เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล หารือปัญหาผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนใน สปป. ลาว โดยเฉพาะเขื่อนหลวงพระบาง สานะคาม และไซยะบุรี ที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของประชาชนริมแม่น้ำโขงในจังหวัดเลย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยติดตาม คุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน และพิจารณาบทบาทในการเจรจาเพื่อเปลี่ยนแปลงตำแหน่งการก่อสร้างเขื่อนสานะคามให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถาม เรื่อง การสร้างเขื่อนหลวงพระบาง และเขื่อนสานะคามในพื้นที่ของ สปป. ลาว ในครั้งนี้นะครับ แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ถึงแม้ไม่ได้มาตอบกระทู้ถามเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่ก็ได้มอบหมายให้ ท่านประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กรุณามาตอบ กระทู้ด้วยตนเองครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากว่าผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย ในเขตเลือกตั้งที่ ๑ ซึ่งประกอบไปด้วยอําเภอเมือง อําเภอนาด้วง อําเภอเอราวัณ ๒ ตําบลและอําเภอปากชม ซึ่งที่อําเภอปากชมนี่ละครับเป็น ๑ ใน ๒ อําเภอของ จังหวัดเลยที่มีแม่น้ําโขงไหลผ่าน แล้วก็เป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทยและ สปป. ลาว ซึ่งทุกครั้งที่ผมลงพื้นที่ที่อําเภอปากชมจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพลําน้ําโขง ซึ่งโดย ปกติแล้วได้รับทราบจากพี่น้องชาวอําเภอปากชมว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นน้ําโขงมีความ อุดมสมบูรณ์ขึ้นลงตามฤดูกาลปกติ ขอสไลด์ (Slide) แรกด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผมอยากตั้งชื่อกระทู้ในครั้งนี้ว่า เป็นหายนะของแม่น้ําโขงนะครับ ต้องกราบเรียนว่าน้ําโขงที่ไหลมาจากประเทศจีนผ่านมาที่ ประเทศพม่า ประเทศลาว แล้วก็เข้าไทยที่จังหวัดเชียงราย หลังจากนั้นก็ไหลเข้าไปที่ เขตพื้นที่ของ สปป. ลาว ออกมาประเทศไทยอีกครั้งที่อําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย อําเภอ ปากชมแล้วก็ไปที่จังหวัดหนองคาย ต่อเนื่องไปเรื่อยนะครับ ทุกครั้งในฤดูฝนน้ําก็จะสูง ตามปกติ พอหน้าแล้งน้ําก็จะลดลงตามปกติ แต่พลันหลังจากที่มีการสร้างเขื่อนที่ประเทศจีน เมื่อเกือบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา แล้วก็สร้างต่อเนื่องมาในขณะนี้ที่เขื่อนกั้นแม่น้ําโขงในเขตของ ประเทศจีนมีถึง ๑๑ เขื่อน ปรากฏการณ์ที่น้ําโขงขึ้นลงไม่เป็นปกติเริ่มเกิดขึ้นครับ บางครั้ง เราอาจจะได้ยินในส่วนของหน่วยงานกรม ปภ. ป้องกันภัย ได้รับแจ้งจากรัฐบาลจีนว่า จะมีการลดการปล่อยน้ําออกจากเขื่อนในประเทศจีน แล้วก็ส่งผลกระทบทันทีต่อพื้นที่ ท้ายเขื่อนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดเชียงรายหรือที่จังหวัดเลยบ้านผม ตรงนี้เป็นการเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า อันตรายต่อแม่น้ําโขง แต่ที่รุนแรงที่สุดมีผลกระทบมากที่สุดก็คือการที่ สปป. ลาว มีวิสัยทัศน์ว่าแบตเตอรี ออฟ เอเชีย (Battery of Asia) ตรงนี้แหละครับ ขอเลื่อนสไลด์ (Slide) ครับ ภาพที่เห็นอันนี้แจ้งให้เห็นว่าในแม่น้ําโขงมีความอุดมสมบูรณ์มีปลามากกว่า ๑,๓๐๐ สายพันธุ์ แต่ว่าพอที่มีการสร้างเขื่อนที่ประเทศจีนได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน แล้วที่สําคัญที่สุดเมื่อมีการสร้างเขื่อนในประเทศลาวแห่งแรกก็คือเขื่อนไซยะบุรี ตรงนี้แหละครับที่เกิดผลกระทบสําคัญต่อลําน้ําโขงท้ายเขื่อนก็คือในเขตประเทศไทย เขื่อนไซยะบุรีเป็นเขื่อนที่ สปป. ลาว ได้ร่วมลงทุนกับเอกชนของไทยก็คือบริษัท ขออนุญาตเอ่ยนะครับ ช. การช่าง แล้วก็อีกหลายสถาบันการเงินและขายไฟให้กับการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกว่าร้อยละ ๙๓ อีกเพียงแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ของกําลังการผลิตไฟฟ้า ใช้ในประเทศของ สปป. ลาวเอง เขื่อนไซยะบุรีเริ่มทดสอบการผลิตเมื่อปี ๒๕๖๒ ในกลางปี ๒๕๖๒ ผลกระทบที่เกิดจากการสร้างเขื่อนไซยะบุรีได้เห็นปรากฏอย่างชัดเจน ขอภาพต่อมาครับ นี่แหละครับคือภาพของลําน้ําโขงในเขตพื้นที่ของอําเภอเชียงคาน อําเภอปากชม อําเภอสังคม ของหนองคาย แล้วก็อีกหลาย ๆ แห่งที่ระดับน้ําโขงลดลงแล้วก็ ก่อเกิดให้เห็นสันดอนหรือหินที่โผล่ขึ้น สภาพของสภาวะแวดล้อมในลําน้ําโขงเปลี่ยนแปลงไป อย่างเห็นได้ชัด พันธุ์ปลาที่เคยมีอุดมสมบูรณ์ ตอนนี้ปลาบึกที่เคยพบเห็นในลําน้ําโขงแทบจะ ไม่มีแล้วครับ ท่านประธานครับเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้นอกจากเขื่อนไซยะบุรีแล้ว ทาง สปป. ลาวได้แจ้งต่อคณะกรรมการแม่น้ําโขงที่เรียกว่าแม่โขง ริเวอร์ คอมมิชชัน (Mekong river commission) หรือเอ็มอาร์ซี (MRC) เพื่อที่จะขอทําเขื่อนอีกหลายตัว ซึ่งได้ดําเนินกระบวนการที่เรียกว่าพีเอ็นพีซีเอ (PNPCA) หรือการแจ้งการปรึกษาหารือ ล่วงหน้าและข้อตกลง ซึ่งทาง สทนช. ในประเทศไทยเราเองนี่แหละเป็นผู้ดําเนินการสร้าง ซึ่งเป็นกระบวนการตามปกติของการสร้างเขื่อนจะต้องแจ้งให้ประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในลําน้ําโขงได้ทราบ หลายเขื่อนได้ดําเนินการในกระบวนการพีเอ็นพีซีเอ (PNPCA) เสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็นเขื่อนปากแบ่ง เขื่อนปากลาว นี่คือใน สปป. ลาว แล้วล่าสุด ก็คือเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งดําเนินกระบวนการพีเอ็นพีซีเอ (PNPCA) เสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๓ ที่อําเภอเชียงคานจังหวัดเลย โดย สทนช. แค่เขื่อนไซยะบุรีแห่งเดียวก็เกิดผลกระทบ กับลําน้ําโขง กับสภาพแวดล้อม กับเรื่องของระบบนิเวศน์ วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน มากแล้ว แล้วในอนาคตอันใกล้นี้ใน สปป. ลาวเองก็จะมีเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกถึง ๔ เขื่อน แล้วลองนึกภาพดูว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศที่อยู่ท้ายเขื่อน โดยเฉพาะลําน้ําโขง ในประเทศไทย ท่านประธานครับที่สําคัญไปกว่านั้นและกําลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ที่ผมจําเป็นจะต้องตั้งกระทู้นี้กราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือการสร้างเขื่อนที่เรียกชื่อว่า เขื่อนสานะคาม เขื่อนสานะคาม จะเป็นการสร้างเขื่อนที่อยู่ติดกับพื้นที่ของจังหวัดเลยโดยตรงก็คือที่อําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ห่างจากพื้นที่อําเภอเชียงคานเพียง ๒.๕ กม. ขอภาพต่อไปครับ ภาพนี้เป็นภาพ ของแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดเลยที่กําลังจะเป็นที่รู้จักของพี่น้องชาวไทย ที่จะไปเยือนที่จังหวัดเลยก็คือสกายวอล์ก (Skywalk) ท่าดีหมี อําเภอเชียงคาน ถ้าหาก นักท่องเที่ยวไปยืนบนสกายวอล์ก (Skywalk) จะเห็นลําน้ําเหือง และลําน้ําโขงมาบรรจบกัน อีกภาพหนึ่งครับ นี่ละครับนี่คือน้ําโขง ถ้ามองไปสุดตาจะเห็นในส่วนของสันเขื่อนในอนาคต ที่อยู่ สปป. ลาว ตรงนี้ล่ะครับที่จะกระทบอยู่ ๒-๓ เรื่อง ในอนาคต ๑. จะกระทบในส่วนของ โครงการโขง เลย ชี มูล ที่ทางสภาได้เห็นชอบในการตั้งกรรมาธิการเพื่อการศึกษา เพราะเมื่อมีเขื่อนนี้แล้วน้ําในหน้าแล้งจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วจะกระทบต่อการ ผันน้ําของโครงการโขง เลย ชี มูล อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้คือที่มาที่ไปของ โครงการสร้างเขื่อนใน สปป. ลาว และจะกระทบต่อระบบนิเวศรวมถึงพี่น้องประชาชนริมฝั่ง โขงรวมถึงโครงการสําคัญหลายอย่างที่กําลังจะเกิดขึ้น ผมจึงอยากขอตั้งคําถามผ่านไปยัง ท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ ๓ คําถาม และจะขอถามทีเดียวทั้ง ๓ คําถามเลย เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบครั้งเดียวเลย
คําถามแรก อยากกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าบทบาทของรัฐบาลไทยที่มีต่อการสร้างเขื่อนใน สปป. ลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขื่อนสานะคาม ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนการเข้าไปร่วมศึกษารูปแบบของการก่อสร้าง เพื่อที่จะให้ผลกระทบหลังการก่อสร้างเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวไทยน้อยที่สุดโดยเฉพาะในเรื่อง ของความปลอดภัย เขื่อนที่เคยสร้างอยู่ใน สปป. ลาว บางเขื่อนที่เราได้ทราบข่าวมาที่บอกว่า มีเขื่อนแตก นั่นได้รับผลกระทบในเขต สปป. ลาว แต่นี่เขื่อนสานะคาม ถ้ามีปัญหาเรื่องนี้ เกิดขึ้นอาจจะกระทบถึงอําเภอเชียงคาน อําเภอปากชมและอําเภออื่น ๆ จึงอยากกราบเรียน ท่านประธานว่ารัฐบาลของไทยได้มีบทบาทอย่างไรบ้างในการเข้าไปศึกษา แล้วก็ทบทวน ในเรื่องของการสร้างเขื่อนสานะคาม ท่านประธานครับ
ข้อที่ ๒ โครงการนี้ถ้าเกิดขึ้นน้ําโขงที่ถูกปล่อยออกจากเขื่อนสานะคาม จะกระทบกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ อําเภอปากชม จังหวัดเลยนั้นในตอนนี้เริ่มมีการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งทลาย โดยกรมโยธาธิการและ ผังเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้น้ําหลากที่หากว่าในอนาคตมีการปล่อยน้ําออกมา ได้กระทบทําให้ เขื่อนพัง ตลิ่งพัง แล้วก็กระทบกับพี่น้องที่จะอาศัยอยู่ริมตลิ่ง แต่ในขณะนี้ได้มีการก่อสร้าง ไปเยอะแต่ยังสร้างไม่ครบ สร้างไม่เต็มรูปแบบ ไม่สมบูรณ์ เช่นทางเชื่อมระหว่างเขื่อนกั้นตลิ่ง ที่มีการปล่อยน้ําตามธรรมชาติไหลลง ก็ยังไม่เชื่อมกัน ก็อยากให้ทางรัฐบาลโดย กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทบทวนทําให้มันสมบูรณ์ด้วยนะครับ คําถามผมคือรัฐบาล ได้ศึกษาแล้วก็เตรียมพร้อมอย่างไรบ้างในการที่จะเยียวยารวมถึงดูแลผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนริมฝั่งโขงในเขตของประเทศไทย หากมีการ สร้างเขื่อนสานะคาม
และคําถามสุดท้ายครับ เนื่องจากว่าผู้ที่ซื้อไฟจากเขื่อนที่สร้างที่ สปป. ลาวนั้น ก็คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นประเทศไทยเองก็มีอํานาจต่อรอง ในการที่จะสร้างเขื่อน ผมจึงเห็นว่าหากเขื่อนจะเกิดขึ้นจริง ทําไมเราไม่ย้ายพื้นที่สร้างเขื่อน เช่น เขื่อนสานะคามนี้เปลี่ยนมาไว้ในพื้นที่ที่เป็นพรมแดนไทย-ลาว ในอนาคตจะเป็นไปได้ หรือไม่ อย่างเช่นที่อําเภอปากชม ซึ่งมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างเขื่อนและพี่น้องประชาชน ก็เห็นว่าไหน ๆ จะมีการสร้างเขื่อนสานะคามอยู่แล้ว ทําไมไม่มาสร้างในพื้นที่ของเราเอง ดังนั้นจึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านเป็น ส.ส. หลายสมัย ท่านมีความเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี จึงกราบเรียนถามไป ๓ ข้อดังต่อไปนี้ครับ ขอบคุณครับ