ประภัตร เปิดห่วงเขื่อนสานะคาม กระทบลุ่มน้ำโขง-ชีวิต 8 จังหวัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ประภัตร โพธสุธน หารือผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง โดยเฉพาะเขื่อนสานะคามของลาว ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต ระบบนิเวศ และระดับน้ำในพื้นที่ชายแดนไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเจรจาและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านกลไกความร่วมมือของคณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำโขง

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่นต้องพูดให้กําลังใจและขอบคุณท่าน ส.ส. เลิศศักดิ์เป็นอย่างมากที่ได้นําปัญหานี้ มาจุดประกายให้พี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดเลยแล้วก็รัฐบาลได้ทราบ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสําคัญยิ่ง ถ้ามีการสร้างเขื่อนขึ้นจริงแล้วทุกอย่างเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแน่นอน ก่อนอื่นผมลําดับอย่างนี้ก่อน ลําน้ําโขงนั้นเป็นแม่น้ําซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ําสากลใช้ร่วมกัน ระหว่าง ๖ ประเทศ ต้นน้ํานั้นเกิดจากเทือกเขาทิเบต ผ่านประเทศจีนมาประมาณ ๒,๑๐๐ กิโลเมตร อยู่ในเขตประเทศจีนเลย มาสิ้นสุดที่เราเรียกกันสิบสองปันนา ในมณฑลยูนาน ต่อจากนั้นก็ไหลเรื่อยตามมา ผ่านชายแดนประเทศพม่ากับประเทศลาว อีก ๓๘๔ กิโลเมตร ก็จะมาโผล่ที่อําเภอเชียงแสน ประเทศไทย ตอนนี้จะเริ่มแล้ว ผลกระทบ ต่อพี่น้องชาวไทยก็คือแม่น้ําโขงก็จะผ่านอําเภอเชียงแสน อําเภอเชียงของ อําเภอเวียงแก่น แล้วก็หายไปอีกเข้าประเทศลาว คือระยะทางที่อยู่ในเขตแดนไทย จังหวัดชายแดน ๘๔ กิโลเมตร ก็เข้าไปในประเทศลาวอีก ๕๖๖ กิโลเมตร ตรงนี้หละครับซึ่งเราไม่สามารถ ที่จะเข้าไปพิจารณาร่วมหรือไปมีส่วนร่วมรู้ในการดําเนินการของการใช้ชีวิตในแม่น้ําโขงได้เลย เขาจะสร้างเขื่อนก็เป็นสิทธิของเขา ถึงแม้จะมีสัญญาหรือว่าข้อตกลงระหว่าง ๔ ประเทศ ก็มีประเทศไทย มีประเทศลาว มีประเทศเขมร มีประเทศเวียดนาม ที่ผมบอกมี ๖ ประเทศ แต่ในสนธิสัญญาที่เขียนข้อตกลงการใช้แม่น้ําโขงร่วมกันมี ๔ ประเทศ อีก ๒ ประเทศ เขายังไม่ได้มาร่วม ดังนั้นในการสร้างเขื่อนหรือทําอะไรก็แล้วแต่ในเขตประเทศเขาก็เป็นสิทธิ ของเขา แม่น้ําโขงก็จะมาโผล่อีกทีหนึ่งก็ที่บ้านท่านนี่แหละครับ อําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ก็เรื่อยมาถึง ๘ จังหวัดด้วยกัน มาจังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดอํานาจเจริญ ออกไปจังหวัดนครพนม ทางด้านโน้นอีก ๗๐๐ กว่ากิโลเมตร รวมแล้วแม่น้ําเส้นนี้ไหลออก ทะเลจีนใต้ ๔,๘๘๐ กิโลเมตร หรือ ๕,๐๐๐ กิโลเมตร จําง่าย ๆ ดังนั้นการใช้ชีวิต แต่ละประเทศถึงแม้มีข้อตกลงแต่บางอย่างก็ขัดกันทางด้านใช้ชีวิตร่วมกัน วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ท่านถามว่า ถ้ามีการสร้างเขื่อนสานะคามจะมีผลกระทบอย่างไร เวลานี้เขื่อนสร้างเสร็จไปแล้ว อย่างที่ท่านได้ชี้แจง ไชยบุรีนี่ ๑,๒๘๕ เมกะวัตต์ เป็นการสร้างเขื่อนที่ถือว่าขนาดใหญ่ได้จ่ายกระแสไฟแล้ว ส่วนหนึ่งก็ขายมาประเทศไทย เขื่อนสานะคามล่ะ สานะคามจะเป็นเขื่อนขนาดเล็กลงมา คือมีกําลังผลิตประมาณ ๖๘๔ เมกะวัตต์ ที่ท่านพูดถูกอีกแล้วไฟก็เอามาขายให้กับประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ มีผลกระทบ กับจังหวัดเลยและชายแดนประเทศไทยได้เกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่เขื่อนจิ่งหงแล้วก็มา เขื่อนไซยะบุรี ทุกวันนี้วิถีชีวิตผู้ที่ใช้ลําน้ําโขงเปลี่ยนแปลงไปเลย แม้แต่ชีวิตสัตว์ที่ท่านพูดถึง ๑,๓๐๐ ชนิดวันนี้เหลือไม่ถึงแล้ว เหลืออาจจะไม่ถึงร้อย บางพันธุ์ก็สูญพันธุ์ไป ผลกระทบ มากที่สุดก็คือพันธุ์สัตว์ป่าต่าง ๆ ในน้ํา ๒. ชีวิตที่อยู่ชายตลิ่ง แล้วก็ริมน้ําโขง ท่านถามว่า ผลกระทบเหล่านี้รัฐบาลเตรียมการไว้อย่างไรบ้าง อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าเรามี ข้อตกลง ๔ ประเทศ ทุกอย่างเขาเรียกว่าคณะกรรมการ ตรงนี้ยาวหน่อยครับ ผมจะอ่าน ให้ท่านฟังว่ารัฐบาลไทยได้ทําข้อตกลงไว้เรียกว่าคณะกรรมการ ๔ ประเทศพัฒนาลุ่มน้ํา แม่น้ําโขง ปี ๒๕๓๘ ซึ่งมี สทนช. เป็นเลขานุการคณะกรรมการชุดนี้ ผลกระทบที่เห็นได้ ชัดเจนที่ท่านพูดถึงถูกต้องเลยครับจะมีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ําในแม่น้ําโขงขึ้นลง โดยฉับพลัน ซึ่งราษฎรไม่ได้มีการเตรียมตัวแล้วรู้ตัวมาก่อนเลย เวลาเขาปล่อยน้ํามาก็มา ขอกราบเรียนว่าตรงนี้อันตรายมากต่อการใช้ชีวิต ผลกระทบแรงมาก แล้วผมก็กราบเรียนว่า น้ําที่ไหลผ่านแม่น้ําโขงมาปีหนึ่งประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านคิวบิกเมตร ๑๓๐,๐๐๐ ล้านคิวบิกเมตร ที่ไหลผ่านบ้านเรา แต่เอาจริง ๆ แล้วโอกาสที่พอฤดูแล้งอย่างที่ท่านพูดภาพเมื่อสักครู่นี้ โผล่ขึ้นมามีน้ําไหล เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์มีแล้ว พอเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายนหน้าแล้งก็เหลือ ๑๔,๐๐๐ ล้านคิวบิกเมตร จาก ๑๓๐,๐๐๐ ล้านคิวบิกเมตร ก็จะเหลือ ๑๔,๐๐๐ ล้านคิวบิกเมตร ดังนั้น ผู้ที่ใช้ชีวิตแล้วก็น้ําที่ใช้กับแม่น้ําโขงมีผลกระทบ เต็มตัวเลย รัฐบาลก็พยายามศึกษาแล้วก็ส่งเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เราได้ศึกษาโดยคณะกรรมการ คณะกรรมการที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วให้ สปป. ลาวได้ทราบว่า ถ้าสร้างเขื่อนสานะคาม จะเกิดผลกระทบ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ขณะนี้ก็กําลังศึกษาอยู่ แล้วได้ทราบว่าเขาจะเริ่มต้นในเดือนนี้ ทาง สปป. ลาวมีการเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง ถ้ามีการตอบรับแล้วก็แก้ไขปัญหาที่พี่น้อง เรียกร้องเดือดร้อนได้ก็จะมีการก่อสร้างแน่ ใช้เวลา ๘ ปีด้วยกันเขื่อนสานะคาม ผลกระทบ กับท่านรับเต็ม ๆ เพราะท่านห่างจากตรงนี้ไปไม่เกิน ๒ กิโลเมตรเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนหนึ่งซึ่งมีกรมประมงต้องดูแลเต็มที่ กรมชลประทาน สนทช. ทุกกรมที่เกี่ยวกับชีวิตในแม่น้ําโขงไปดูแล ท่านถามว่าจากผลกระทบอันนี้ จะทําอย่างไรต่อ ก็อยากจะกราบเรียนพี่น้องจังหวัดเลยและผู้ที่ใช้ลําน้ําโขง เราจะมีเงื่อนไข ถ้าเขื่อนสานะคามสร้างเสร็จแล้วขายไฟให้กับประเทศไทยหรือ กฟผ. อย่างที่ท่านพูดเราก็จะ มีเงื่อนไขว่าให้ กฟผ. ต้องเจรจา สิ่งแรกที่ท่านห่วงคือความปลอดภัย เพราะระดับเขื่อน ที่สร้างไซยะบุรีนั้นกว้าง ๘๐๐ เมตร สูง ๓๘ เมตร ครั้งนี้เหมือนกันเขาบอกว่าจะสร้างระดับ ต่ํากว่า ๓๘ เมตร อย่างที่ท่านพูดถูกครับ ถ้าเขื่อนมันพังล่ะเสียหายท่วมกันแน่นอน เราก็จะขอให้ทาง กฟภ. เป็นตัวกลางถ้าเขาจะมีการเจรจาซื้อขาย เพราะการจะก่อสร้างได้นั้น ต้องมีการตกลงก่อนว่าจะขายไฟให้ใคร เราก็จะมีอํานาจต่อรองตรงนี้แหละ ที่จะรับเงื่อนไข ที่ท่านเลิศศักดิ์เสนอมา เช่น เราจะขอให้ตั้งกองทุนเยียวยาดูแลเกิดจากผลกระทบนี้ ถ้ามีการเสียหายต่าง ๆ ซึ่งเดิมไม่เคยมี เราจะให้เขาตั้งกองทุน ผมจะรับไป ข้อที่ ๒ ขอให้ เปิดเผยในการก่อสร้างว่าปลอดภัยแค่ไหน อย่างเขื่อนที่แล้วเขื่อนไซยะบุรี ท่านพูดว่า ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) เป็นคนสร้าง เราเชื่อมั่นในการก่อสร้างว่ามีความชํานาญดี เขื่อนสานะคามนี้จะเป็นบริษัท ต้าถัง เป็นผู้สร้าง เราก็จะขอให้เปิดเผยให้เราได้มีส่วนร่วม ศึกษาว่าจะแข็งแรงแค่ไหนและเป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจะรับ ข้อเสนอท่านไปเป็นการทํางานร่วมกัน ต้องขอบคุณที่ท่านทําหน้าที่ผู้แทนอย่างดีแล้วก็เป็น หน้าที่ของท่านจริง ๆ เพราะเราเป็นตัวแทนของราษฎร ผมจะนําสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านเสนอแนะ มานี้นําไปให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน