ณัฐพงษ์ เสนอพัฒนาระบบสภาดิจิทัล-เปิดข้อมูลโปร่งใส-ประหยัดงบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หารือการพัฒนาระบบสภาดิจิทัลและผลักดันแนวคิดสมาร์ตแอนด์โอเพนพาร์เลียเมนต์ โดยเสนอแนวทางบูรณาการบัตรต่าง ๆ ด้วยการใช้บัตรประจำตัวประชาชนแทนสมาร์ตการ์ด เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดต้นทุน และป้องกันการเสียบบัตรแทนกัน พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลในรูปแบบที่เครื่องอ่านได้ผ่านเอพีไอ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และเสนอการแปลงงบประมาณสัมมนาให้เป็นงบลงทุนผ่านกิจกรรมที่มีส่วนร่วมอย่างแฮกกาธอน เพื่อผลิตผลงานที่เป็นรูปธรรมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร เขตบางแค กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออนุญาตใช้เวลา เพื่อนสมาชิกแล้วก็เวลาในสภาแห่งนี้ไม่เกิน ๑๐ นาที เนื่องจากว่าทางท่านกรรมาธิการ ได้อภิปรายชี้แจงเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ไปหลายส่วนแล้ว ผมจะพยายามพูดเสริมในประเด็น ที่ผมคิดว่าสามารถเสริมเพิ่มเติมได้ที่ท่านอาจจะยังไม่ได้รายงานมา ซึ่งวันนี้ที่ผมเตรียมมา จะมีประมาณ ๔ ประเด็นหลัก ๆ ก็มีฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ที่อาจจะต้องนำสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วย แต่ว่าจะให้นำขึ้นในตอนท้ายนะครับ เดี๋ยวรอผมให้สัญญาณแจ้งทางฝ่าย โสตทัศนูปกรณ์แล้วค่อยนำสไลด์ (Slide) ขึ้นนะครับ ๔ ประเด็นที่ว่านั้นก็คือผมจะเริ่ม ไล่เลียงจากในส่วนที่ตัวผมเอง ในฐานะที่ปรึกษาที่เข้าไปทำงานในคณะกรรมาธิการชุดนี้ คิดว่าในรายงานฉบับนี้อาจจะมีการพูดถึงแล้วแต่ตกหล่นไปคือในเรื่องของการบูรณาการ บัตรทั้ง ๓ ใบ

ประเด็นที่ ๒ คือกระแสข่าวที่ผ่านมาในเรื่องของการเสียบบัตรแทนกัน ก็คือ จะเล่าถึงรายละเอียดว่าข้อเสนอ ทางออกที่พวกเราคิดว่าน่าจะทำได้เลย และเป็นการ ประหยัดงบประมาณแผ่นดินจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

ประเด็นที่ ๓ จะเล่าถึงอุปสรรคที่ภาคประชาสังคมทุกวันนี้เขาพยายาม จะผลักดันเรื่องสมาร์ต แอนด์ โอเพน พาร์เลียเมนต์ (Smart and Open Parliament) อยู่แล้ว แต่เขายังประสบพบเจอกับอุปสรรคอะไรบ้าง ที่พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎร น่าจะสามารถช่วยพวกเขาได้

ประเด็นสุดท้าย คือในส่วนของข้อเสนอที่ผมคิดว่าจะร้อยรัด ร้อยเรียง เรื่องทั้งหมดที่ทางคณะกรรมาธิการได้จัดทำรายงานออกมา แล้วก็จะลองนำเสนอกับ ผู้แทนราษฎรทุกคนกับประชาชนที่กำลังรับฟังอยู่ทางบ้านว่าถ้าปฏิบัติตามแนวทางอย่างนี้ ผมเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาดิจิทัลพาร์เลียเมนต์ (Digital Parliament) ได้ในอนาคตนะครับ

