ชัยชาญ แจงการดูแลทหารผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ ยันมีสวัสดิการครบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ชัยชาญ ช้างมงคล ชี้แจงกรณีการเสียชีวิตและการบาดเจ็บของทหารชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะกรณีพลทหารเจษฎากร เนตรแสงสี พร้อมรายงานความคืบหน้าการดูแลครอบครัวและมาตรการช่วยเหลือจากกองทัพเรือ รวมถึงการพิจารณาปูนบำเหน็จ เลื่อนยศพิเศษ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น บำเหน็จพิเศษ ทุนการศึกษา และการรักษาพยาบาล ทั้งในกรณีปฏิบัติหน้าที่ปกติและราชการสนาม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาตอบกระทู้ถามในเรื่องของการจัดสวัสดิการแก่พลทหาร และทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต สําหรับเหตุการณ์ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาให้ข้อมูลนั้น กระทรวงกลาโหมเองก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับกรณี พลทหาร เจษฎากรและครอบครัวที่ได้เสียชีวิตนะครับ แล้วก็แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของ พลทหารประจักษ์ แก้วคงธรรม ที่ปัจจุบันนี้ได้ป่วยนะครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาให้ความสําคัญ ให้ความห่วงใยได้สอบถามในเรื่องของสิทธิและสวัสดิการของ ทหารชั้นผู้น้อย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าเรื่องดูแลกําลังพลนั้น กระทรวงกลาโหมให้ความสําคัญนะครับ นโยบายให้ทุกเหล่าทัพ ทุกกองทัพ ได้ดูแลกําลังพล ทุกนาย ทุกชั้นยศนะครับ โดยเฉพาะนายทหารชั้นผู้น้อยตลอดจนทหารกองประจําการ หรือพลทหารในเรื่องของความเป็นอยู่ เรื่องของการดํารงชีวิตให้สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจ ที่ได้รับมอบได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีครับ ในส่วนของกําลังทหารกองประจําการนั้น ปัจจุบันนี้ ทุกเหล่าทัพก็ได้เร่งยกระดับที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในทุกด้าน ทั้งเรื่องของที่พัก เรื่องสิ่งอํานวยความสะดวก เรื่องการศึกษาเพิ่มเติม เรื่องฝึกวิชาชีพ รวมถึงเรื่องของ สวัสดิการและกําลังพลที่ท่านสมาชิกได้กรุณาสอบถาม ผมขออนุญาตเรียนขออนุญาต ที่เอ่ยนามท่าน พลทหารเจษฎากร เนตรแสงสี นะครับ ที่สังกัดกรมทหารสารวัตรกองทัพเรือนั้น ที่ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายนนะครับ หลังจากที่ได้ออกตรวจคัดกรองในช่วงสถานการณ์ โควิด (COVID) ในการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น ทางกองทัพเรือก็ได้ให้การช่วยเหลือ ตามสิทธิกําลังพล แล้วก็ตามที่ท่านได้กล่าวนะครับ มีการได้รวมการช่วยเหลือเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๕๗,๐๐๐ บาทนะครับ ก็จะมีทั้งเรื่องของกองทุน เรื่องของเงินสงเคราะห์ต่าง ๆ ของ กองทัพเรือ ซึ่งปัจจุบันนี้ในกองทัพเรือได้เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาบําเหน็จความชอบ กรณีพิเศษนะครับ เพื่อที่จะขอบําเหน็จพิเศษให้แก่ พลทหาร เจษฎากร กรณีที่เสียชีวิตจาก การปฏิบัติงานที่มีความตรากตรํา เนื่องจาก พลทหารเจษฎากรได้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ในจุดตรวจด้านความมั่นคงจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นภารกิจของศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ความมั่นคงของกองทัพเรือที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด (COVID) ตรงนี้ ก็เป็นการพิจารณา ซึ่งได้เสนอขอบําเหน็จพิเศษให้กับ พลทหารเจษฎากรในเวลาปกตินะครับ แล้วก็เลื่อนยศเป็นจ่าโทนะครับ คิดว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ

ส่วนในเรื่องของการสวดอภิธรรมนั้นผมก็ได้สอบถามทางกองทัพเรือว่า ในช่วงที่พลทหารเจษฎากรเสียชีวิตนั้นในช่วง ๒๘ เมษายน แล้วก็ในช่วงวันที่ ๓๐ ถึง ๑ พฤษภาคมนั้น หน่วยก็มีภารกิจที่จะต้องไปจัดผลัดเปลี่ยนกําลังป้องกันชายแดนด้วย หน่วยได้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดนเรื่องของโควิด (COVID) ด้วย ก็ได้กําหนดแผนที่จะไป ร่วมงานฌาปนกิจในวันที่ ๒ พฤษภาคม แต่เนื่องจากว่าตามที่ท่านสมาชิกท่านได้กล่าวว่า รอผลชันสูตรก็เลยได้เลื่อนไปฌาปนกิจในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ซึ่งทางหน่วยของกองทัพเรือ ก็ได้จัดกําลังพลไปร่วมงานอย่างสมเกียรติครับ

ส่วนกรณีพลทหารประจักษ์ แก้วคงธรรม นั้น สังกัดกองพันอากาศโยธิน กองบิน ๕๖ กองทัพอากาศ พลทหารประจักษ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน หลังจากฝึกจบ ท่านรับราชการในผลัดที่ ๒ เมื่อ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ แล้วก็ฝึกจบเมื่อวันที่ ๑๗ แต่ฝึกจบ หน่วยก็จะปล่อยกลับบ้าน แต่ว่าพลทหารประจักษ์นั้นก็ไม่ได้มารายงานตัว ขาดราชการไป ทั้งหมดประมาณ ๙ เดือนเศษ ซึ่งทางฝ่ายญาติก็ได้ส่งตัวกลับรับราชการ อย่างไรก็ตาม ตามระเบียบทางราชการ ตามข้อบังคับเมื่อหนีราชการไป กลับมาก็จะต้องว่าด้วยการลง ทัณฑ์ ทหารหนีราชการ ก็มีการเข้าไปที่เรือนจํา ซึ่งระยะเวลานั้น ๑ ใน ๔ ของวันที่ขาด ราชการ ขาดไป ๒๘๘ วัน ก็จะเข้าเรือนจํา ๗๒ วัน อยู่ในเรือนจํานั้น พลทหารประจักษ์ ก็มีอาการที่ลักษณะเป็นอาการที่วิตกแล้วก็จะกล่าวได้ว่ามีทางระบบประสาท ก็มีการหนี ออกจากเรือนจําแล้วก็มีการปีนรั้วกระโดดออกมา ทําให้บาดเจ็บ หน่วยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้ส่งเข้ารับการรักษาพยาบาลที่กองบิน ๕๖ แล้วก็ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งเนื่องจากว่า จะต้องใช้เวลาในการที่จะรักษาตัว ก็อนุญาตให้ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตรังนะครับ ซึ่งญาติจะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด หน่วยต้นสังกัดเอง ผมก็ได้สอบถามแล้วก็เร่งรัดกํากับไปว่า ขอให้ไปติดตามดูแลประสานญาติของพลทหารประจักษ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และปัจจุบันนี้ก็ยังคงได้รับเงินเดือนเบี้ยเลี้ยงตามปกติ แล้วก็จะติดต่อแล้วก็จะดูแลให้ตาม สมควรว่าเมื่อปลดประจําการไปแล้วจะดําเนินการอย่างไรต่อไป

ต่อประเด็นคําถามของท่านสมาชิกได้กรุณาให้คําถาม ถามคําถามว่า สวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตมีอะไรบ้าง กระผมขออนุญาตชี้แจง ใน ๒ กรณีอย่างนี้ครับ กรณีแรกเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกติและการปฏิบัติหน้าที่ ในราชการสนาม ในส่วนของกรณีบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกตินั้น ก็จะได้รับสิทธิสวัสดิการในการช่วยเหลือต่าง ๆ สิทธิขั้นแรกก็คือเมื่อเจ็บป่วยในยามปกติ ก็จะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทหารของทุกเหล่าทัพที่มีอยู่ในทุกพื้นที่ ทุกภูมิภาค และถ้าเกิดว่าเกินขีดความสามารถ โรงพยาบาลทหารในพื้นที่ก็จะส่งตัว เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลส่วนกลาง เช่น โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาล พระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลภูมิพล เป็นต้น กรณีที่หากจะเข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ ทหารกองประจําการก็จะได้สิทธิในเรื่องของบัตรทองเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นั้นที่ไม่สามารถเบิกได้ ทางกองทัพ ผู้บังคับบัญชาก็จะให้ความช่วยเหลือ ตามความเหมาะสมต่อไปครับ ในส่วนของสวัสดิการในการช่วยเหลือ กรณีเสียชีวิตจากการ ปฏิบัติงานปกติ ก็จะมีเงินช่วยเหลือในการจัดการศพ เงินช่วยเหลือสงเคราะห์เบื้องต้น เงินประกันชีวิตตามอัตราและระเบียบที่เป็นหลักเกณฑ์ที่หน่วยกําหนด ซึ่งแต่ละกองทัพ ก็จะมีเรื่องของเงินประกันชีวิต เงินสงเคราะห์เบื้องต้น เงินสินไหมทดแทนแล้วกรณีที่เป็น ฌาปนกิจสงเคราะห์ก็ได้รับเงินช่วยเหลือด้วย นอกจากนี้ทหารกองประจําการที่เสียชีวิตจาก