เกษมสันต์ มีทิพย์ หารือกรณีพลทหารเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงโควิด โดยตั้งข้อสังเกตถึงการขาดการดูแลและยกย่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบด้วยการเยียวยา ชดเชย และจัดสวัสดิการที่เท่าเทียมกับบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครที่ได้รับการยกย่องในลักษณะเดียวกัน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดพิษณุโลก ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ ของผมเข้าเป็นวาระในเรื่องของการจัดสวัสดิการให้แก่พลทหารและทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับ บาดเจ็บและเสียชีวิตไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งต้องขอขอบคุณท่าน พลเอก ชาญชัย ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่คอยมาตอบกระทู้ครับ ในช่วงวิกฤติโควิด (COVID) ที่ผ่านมาในช่วงเวลาล็อกดาวน์ (Lockdown) เจ้าหน้าที่ ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น อสม. ไม่ว่าจะเป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําชุมชน หรือแม้แต่อาสาสมัคร ประชาชนทั่วไปก็ได้มีการทํางานกันอย่าง ขยันขันแข็ง ทํางานจนสายตัวแทบขาด หลายท่านเหนื่อยล้าจนป่วยไปหลายวัน หลายท่าน ทํางานจนเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลที่ทําหน้าที่จนหนักแล้วก็เสียชีวิตหลังจากที่ได้ปฏิบัติหน้าที่นั้น มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้านก็ได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็พลทหาร เจษฎากร เนตรแสงศรี ซึ่งประจําอยู่กรมสารวัตรทหารเรือก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกันครับ นี่เป็นรูปของพลทหารเจษฎากรในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่แล้วก็เป็นทหาร ก็ได้เสียชีวิต ในวันที่ ๒๘ เมษายนหลังจากที่ได้ออกเวรไปตรวจด่านโควิด (COVID) ต่าง ๆ เสียชีวิตในเวลา ประมาณ ๐๒.๐๐ นาฬิกา ผมจะไม่พูดถึงปัญหาและอุปสรรคของแม่ของพลทหารเจษฎากร ที่ได้รับ เมื่อแม่ของพลทหารเจษฎากรไปรับศพลูกก็ได้รับเงินช่วยเหลือแล้วกัน ผมเรียกว่า รับเงินช่วยเหลือจากหน่วยมาเป็นจํานวนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท และได้นําศพของพลทหาร เจษฎากรกลับมายังจังหวัดพิษณุโลก ตอนที่นําศพของพลทหารเจษฎากรก็ปรากฏว่า เป็นรถแบบนี้ นําศพของพลทหารเจษฎากรกลับไปยังจังหวัดพิษณุโลกไม่มีธงชาติคลุม แล้วก็ไม่ได้รับการยกย่องว่าเขาได้ปฏิบัติหน้าที่ให้กับประเทศชาติในช่วงเวลาที่หลาย ๆ คน ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นฮีโร่ (Hero) ที่เสียชีวิตหรือว่าที่ทํางาน ณ เวลานั้น เงินที่แม่ของ พลทหารเจษฎากรได้รับ ๓๐,๐๐๐ บาท จะเป็น ๑๒,๐๐๐ บาทที่ว่าเป็นเงินสวัสดิการ ของหน่วย ส่วนอีกประมาณ ๑๘,๐๐๐ บาทเป็นเงินที่ได้รับจากการเรี่ยไรของเพื่อน ๆ หรือว่า ของเจ้าหน้าที่ในหน่วย แล้วแม่ของพลทหารเจษฎากรจะต้องลางานมาเพื่อที่จะจัดงานศพ ลูกตัวเองเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทไม่พอค่าทําศพ เงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ไม่พอค่าทําศพนั่นยังไม่เสียใจ เท่ากับว่าไม่มีหน่วยทหารต้นสังกัดมาส่งศพ ไม่มีหน่วยทหารต้นสังกัดมาร่วมงานพิธีศพ มาช่วยงานศพเลยสักวันเดียว ทางญาติได้รับการติดต่อจากทหารต้นสังกัดให้โอนเงินให้กับ ทางแม่ของผู้เสียชีวิต แล้วก็ให้จัดซื้อพวงหรีดมา ๑ พวง แล้วก็เอามาจัดไว้โดยที่ไม่มีใครมา ใยดีเลย ซึ่งทําให้ครอบครัวเขาเสียใจมาก เพราะว่าเขามีความภาคภูมิใจที่ลูกเขาได้เป็นทหาร จนเป็นข่าวดังครับ แล้วก็ได้มีการเลื่อนระยะเวลาในการที่จะรอผลชันสูตร เพราะว่าเขามี ความไม่สบายใจว่าลูกเขาเสียชีวิตจากอะไร พอมาภายหลังก็ได้มีการเรี่ยไรเงินเพิ่มขึ้น ทางครอบครัวก็ได้เงินรวมพร้อมกับเงินสวัสดิการ ๑๒,๐๐๐ บาท มาอีกเกือบ ๗๐,๐๐๐ บาท แล้วเป็นข้อเปรียบเทียบครับท่านประธาน คือหมู่บ้านติดกันมี อสม. ท่านหนึ่งเสียชีวิต อสม. ท่านนั้นเสียชีวิตท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศทันทีเลยว่า อสม. ท่านนั้นเป็นเป็นฮีโร่ (Hero) แล้วก็มีเงินช่วยเหลือ มีเงินเยียวยาอะไรต่าง ๆ มากมายรวมไปจนถึงเงินของชมรม อสม. จากทั่วประเทศ แล้วก็ได้รับพระราชทานเพลิงศพ เมื่อเร็ว ๆ นี้ทายาทของคุณทองใส เศรษฐสูงเนิน ก็ได้มารับเงินเยียวยาที่รัฐบาลไปอีกจํานวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็น ข้อเปรียบเทียบกันของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลานั้น แล้วก็มีอีกกรณีหนึ่งครับ ก็คือเป็น พลทหารประจักษ์ แก้วคงธรรม สังกัดค่ายกองบิน ๕๖ อําเภอหาดใหญ่ ขอรูปขึ้นมาด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลทหารประจักษ์สมัครเป็น พลทหาร สมัครใจเลยนะครับเข้าไปเป็นพลทหาร แต่ว่าไม่ทราบเหตุผลอะไรทําให้ พลทหารประจักษ์ออกมาจากค่ายแล้วไม่ได้กลับไปอีก อันนั้นผมไม่ทราบ แล้วก็พอกลับเข้าไปในค่ายอีก ช่วงที่กลับไปค่ายมีสภาวะที่ปกติพอกลับไป ในค่ายติดต่อกับพ่อแม่ไม่ได้นะครับ พ่อแม่มาทราบอีกทีคือป่วยติดเตียง ป่วยติดเตียง อยู่ประมาณเดือนกว่า ๆ ก็คือค่ายติดต่อเข้ามาให้รับพลทหารประจักษ์กลับไปดูแลที่บ้าน พอกลับไปดูที่บ้านพ่อแม่ก็ดูแลเป็นอย่างดีครับ เดี๋ยวขอรูปต่อไปครับ แต่อาการของ พลทหารประจักษ์คือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พูดง่าย ๆ คือเป็นคนกึ่งพิการเลยครับ พ่อแม่จะต้องขายที่มาคอยดูแลพลทหารประจักษ์ และพลทหาร ประจักษ์ก็มีลูกน้อยอีก แล้วก็ในช่วงเวลาที่มีการรักษาตัวก็ไม่ได้รับเงินช่วยเหลืออะไร ในการรักษาตัวจากหน่วยนะครับ ผมเลยขอถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า กระทรวงกลาโหมมีการจัดสวัสดิการแก่พลทหารหรือทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตในขณะประจําการ เช่น เงินเยียวยา เงินช่วยเหลือ เงินชดเชย ในกรณีบาดเจ็บ สาหัสจนเป็นภาระของครอบครัวทหารไปตลอดชีวิตหรือเสียชีวิต เพื่อสร้างขวัญกําลังใจ แก่ครอบครัวทหารชั้นผู้น้อยและจัดพิธีฌาปนกิจศพให้สมเกียรติ ให้เต็มความภาคภูมิใจ กับการที่เป็นผู้ที่ได้รับใช้ชาติแก่พลทหารหรือทหารชั้นผู้น้อยได้หรือไม่ อย่างไรครับ