จุรินทร์ แจงนโยบายประกันรายได้ เหตุผลครอบคลุมผลไม้เป็นขั้นตอน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชี้แจงความสำเร็จของนโยบายประกันรายได้เกษตรกร พร้อมเสนอแนวทางเสริมดูแลราคาลำไยและผลไม้อื่นผ่านมาตรการตลาด ทั้งในประเทศและส่งออก โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อระบายผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์

ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ แสดงให้เห็นว่านโยบายประกันรายได้ ประสบความสําเร็จตามสมควร แล้วก็เป็นที่ต้องการของเกษตรกร อย่างน้อยที่สุดก็สะท้อน ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูนมาว่าอยากเห็นการประกันรายได้ในพืชเกษตร ตัวอื่น เช่นลําไย เป็นต้น แต่อย่างน้อยที่สุดขอเรียนตรงนี้ไว้เป็นข้อมูลว่าลําไยเป็นหนึ่ง ในผลไม้หลายชนิด ถ้าประกันลําไยก็คงต้องประกันผลไม้ตัวอื่น ๆ ด้วย เพราะมันจะมีคําถาม ตามมาว่าลําไยแล้วทําไมไม่มังคุด มังคุดแล้วทําไมไม่ลองกอง และทําไมไม่ทุเรียน เป็นต้น แต่ที่พูดทั้งหมดนี้พูดตามพื้นฐานความเป็นจริง แต่ว่าลําไยเป็นหนึ่งในกลุ่มผลไม้ที่รัฐบาลดูแล และมีมาตรการพิเศษ มันเหมือนกับใช้ยา มีหลายขนานที่จะให้เข้าไปใช้ อันนี้เป็นกลุ่ม อีกกลุ่มหนึ่งที่รัฐบาลก็ตัดสินใจว่าจะใช้ยาขนานไหน แต่ก็ไม่แน่ในอนาคตรัฐบาลอาจมี นโยบายเพิ่มเติม ประกันรายได้เกษตรกรพืชเกษตรตัวอื่น อาจจะรวมเข้าไปถึงผลไม้ หรืออย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ผมไม่รับปากตรงนี้ เพราะผมไม่อยู่ในฐานะที่จะไปกําหนด นโยบายรัฐบาลคนเดียวได้ แต่ก็ใช่ว่านโยบายประกันรายได้ในอนาคตมันจะครอบคลุมพืชเกษตร มากกว่า ๕ ตัวที่ผ่านมาแล้วไม่ได้ อันนี้ก็คือเรื่องที่อยากจะกราบเรียน อย่างไรก็ตามขออนุญาต เพิ่มเติมถึงมาตรการว่ามาตรการที่เราเข้าไปช่วยเกษตรกรผู้ปลูกลําไย ความจริงเรามีฟรุตบอร์ด (Fruit board) คือบอร์ดผลไม้อยู่เป็นการเฉพาะที่จะเข้าไปดูแลผลไม้ครบวงจร รวมทั้งลําไยครบวงจร แล้วก็ฟรุตบอร์ด (Fruit board) ที่ว่านี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน มีอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นเลขานุการ แล้วก็มีภาครัฐ มีเอกชน มีตัวแทนเกษตรกรอยู่ในนั้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชุมด้วยกันมาโดยลําดับ กระทรวงพาณิชย์ ก็เป็นส่วนหนึ่งอยู่ในนี้ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมก็ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่วมแก้ปัญหา เฉพาะลําไยก็มีมาตรการแยกส่วนที่เข้าไปดูแลเป็นการเฉพาะเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น มาตรการฤดูการผลิต ปี ๒๕๖๓ แม้ทราบว่าปริมาณมันจะเพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีผลกระทบต่อราคา