนั้น ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี วันนี้รัฐธรรมนูญ มีผลบังคับใช้ร่วม ๒-๓ ปีแล้ว กฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ดําเนินการแต่อย่างใด ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อไม่มีระบบคุณธรรม ตํารวจก็มีวิธีการวิ่งเส้นวิ่งสาย จ่ายเงินจ่ายทอง สิ่งหนึ่งที่ชี้ให้เห็นก็คือว่าเรื่องของบ่อนการพนัน วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลได้พูดถึงเรื่องบ่อนการพนันที่เกิดขึ้นทั่วประเทศเป็นจํานวนมาก รัฐบาล ก็ได้แต่ฟัง แล้วก็ไม่มีการห้ามปรามหรือว่ามีคําสั่งที่ออกไปแก้ไขแต่อย่างใด มิหนําซ้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ ในหลายจังหวัดในโคราชก็มี ผมเป็นผู้แทนราษฎรในโคราช มีข่าวว่ามีตํารวจใหญ่ยังหนุนหลังบ่อนเสียด้วยซ้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้ ก็คือเมื่อมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น การแต่งตั้งโยกย้ายในระบบคุณธรรมจึงไม่มีแต่อย่างใด นี่ก็คือตัวอย่างเรื่องหนึ่งของการปฏิรูปตํารวจในอดีตที่ผ่านมา เรื่องการปฏิรูปการเมือง เรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิวัติมา ๖-๗ ปี เป็นรัฐบาลอีกปีครึ่ง แก้ได้อย่างเดียวครับ ท่านประธาน ปฏิรูปท้องถิ่นแก้จาก อบต. เดิมหมู่บ้านละ ๒ คน ให้เหลือหมู่บ้านละคนเดียว นอกจากนั้นแล้วดูเสมือนว่ารัฐบาลไม่อยากให้มีการเลือกตั้งเลยครับ ใครถามก็บ่ายเบี่ยง ตลอดมาว่าไม่พร้อมบ้าง ไม่มีงบประมาณบ้าง ทั้ง ๆ ที่ กกต. เองได้บอกว่าวันนี้เขาพร้อม ให้จัดมีการเลือกตั้ง วันนี้ กกต. ไม่มีงานทําครับ ไม่มีการเลือกตั้งสักอย่างเลย เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นความเบื่อหน่ายในเรื่องของผลกระทบของรัฐธรรมนูญก็ดี เรื่องของการ ปฏิรูปก็ดี เขาจึงออกมาเรียกร้องแสดงความคิดเห็น ระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า กลุ่มนิสิต นักศึกษาและเยาวชน ยังขาดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ และเมื่อได้แสดงความคิดเห็นไปแล้วยังได้ถูกคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ถูกดําเนินคดี ก็หลายเรื่อง ถูกติดตาม ทั้ง ๆ ที่การแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตัวอย่างการชุมนุมของนักศึกษาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต้นปีที่ผ่านมา เขาเรียกร้องเรื่องการ แก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งนาน รัฐบาลไม่พูดสักคํา ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลแต่อย่างใด นอกจากนั้นแล้วการคุกคามบุคคลที่แสดงความคิดเห็น ตัวอย่างเช่น คดีของจ่านิวถูกทําร้าย จากการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ นี่ผ่านมาแล้ว ๑ ปี ยังไม่เคยมีการจับตัวคนร้ายได้แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการแสดงออกความคิดเห็นของ นักศึกษานั้น นอกจากจะถูกจํากัดในพื้นที่ ยังจะถูกคุกคามไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ อย่างอิสระเสรีภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีเองได้เดินทางไป ขอความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากสื่อมวลชล จากสํานักพิมพ์ต่าง ๆ ไปขอ ความคิดเห็นเดินทางไปถึงสํานักพิมพ์ ญัตตินี้เป็นญัตติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็น ของนิสิต นักศึกษา และเยาวชน ผมอยากเห็น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เดินทางไป ฟังเสียงของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เดินเข้าไปหานักศึกษาในห้องประชุม ในรั้วของ มหาวิทยาลัยเหมือนกับที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ได้เดินทางไปยังสื่อมวลชน สํานักพิมพ์ต่าง ๆ ไปฟังความคิดเห็นเขา ไม่ต้องกลัว สิ่งเหล่านี้ถ้าทําได้ผมเองเชื่อว่านักศึกษา เขาไม่อยากลงถนน นักศึกษานั้นเป็นบุคคลที่มีเหตุมีผล ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีกล้า เพียงพอที่จะเดินทางไปที่รั้วมหาวิทยาลัย ไปฟังความคิดเห็นของนักศึกษาแล้ว สิ่งที่เขาเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยุบสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องของการคุกคามตามที่เขาแสดงความคิดเห็นมานั้น ผมคิดว่าบรรยากาศอาจจะดีขึ้น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่รีบทําบรรยากาศสิ่งเหล่านี้อาจจะสายเกินแก้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมจึงถือว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นสภาที่มีเหตุมีผล เป็นสภาที่จําเป็นอย่างยิ่งต้องเสนอ ญัตตินี้ เพื่อขอให้รัฐบาลไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน นิสิต นักศึกษา และเยาวชน และขอให้อย่าบ่ายเบี่ยง อย่าไปคิดว่าจะโยนเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมาธิการสามัญ หรือคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลนั้น ควรรับฟังโดยตรง เพราะขณะนี้นั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าความคิดเห็นต่าง ๆ ที่นักศึกษา ได้แสดงออกนั้นเป็นพลังอันบริสุทธิ์ นิสิต นักศึกษาเหล่านั้นย่อมเป็นความหวังของ ประเทศชาติในอนาคต เพราะฉะนั้นแล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลนั้น ต้องรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาโดยตรง สภาแห่งนี้ไม่ควรจะโยนเรื่องนี้ไปให้ กรรมาธิการวิสามัญ หรือกรรมาธิการสามัญ หรือแม้กระทั่งการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาใหม่ เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงได้นําเสนอญัตตินี้ เพื่อให้ สภาแห่งนี้ได้พิจารณาความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และเยาวชน เพื่อนําเสนอรัฐบาล ในการพิจารณาดําเนินการต่อไป ขอขอบคุณครับ