สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓

เกษมสันต์ มีทิพย์ หารือเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ในจังหวัดพิษณุโลกและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง และเรียกร้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการขยายถนน ทางหลวงหมายเลข 115 ในจังหวัดพิจิตร และพิษณุโลก เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาค

นายเกษมสันต์ มีทิพย์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดพิษณุโลก ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุวาระ กระทู้ของผมเข้าเป็นวาระในการประชุม แล้วก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมที่ได้มาตอบกระทู้ในวันนี้ กระทู้ถาม เรื่อง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโลจิสติกส์ในจังหวัดพิษณุโลกและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก เป็นจังหวัดที่มีความสําคัญของภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งในปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกอยู่ในกลุ่ม จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดเพชรบูรณ์ และได้มีภาคเอกชนได้รวมตัวกันเพื่อที่จะพัฒนาและ ผลักดันโครงการต่าง ๆ ของกลุ่มจังหวัดมากมาย เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ก็ได้มีกลุ่ม เอกชนที่ได้มีการรวมตัวกันของกลุ่มการค้า เรียกว่าหอการค้าของฝั่งทางเมียนมาร์ก็คือ ทางเมาะลําไย แล้วก็ทางหลวงพระบาง แล้วก็แขวงไซยะบุรี รวมตัวกันตั้งขึ้นมาเป็นไลเม็ก (LIMEC) หลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลําไย อีโคโนมิก คอริดอร์ (Luangprabang- Indochina-Mawlamyine Economic Corridor) ซึ่งก็เป็นความเชื่อมโยงกันของกลุ่ม การค้าของ ๓ ประเทศ แล้วก็ในกลุ่มนี้ในมติคณะรัฐมนตรีที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่ผ่านมา ก็ได้บรรจุเข้าไปอยู่ในแอกเม็กส์ (ACMECS) แต่ว่าอันนี้ไม่มั่นใจว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว จังหวัดพิษณุโลกก็ยังมีโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ มากมายที่มีความจําเป็นที่จะต้องพัฒนา แล้วก็ต้องได้รับการขยายถนน อย่างเช่นจะมีโครงสร้าง ตามรูปก็จะเป็นประมาณนี้ อันนี้ จะเป็นแนวที่ผมคุยกับทางนักวิชาการ คือท่านอาจารย์บุญทรัพย์ เป็นคณบดีคณะโลจิสติกส์ (Logistics) ก็จะเป็นแนวประมาณประตูภาคตะวันออกกับประตูภาคตะวันตก จะมีด่านภูดู่ ที่ติดกับประเทศลาวอยู่ แล้วก็มีด่านแม่สอด เพราะในอนาคตทางกระทรวงคมนาคม มีโครงการที่จะผลักดันสามารถที่จะเป็นระบบรางได้หรือไม่

ผมขอถามให้กลุ่มภาคเหนือจังหวัดตอนล่างเลยนะครับ ก็จะเป็นถนน ทางหลวงหมายเลข ๑๑๕ จังหวัดกําแพงเพชรไปจนถึงแยกปลวกสูงตรงจังหวัดพิจิตร แล้วก็ มีทางเลี่ยงเมืองจังหวัดพิจิตร แล้วก็จะมีทางหลวงหมายเลข ๑๑๕ ที่ไปแยกของอําเภอสากเหล็ก ตรงนี้ยังเป็นทาง ๒ เลน (Lane) อยู่ ก็จะสอบถามว่ามีโครงการที่จะขยายเป็น ๔ เลน (Lane) ในอนาคตหรือไม่ แล้วก็ภาพแดง ๆ พวกนี้ เส้นสีแดงจะเป็นเส้นที่ผ่านในจังหวัดพิษณุโลก ยังเป็นทางที่ยังมีความต้องการขยายให้เป็น เขาเรียกว่าเต็มเขตทางไปจนถึงเส้นหมายเลข ๑๒๖ ก็คือเส้นรอบเมือง เส้นเลี่ยงเมืองพิษณุโลก แล้วก็จุดที่วง ๆ มาก็จะมีปัญหารถติดขัด เพราะว่าเป็นเส้นที่จริง ๆ แล้วใช้สําหรับข้ามภูมิภาค แต่ว่ายังเป็นเส้นที่ยังเป็นไฟแดงอยู่ ซึ่งผมมองว่าถ้าเกิดเราต้องการพัฒนาให้มีการพัฒนามากขึ้นควรที่จะต้องเป็นโอเวอร์พาส (Over pass) หรือว่าเป็นสะพานข้ามอะไรอย่างนี้ครับ แล้วก็เส้นจุดประ เส้นจุดประพวกนี้ เป็นเส้นที่ผมมองว่าถ้าเกิดว่ามีการตัดถนนหรือว่ามีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามทางเหล่านี้ จะสามารถที่จะช่วยบรรเทาการจราจร แล้วก็ช่วยเรื่องของการเขาเรียกว่าการสร้างให้เมือง มีการพัฒนามากขึ้น ส่วนที่เป็นตัวคล้าย ๆ กับตัววงเล็บ อันนี้ผมลองประมาณเอาว่าเมื่อเวลา รถเร่งด่วนเขาเรียกว่าปริมาณรถตามทางหลวงหมายเลข ๑๒ จะติดมาก ๆ เลย ถ้ากระทรวง คมนาคมจะสร้างเป็นทางกลับรถ หรือว่าภาษาที่มีพี่น้องประชาชนใช้ทั่ว ๆ ไปว่าเกือกม้า พอที่จะทําได้หรือไม่ อันนี้จะเป็นเส้นประ เส้นประก็คือเหมือนกับว่าเป็นทางใหม่ เป็นทางที่ เชื่อมระหว่างถนนหมายเลข ๑๑ กับถนนหมายเลข ๑๑ ด้วยกันเอง ก็คืออันนี้ผมมองว่า ถ้าเกิดว่าทําตรงนี้ได้มันก็จะเลี่ยงอําเภอวังทอง ตรงสามแยกด้านล่างเป็นอําเภอวังทองไปเข้า ตรงโค้งใหม่ก่อนที่จะไปถึงแม่น้ําแควน้อยด้านบน ตรงนั้นจะเป็นอําเภอวัดโบสถ์ ก็สามารถ ที่จะช่วยในการที่จะทําให้การจราจรบนทางหลวงหมายเลข ๑๑ ได้ดีขึ้น ซึ่งทางหลวง หมายเลข ๑๑ เป็นทางหลวง ทางหลวงสองหมายเลขซึ่งเมื่อก่อนเป็นทางหลักของประเทศ ในการขึ้นเหนือเลย แต่ตอนนี้ไปใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ แทน อันนี้ก็จะเป็นทางที่ผม จะเขียนไว้ใน เดี๋ยวผมจะให้แฮนดีไดรฟ์ (Handy Drive) แฟลชไดรฟ์ (Flash drive) กับท่านรัฐมนตรีไปว่าคือโครงการเหล่านี้ถ้าเกิดว่าเป็นไปได้ ถ้าเกิดว่าทําได้ก็จะช่วยกัน เขาเรียกว่าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดพิษณุโลกแล้วก็ภูมิภาคได้ดีมากเลย คําถาม ก็จะมีประมาณนี้ครับท่านประธาน