เริ่มจากประเด็นแรกคือในส่วนของบัตรทั้ง ๓ ใบ เมื่อสักครู่ที่ท่าน กรรมาธิการได้กล่าวชี้แจงไปแล้ว ประเด็นที่ผมคิดว่าในรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึง จริง ๆ ท่านกรรมาธิการได้มีการพูดถึงไปแล้วก็คือใช้บัตรประจำตัวประชาชนเข้ามาใช้งาน แทนสมาร์ตการ์ด (Smart Card) บัตรลงมติ บัตรใบนี้ที่พวกเราต้องถือกัน ก็คือในรายงาน ฉบับนี้ไม่มีการเขียนว่าให้เอาบัตรประจำตัวประชาชนมาใช้ ในรายงานฉบับนี้ถ้าทุกท่าน ลองเปิดไปดูที่หน้า ๖๒ เขาจะเขียนแค่ว่าบูรณาการบัตรแค่ ๓ ใบ ผมขอเสนอเป็นข้อสังเกต เผื่อจะมีการแก้ไขให้สมบูรณ์มากขึ้น การที่เราบูรณาการบัตรทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน ในบัตรเดียวโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน นอกจากจะเป็นการช่วยให้เพื่อนสมาชิก ไม่ต้องลืมบัตร เพิ่มความสะดวกสบายไม่ต้องพกบัตรหลายใบแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัด งบประมาณแผ่นดินด้วย และผมเชื่อว่าถ้ารัฐสภาทำได้เป็นองค์กรแรกจะช่วยชูภาพได้ว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเราสามารถที่จะเอาบัตรประจำตัวประชาชนที่ทำมาแล้วหลายปี แต่ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์สักทีเอามาใช้ประโยชน์ได้จริง โดยให้ผู้แทนราษฎรทำเป็นตัวอย่าง กับหน่วยงานอื่น ๆ นะครับ

มาสู่ในส่วนของประเด็นที่ ๒ เรื่องการเสียบบัตรแทนกัน ผมขอชี้แจงเพิ่มเติม กับท่านกรรมาธิการเมื่อสักครู่ก็คือยังไม่ได้มีการรายงานเกี่ยวกับในที่ประชุมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาชี้แจงกับพวกเราแล้วว่าแต่ก่อน ออกแบบรัฐสภาครั้งแรก วิธีการเสียบบัตรลงคะแนนมีเครื่องสแกน (Scan) ลายนิ้วมือด้วย ในแบบแรก แต่ว่ารัฐสภาโดนตัดงบประมาณไปจึงเป็นที่มาที่มีปัญหาเรื่องการเสียบบัตร แทนกัน ซึ่งตรงนี้ผมขอเน้นว่าการตั้งของบประมาณเป็นปัญหาแรกในประเด็นนี้ ซึ่งพวกเราพยายาม สอบถามทางเจ้าหน้าที่สภาว่าเป็นไปได้ไหมที่จะนำระบบไบโอเมตริกส์ (Biometrics) หรือว่าชีวมาตรเหล่านั้นกลับมาใช้ เจ้าหน้าที่สภาก็ให้คำตอบพวกเราว่าอาจจะต้องไปศึกษา แล้วรอตั้งงบประมาณเพิ่มเติมต่อไป พอเราประชุมกันนาน ๆ เข้าเราก็เลยได้ทางออกครับ ก็คือในเรื่องของการติดตั้งระบบบันทึกหน้าจอหรือสกรีนแคปเจอร์ (Screen Capture) ที่จะติดตั้งได้ทันที เพราะว่ามีฟรีแวร์ (Freeware) หรือซอฟต์แวร์ (Software) ที่ไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว เราสามารถติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของฝ่ายจัดประชุมสภาได้เลย ในเครื่องที่มีหน้าจอการแสดงผล แสดงสถานะการเสียบบัตร เวลาที่เราปิดประชุมสภา เจ้าหน้าที่สภาเขาจะโชว์หน้าจอหนึ่งขึ้นว่าผังที่นั่งทั้งหมดในสภาแห่งนี้มีใครลืมบัตรเอาไว้บ้าง ซึ่งหน้าจอแสดงผลตรงนั้นเราสามารถเอาโปรแกรมสกรีนแคปเจอร์ (Screen Capture) มาบันทึกเป็นคลิป (Clip) บันทึกไปตลอดระยะเวลาการประชุมสภาได้เลย พอเราบันทึกคลิป (Clip) ออกมาแล้วจะได้อะไรครับ เราจะได้บันทึกที่สามารถให้ประชาชนทั่วไปมาตรวจสอบ ย้อนหลังได้ว่าในช่วงการลงมติมีช่องที่นั่งไหนไหมที่มีการเสียบบัตรเข้าออกหลาย ๆ ใบ นึกออกไหมครับ เพราะว่าระบบปัจจุบันเราเห็นแค่ผลลัพธ์สุดท้ายของการลงมติ แต่เรา ไม่เห็นว่าแต่ละคนที่ลงมติลงด้วยเครื่องเสียบบัตรช่องไหนระบบปัจจุบันไม่รองรับ แต่เรา แก้ปัญหาง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปรอของบประมาณมาอัปเกรด (Upgrade) ระบบอะไร ติดตั้ง ระบบสกรีนแคปเจอร์ (Screen Capture) เข้าไป แล้วก็เปิดเผยคลิปวิดีโอ (Clip Video) นี้ สู่สาธารณชน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่อยากจะนำเสนอในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ด้วยนะครับ ซึ่งในครั้งแรกที่พูดเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่สภาเองก็มีข้อกังวลใจ เขากลัวว่า ถ้าบันทึกคลิปวิดีโอ (Clip Video) จะไม่สามารถจัดเก็บได้หมด เพราะว่าเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของรัฐสภาความจุค่อนข้างเต็มแล้ว อาจจะต้องรอคำขอตั้งงบประมาณในปีถัดไป ซึ่งพวกเรา ในฐานะคณะกรรมาธิการระบบไอที (IT) เลยเสนอว่าจริง ๆ แล้วเนื่องจากการถ่ายทอดสด การประชุมสภาเป็นสาธารณะอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องเก็บคลิปวิดีโอ (Clip Video) เหล่านั้น ที่เราต้องการเปิดเผยไว้กับเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของสภาก็ได้ ยกตัวอย่างไปโพสต์ (Post) ลงเฟซบุ๊ก (Facebook) ไปโพสต์ (Post) ลงยูทูบ (YouTube) ก็ได้ ซึ่งพวกนั้นเป็นบริการ สาธารณะที่ฟรีอยู่แล้ว ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมต้องการเน้นย้ำให้เห็นว่าเวลาเรามีปัญหา แบบนี้เรส (Raise) ขึ้นไปในระบบราชการหรือแม้แต่ในรัฐสภาของเราเอง คำตอบแรก ที่เรามักจะได้รับคืออาจจะต้องรอของบประมาณ อันนี้เป็นประเด็นย้ำครั้งที่ ๒ นะครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณ

ในประเด็นถัดไปที่ผมอยากจะนำเสนอ รบกวนทางฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ นำสไลด์ (Slide) ขึ้นได้เลย แล้วก็เปิดไปหน้า ๒ ข้ามหน้าปกไปได้เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

เรื่องภาคประชาสังคม ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาให้เกิดโอเพนพาร์เลียเมนต์ (Open Parliament) ผมยกตัวอย่างในคณะกรรมาธิการชุดนี้จริง ๆ เรามีการเรียกนักพัฒนาระบบที่จัดทำเว็บไซต์ (Website) อิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (elect.in.th) เข้าชี้แจง ซึ่งตัวเว็บไซต์ (Website) อิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (elect.in.th) นี้ ผมเชื่อว่าประชาชนทางบ้านหลาย ๆ ท่าน น่าจะเคยเข้าเล่นอยู่แล้วก็คือเป็นเว็บไซต์ (Website) ที่แสดงผลการเลือกตั้งย้อนหลัง รวมไปถึงผลการแสดงมติแล้วก็ประวัติของสมาชิกต่าง ๆ เปิดสไลด์ (Side) หน้าถัดไป ได้เลยครับ อันนี้คือในเว็บไซต์ (Website) อิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (elect.in.th) เขามี ศัพท์โดเมน (Domain) หนึ่งชื่อเดย์เวิร์กฟอร์อัสดอตอิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (theyworkforus.elect.in.th) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ (Website) ที่เอาไว้เล่าว่าปัจจุบัน สภาผู้แทนราษฎรของเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วใครคือผู้แทนของพวกเขาบ้าง เขาก็จะมี ๒ เมนู (Menu) หลัก ๆ ก็คือเมนู (Menu) ด้านซ้ายมือที่บอกว่าใครคือผู้แทนราษฎรของเรา กับด้านขวามือที่บอกว่าในสภาผู้แทนราษฎรกำลังทำอะไรกันอยู่ ลองเข้าไปดูในฝั่ง ของหน้าที่ว่าใครคือผู้แทนราษฎรของเราครับ

สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ผมยกตัวอย่างเพื่อไม่ให้พาดพิงคนอื่น ก็เลยเอาหน้า ของตัวเองขึ้นมา เขาจะมีประวัติของผมหรือของเพื่อนสมาชิกทุกคนขึ้นไว้เลย แล้วเขาจะมี ประวัติบอกด้วยว่าที่ผ่านมาผมเคยลงมติหรือเสนอญัตติอะไรในสภาผู้แทนราษฎรบ้าง ซึ่งทุกท่านจะเห็นแล้วว่ารูปแบบเว็บไซต์ (Website) มีความสวยงาม น่าใช้ ข้อมูลครบถ้วน อยู่ในหน้าเดียวกัน ซึ่งจริง ๆ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในเว็บไซต์ (Website) รัฐสภาอยู่แล้วครับ กลุ่มที่เขาจัดทำเว็บไซต์ (Website) อิเลกต์ดอตไอเอ็นดอตทีเอช (elect.in.th) เขาก็อ้างอิง ข้อมูลมาจากเว็บไซต์ (Website) รัฐสภา แต่รูปแบบเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภาปัจจุบัน บางครั้งอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ความง่ายต่อการใช้งานที่ภาคประชาสังคมเขาใช้กันนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวกับสภาว่าพวกเรากำลังทำอะไรอยู่ เขาก็จัดทำข้อมูล ออกมาครบถ้วนหมดเลยครับ เกี่ยวกับประเด็นญัตติหรือโมชัน (Motion) ปัจจุบันที่สภาของเรา มีการพิจารณากันอยู่ ทุกท่านลองคิดดูว่าข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ในเว็บไซต์ (Website) รัฐสภาปัจจุบัน ถ้าเขา ไม่มีเอพีไอ (API) หรือแอปพลิเคชัน โปรแกรมมิง อินเตอร์เฟซ (Application Programming Interface) หรือรูปแบบการเปิดเผยข้อมูลที่เครื่องอ่านออกได้ที่มีโครงสร้างข้อมูล ภาษาอังกฤษเรียกว่าเป็นแมชชีน รีดเดเบิล ฟอร์แมต (Machine readable format) ถ้าเขาไม่มีช่องทางแบบนั้นในการเข้าถึงข้อมูล ปัจจุบันเขาต้องเสียแรงงานขนาดไหน ในการถ่ายโอนกอปปี (Copy) ข้อมูลเหล่านั้นที่เปิดเผยข้อมูลมาเป็นพีดีเอฟสแกน (PDF Scan) ในหน้าเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภา รายงานการประชุมทุกวันนี้ถ้าเราลองคลิก (Click) เข้าไปดูในลิงก์ (Link) หลาย ๆ อย่างก็ยังเป็นการสแกนพีดีเอฟ (Scan PDF) อยู่ เขาต้องเสียแรงงานขนาดไหนในการแปลงข้อมูลเหล่านั้นมาจัดทำเป็นเว็บไซต์ (Website) สวย ๆ นี้ให้กับพวกเรา แทนที่ภาคประชาสังคมเขาจะเอาความรู้ความสามารถ เอาเวลา ของเขา เอาทรัพยากรของเขาไปพัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) ไปพัฒนาเว็บไซต์ (Website) ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ให้ประชาชนใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่เขากลับจะต้อง เสียทรัพยากรมหาศาลในการมาแค่ลอกข้อมูลจากพีดีเอฟสแกน (PDF Scan) แล้วมาหยอด ลงเว็บไซต์ (Website) ของเขา อันนี้ก็เป็นความสำคัญที่ท่านกรรมาธิการเมื่อสักครู่นี้ได้ชี้แจง แล้วว่าพยายามจะผลักดันการไปเป็นสู่สมาร์ต (Smart) แล้วก็โอเพนพาร์เลียเมนต์ (Open Parliament) โดยการเปิดเผยข้อมูลที่เครื่องอ่านออกได้ในรูปแบบของเอพีไอ (API) ซึ่งตรงนี้ ผมขอเสริมนิดหนึ่งก็คือในเรื่องของข้อมูลที่สภาปัจจุบันควรจะเปิดเผยคือเรื่องของข้อมูล เอชอาร์ไอเอส (HRIS) ของสมาชิกทุกคน และข้อมูลการลงญัตติต่าง ๆ ที่ควรจะเปิดเผยให้ เครื่องอ่านออกได้แล้วนะครับ