รวมทั้งโควิด (COVID) ซ้ําซ้อนเข้ามา แต่เราก็ยังมีมาตรการอื่น เข้าไปช่วยดูแล ยกตัวอย่างเช่นในการที่จะช่วยให้เกิดการรวบรวมผลผลิตได้มากขึ้น คล่องตัวขึ้น มีต้นทุนลดลง เพื่อจะได้ไปรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรได้ราคาดีขึ้น เช่น ถ้าใคร รวบรวมลําไยมาไว้เพื่อการกระจายไปยังตลาด โดยเฉพาะในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร จะเป็นกลุ่มเกษตรกร จะเป็นสหกรณ์การเกษตรหรือผู้ประกอบการอื่น ๆ กระทรวงพาณิชย์ ก็จะมีมาตรการช่วยเหลือกิโลกรัมละ ๓ บาท นั่นแปลว่าเพื่อหวังว่าท่านก็จะได้ไปรับซื้อจาก เกษตรกรราคาเพิ่มขึ้น หรือถ้าเป็นเกษตรกรเองรวบรวมปั๊บก็ได้เงินเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ ๓ บาททันที ถ้าขายได้กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ท่านก็ได้ ๑๘ บาท อันนี้คือมาตรการช่วยเหลือ ที่เห็นชัดเจน ประการที่ ๒ ก็คือว่าถ้าท่านรวบรวมแล้วไม่ขายในประเทศ รวบรวมแล้วไป ส่งออกด้วย ท่านจะได้กิโลกรัมละ ๕ บาทเพื่อการส่งออก เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นมาตรการ ที่หวังว่าถ้าท่านระบายลําไยออกไปยังต่างประเทศท่านได้เพิ่มอีก ๕ บาท หวังว่าท่าน จะได้มาซื้อลําไยจากเกษตรกรได้แพงขึ้น หรือเมื่อปริมาณลําไยในประเทศมันลดน้อยลง เพราะมันส่งออกได้มาก เพราะมาตรการช่วยของรัฐบาล ราคาลําไยในประเทศก็ตามกลไก การตลาด หลักดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ก็มีโอกาสจะราคาดีขึ้นไปได้บ้าง มันคงไม่ทั้งหมดละครับ แต่อย่างน้อยผมก็ใช้คําที่สอดคล้องกับโลกความเป็นจริงได้บ้าง สุดท้ายผลก็คือเกษตรกร อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากขอเรียน นอกจากนั้นในเรื่องการจัดหาตลาด เพื่อระบายลําไย เกษตรกรจะได้เอามาขาย มาขายได้ราคาไม่ถูกกดเพราะมีคนรับซื้อ ในประเทศก็ได้มีการดําเนินการมาล่วงหน้าเชิงรุกแล้ว ก่อนหน้านี้ที่ผมลงไปบ่อย ๆ ที่ท่านพูด กลับมาสั่งการ ตอนนี้ทําสัญญาล่วงหน้าขายให้โมเดิร์นเทรด (Modern trade) เซ็นไปแล้ว ๔,๘๐๐ ตัน ฤดูการผลิตนี้นะครับ ๒. สั่งให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดที่มีลําไย เอาลําไย ไปแลกของชนิดอื่น ที่ท่านบอกว่าเอาข้าวแลกปลา เอาปลาแลกลองกองอะไรนั่นแหละครับ อันนี้ก็เป็นมาตรการหนึ่งสั่งไปแล้ว และได้ผลปรากฏเป็นรูปธรรมแล้วครับ อันที่ ๓ โมเดิร์น เทรด (Modern trade) ห้างทั้งหมดทั่วประเทศเขาจะเปิดพื้นที่ให้สามารถเอาลําไยของเกษตรกร ไปขายได้ อันนี้ให้ประสานพาณิชย์จังหวัด และพาณิชย์จังหวัดมีหน้าที่ลงไปด้วย ไม่ใช่ว่า ต้องรอท่านประสาน เขามีหน้าที่ต้องลงไปช่วยระบายผ่านโมเดิร์นเทรด (Modern trade) อันนี้เป็นข้อตกลงกันแล้ว ๔. อธิบดีกรมการค้าภายในเพิ่งลงพื้นที่จังหวัดลําพูนเมื่อวันที่ ๑๘ ๓-๔ วันที่แล้วผมมอบหมายให้ลงไป แล้วก็ลงไปแก้ปัญหา ให้มีการช่วยรับซื้อลําไยจาก เกษตรกรส่งออกไปประเทศเวียดนามกับประเทศกัมพูชา เพราะตอนนี้เราไม่มีแรงงาน ให้เอาลําไยไปประเทศกัมพูชา ไปประเทศเวียดนาม แล้วก็ไปปอก ไปดําเนินการ ไปอบแห้ง ที่นั่นเลย เพราะเอาแรงงานเข้ามาไม่ได้มีปัญหาโควิด (COVID) วันละ ๑๐๐ ตันครับ ได้เซ็นสัญญาแล้วที่จะเข้าไปช่วยดําเนินการจนจบฤดูกาลผลิตนี้ อันนี้อย่างน้อยก็เป็น มาตรการที่ให้พอเห็นภาพ ๕. กรมการค้าภายในทํากล่องให้ ๒๐๐,๐๐๐ ใบ อันนี้ช่วยผลไม้ ทั้งหมด ถ้าท่านต้องการที่จะขายออนไลน์ (Online) ท่านต้องการที่จะขายอันอื่น เอากล่อง ผลไม้ฟรีของกรมการค้าภายในผ่านพาณิชย์จังหวัดไปบรรจุแล้วขายได้เลย หรือจะไปยืนขาย ริมถนน สมมุติ หรือจะไปรวมกลุ่มขายในนามกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ ท่านทําได้เลย ไม่มีต้นทุนเรื่องกล่อง ถัดมาครับ ถ้าท่านจะส่งขายออนไลน์ (Online) ผ่านไปรษณีย์ ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท (Thailandpostmart) ไปรษณีย์เขามีออนไลน์ (Online) อยู่ข้างบน ท่านขายได้ ท่านเอากล่องนี้ส่งได้เลยครับและค่าส่งฟรีตกลงกันกับไปรษณีย์แล้ว ถ้าสหกรณ์นะอันนี้ รายคนคงทําไม่ได้ แต่สหกรณ์วิสาหกิจชุมชนที่รวมกลุ่มกันขายท่านมีช่องทาง กระทรวงพาณิชย์ จัดให้แล้ว นอกจากนั้นตลาดออนไลน์ (Online) ช้อปปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) จตุจักรมอลล์ (Chatuchak Mall) ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท (Thailandpostmart) ไทยเทรด ดอต คอม (Thaitrade.com) พวกนี้พร้อมให้ท่านโพสต์ (Post) ขึ้นไปและตอนนี้ก็มีโพสต์ (Post) ขายลําไย ตลาดต่างประเทศตอนนี้มีการอบรมผู้ประกอบการให้ขายลําไย ผ่านออนไลน์ (Online) ได้มากขึ้น แล้วก็สอนวิธีคัดเกรด (Grade) เพราะตอนนี้ต้องยอมรับ ความจริงว่าคุณภาพปีนี้มีปัญหานิดหน่อย เพราะฝนลงโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน เจอแล้ง แล้วก็ฝนลง ปรากฏว่าลําไยผิวขาวส่งไปประเทศจีนได้ ประเทศจีนต้องการ แต่ผิวคล้ํา ไม่ต้องการ เราพยายามกระจายไปตลาดประเทศอินโดนีเซีย เพราะประเทศอินโดนีเซียรับได้ ตลาดผิวคล้ํา แต่ยังติดขัดประเทศอินโดนีเซียซื้อเราไม่มาก ผมไม่อยากใช้คําว่ากีดกัน มันเป็น มิตรประเทศกัน แต่หมายความว่ายังมีอุปสรรคอยู่บางส่วน ทีนี้ในเรื่องของออนไลน์ (Online) ขายออนไลน์ (Online) ไปยังต่างประเทศ ล่าสุดขอใช้เวลานิดเดียวท่านประธาน เกษตรกรจะได้สบายใจ ท่านผู้ถาม น้องรังสรรค์ มณีรัตน์ ท่านจะได้ไปตอบชาวบ้านได้ว่า ท่านได้ทําหน้าที่ในสภาให้แล้ว ผมเพิ่งไปร่วมงานทําออนไลน์ บิซิเนส แมตชิง (Online Business matching) เอาผู้นําเข้าจากต่างประเทศ เขานั่งอยู่ในประเทศเขา ๘ ประเทศ ๖๓ บริษัท และผู้ส่งออกลําไยไทยเยอะเลย ขายกันออนไลน์ (Online) กระทรวงพาณิชย์ จัดให้ ผมไปยืนดูว่าเขาขายกันอย่างไร เวลาเท่าไร ๘ ประเทศ ตั้งเป้าว่าเราจะช่วยขายลําไยสด ให้ได้ ๑๑,๐๐๐ ตัน เมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ กรกฎาคม ไม่กี่วันสัปดาห์ที่แล้วนี้ครับ เราตั้งเป้า ๑๑,๐๐๐ ตัน ๕๕๐ ล้านบาท ท่านทราบไหมครับ ๒ วันสุดท้ายเราช่วยขายให้ได้เท่าไร จากเป้า ๑๑,๐๐๐ ตัน เราขายได้ ๓๒,๐๐๐ ตัน ขายได้ ๒,๑๐๐ กว่าล้านบาท จากเป้า ๕๕๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นช่องทางโอกาสระบายลําไยไปต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ (Online) ก็มีแนวโน้มดีขึ้นจากมาตรการเชิงรุก แต่มันคงไม่เป็นคําตอบสุดท้ายทั้งหมด ยังต้องขลุกขลัก แต่อย่างน้อยให้ท่านได้พอมองเห็นทางว่ารัฐบาลได้ทําอะไร ช่วยดูแล เกษตรกรชาวสวนลําไยสุดความสามารถอย่างไรบ้าง และสุดท้ายปัญหาอีก ๒ ข้อที่ท่านเจอ ตอนนี้ ผมได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรตัวจริงโดยตรง ๑. ล้งประเทศจีนไม่เข้ามารับซื้อ ลําไย ๒. ไม่มีแรงงานช่วยเก็บลําไย ผมไม่ทราบท่านใช้คําว่าตัดหรือเก็บ ผมเอาว่าเก็บ ก็แล้วกัน เข้ามาไม่ได้ มีปัญหา เสียดายผมไม่มีคําตอบเรื่องแรงงานตรงนี้ เพราะผมประชุม ศบค. อยู่เมื่อสักครู่นี้ที่ทําเนียบรัฐบาล ยังไม่ถึงวาระนี้ ที่ผมเสนอเมื่อวาน แล้วก็ กระทรวงแรงงานเตรียมมาตรการนี้แล้ว แต่ผมต้องมาตอบกระทู้ถามท่านเสียก่อน เดี๋ยวคอย ติดตามข่าว เรากําลังจะช่วยแก้มาตรการแรงงานให้เขาสามารถเข้ามา แต่หลักผิดขออภัย เพราะผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุม หลักก็คือเปิดโอกาสให้เข้ามาได้ แต่ผู้ประกอบการ ต้องรับผิดชอบ ช่วยดูแลมาตรการ ๒ ๓ ๔ ๕ เดี๋ยวคอยติดตามข่าว อันนี้จะช่วยคลี่คลาย เรื่องแรงงานเก็บลําไย ๒. เรื่องล้งประเทศจีนเข้ามารับซื้อ ผมพูดในที่ประชุม ครม. เมื่อวานแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบ ก็บอกว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยดูว่าจะทํา อย่างไร เพราะถ้าล้งประเทศจีนไม่เข้ามารับซื้อ ท่านประธานครับ ลําไยประเทศไทยเสร็จเลย อย่างน้อยเป็นปัญหาใหญ่ นอกจากผมช่วยขาย (Online) ได้เยอะขึ้น ซึ่งอันนั้นก็เป็นอีก ๑ ช่องทาง แต่ล้งประเทศจีนต้องได้มีโอกาสเข้ามา อันนี้ก็คือสภาพข้อเท็จจริง แต่หวังว่า ถ้าเราช่วยกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันสะท้อนปัญหา เกษตรกรช่วยกันบอกปัญหา รัฐบาลเข้าไปช่วยแก้ กระทรวงพาณิชย์เข้าไปทํางานเชิงรุกเต็มความสามารถ เราจะช่วยผ่าน สถานการณ์นี้ไปได้สําหรับปีนี้ให้ดีที่สุดครับ