การปฏิบัติราชการยังได้รับการพิจารณาบําเหน็จพิเศษโดยการเลื่อนชั้นยศและเงินเดือน เป็นกรณีพิเศษ อันนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อสักครู่ที่ผมได้กล่าวแล้ว ทาง พลทหารเจษฎากรก็ได้รับ พิจารณาที่จะเลื่อนขั้นกรณีพิเศษ แล้วก็เลื่อนชั้นยศเป็นกรณีพิเศษ ตามระเบียบที่กําหนดไว้ อย่างไรก็ตามการดําเนินการนี้มีระเบียบก็มีดูเรื่องพฤติการณ์ด้วยว่าเป็นไปตามระเบียบ หรือไม่ ในส่วนของนายทะเบียนประทวนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติราชการ นายประทวน คือนายสิบ ก็จะได้รับบําเหน็จพิเศษ แล้วก็จะได้รับมอบเงินเป็นรายเดือนไม่ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือนให้กับทายาท ซึ่งอาจจะเป็นบิดา มารดา หรือบุตร จนกว่าจะเสียชีวิต บุตรที่มีอายุ ๒๐ ปี กําลังศึกษาอยู่ก็ได้รับเงินนั้นจนถึงอายุ ๒๕ ปี คนใดคนหนึ่ง ส่วนกรณี บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในราชการสนามนั้นก็จะได้รับสิทธิเพิ่มเติมมากกว่า กรณีปกติที่ผมได้กล่าวเมื่อสักครู่ ก็จะมีได้รับพิจารณาบําเหน็จพิเศษเลื่อนชั้นยศ ชั้นเงินเดือน เป็นกรณีพิเศษ ตามระเบียบที่กําหนดก็จะมีการพิจารณาพฤติกรรมว่าได้ดําเนินการ ไปอย่างไร ตามหลักเกณฑ์หรือไม่ และเงินช่วยเหลือรายเดือนสําหรับปลดพิการ ทุพพลภาพ ที่จะไม่ขอรับราชการต่อก็จะมีเงินช่วยเหลือกําลังพลที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ในราชการสนาม และเงินช่วยเหลือครอบครัวกําลังพลที่มาดูแลกําลังพลที่บาดเจ็บ ตามราชการสนามด้วยนะครับ นอกจากนั้นก็ยังได้รายได้รับเงินชดเชยการบาดเจ็บ เป็นรายวัน ตรงนี้เป็นไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณา สําหรับเสียชีวิตนั้นก็จะได้รับเงินสินไหมทดแทน กระทรวงกลาโหมได้ประกันชีวิตกําลังพล ที่ปฏิบัติราชการสนามกรณีเสียชีวิตก็จะได้รับเขาเรียกว่าโครงการพิทักษ์คนของ กระทรวงกลาโหม เป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน รวมทั้งแต่ละกองทัพก็จะมีเงินประกัน ชีวิตเพิ่มเติมของแต่ละกองทัพด้วย นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเงินค่าจัดการศพ เงินบํารุงขวัญ เงินสวัสดิการ เงินช่วยเหลือ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ถ้ามี รวมทั้งได้รับทุนการศึกษารายปี ต่อเนื่องแก่บุตรกําลังพลอีกด้วยไม่เกิน ๓ คน จนถึงปริญญาตรี นอกจากนั้นแล้ว การช่วยเหลือจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกรณีที่บาดเจ็บและป่วยพิการ ทุพพลภาพนั้นก็ได้รับสิทธิต่าง ๆ ทั้งนายสิบ ทั้งพลทหารเช่นเดียวกันก็จะมีเบี้ยเลี้ยงยังชีพ เป็นรายเดือน เดือนละ ๖,๕๐๐ บาทต่อเดือน ค่าผดุงเกียรติ เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาทต่อเดือน นอกจากนั้นแล้วถ้าเสียชีวิตก็ได้รับค่าจัดการศพ เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ค่าร่วมบําเพ็ญ กุศลศพ ๑๕,๐๐๐ บาท เงินช่วยเหลือครอบครัว ๔,๐๐๐ บาทต่อเดือน และทุนการศึกษา ให้กับบุตรจนสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ทั้งหมดนี้ก็เป็นระเบียบปฏิบัติที่ข้าราชการ ชั้นผู้น้อยจะเป็นนายสิบ พลทหาร ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในยามปกติ และปฏิบัติราชการสนาม

ตามที่ผมได้กราบเรียนมาข้างต้นนั้นขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกว่ากระทรวงกลาโหมเอง กองทัพเอง ก็ได้ดูแลกําลังพลทุกระดับที่ได้เสียสละ เพื่อประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นกรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะมีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ แล้วก็รวมทั้งดูแลทายาทและ ครอบครัวด้วย ส่วนในกรณีของ พลทหาร เจษฎากร เนตรแสงสี ผมก็จะได้ให้ทางกองทัพเรือ ได้พิจารณาดําเนินการในเรื่องของการปูนบําเหน็จพิเศษ การเพิ่มชั้นยศให้ตามที่ผมได้ กราบเรียนในขั้นต้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาครับ ขอบคุณครับ