สุดท้ายขอสไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ อันนี้เป็นบทสรุปข้อเสนอที่ผม อยากจะนำเสนอเกี่ยวกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านคือในเรื่องของการแปลงงบสัมมนาเป็น งบลงทุนอย่างง่าย ๆ ที่ผมแจ้งให้ทราบในที่ประชุมไปเมื่อสักครู่ว่าปัจจุบันเวลาหน่วยงาน ราชการทั้งหมดจะทำอะไรมักจะบอกว่าต้องรอทำคำขอตั้งงบประมาณ คืออยากจะลองเสนอ ว่างบสัมมนาทั้งหลายที่เราบอกว่าเป็นไขมันหรือเป็นแฟต (Fat) ของระบบราชการ เราแปลงมาเป็นงบลงทุนได้โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน รบกวนเจ้าหน้าที่ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์เปิดสไลด์ (Slide) ไปได้เรื่อย ๆ เลยนะครับ ผมยกตัวอย่างเรื่องของ การจัดงานพาร์เลียเมนต์แฮกกาธอน (Parliament Hackathon) ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาพที่ทุกท่านเห็นคือภาพที่เขานำงบประมาณของคณะกรรมาธิการหลักแสนบาทที่เราจัด สัมมนากันอยู่แล้วมาจัดงานแฮกกาธอน (Hackathon) ในสภา ซึ่งมีเด็ก ๆ เข้ามานั่งโค้ดดิง (Coding) ในสภากันเลย อันนี้ก็เห็นว่าเป็นกรรมาธิการที่ทำงานร่วมกันของทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายรัฐบาลก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งบสัมมนา ที่เคยเป็นไขมันของระบบราชการ เราได้เป็นผลงานหนึ่งคือเว็บไซต์ (Website) รับฟัง ความคิดเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ด้วย คือเว็บไซต์ (Website) คอนสติติวชั่นหกสิบดอตพาร์เลียเมนต์ดอต จีโอดอตทีเอช (constitution60.parliament.go.th) อันนี้อยากจะสรุปว่าจริง ๆ แล้ว ในระบบราชการเราถ้าเราคิดอยู่ในกรอบขอตั้งงบประมาณทำอะไรสักที กว่าเราจะผลักดัน ทำอะไรสักที ตั้งงบทีหนึ่งต้องรอปีหน้า พอได้งบมาต้องรอจัดซื้อจัดจ้าง กว่าจะพัฒนาเสร็จ ผมว่าทำอะไรทีหนึ่ง ๒ ปีอย่างต่ำกว่าจะเสร็จสักเรื่องคงไม่ทันการนะครับ สิ่งที่พวกเรา อยากเสนอถ้าเราคิดนอกกรอบเอางบสัมมนาที่คุณมีอยู่แล้ว แทนที่คุณจะไปจัดเป็นงานอีเวนต์ (Event) ใหญ่ ๆ ต่างประเทศปีหนึ่งหลายร้อยล้านบาท แทนที่คุณจะเอางบหลายพันล้านบาท ไปสร้างอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ไปลากสายเคเบิล (Cable) ใต้น้ำปีละ หลายพันล้านบาทเหมือนกัน เราแปรงบเหล่านั้นมาเป็นงบจัดสัมมนาที่เป็นบ่อเกิดให้เกิด ผลงานโดยสร้างความมีส่วนร่วมกับประชาชน ได้ทั้งผลงาน ได้ทั้งความมีส่วนร่วม กับประชาชน แล้วได้ผลงานที่ใช้ได้จริงด้วย อยากจะเรียนนำเสนอท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