วิลาสินี พิพิธกุล ชี้แจงบทบาทของไทยพีบีเอสในการตรวจสอบทุจริตและนำเสนอประเด็นสาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่างความสำเร็จจากการรายงานปัญหาคอกหอย ส่งผลให้เกิดการแบนสารเคมีเกษตรและผลักดันการเกษตรอินทรีย์อย่างกว้างขวาง ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำความเป็นกลาง โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทั้งในด้านการผลิตรายการ ติดตามปัญหาสังคม การพัฒนาช่องทางสื่อสาร และการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แนวคิดทรานส์มีเดียเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
กราบเรียนท่านประธานสภา แล้วก็ท่านสมาชิกสภา ทุกท่านนะคะ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้ง ๑๒ ท่านที่ได้อภิปรายให้คำแนะนำ ซึ่งทุก ๆ คำแนะนำเป็นประโยชน์กับไทยพีบีเอส (Thai PBS) อย่างยิ่งค่ะ โดยเฉพาะประเด็น ที่ท่านตอกย้ำความสำคัญของการก่อกำเนิดของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่บอกว่าเราจะต้อง มีประชาชนเป็นหัวใจของการทำงาน ซึ่งนี่ก็เป็นหลักการของคนไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทุกคน ตั้งแต่กรรมการนโยบาย ผู้บริหาร แล้วก็คนทำงานทุกคน ดังนั้นอยากให้ท่านเชื่อใจได้ว่า การทำงานทั้งหมดเราวางประชาชนไว้ที่ศูนย์กลางของการทำงานจริง ๆ ดิฉันมีประเด็นสั้น ๆ ที่อยากจะตอบคำถามของหลาย ๆ ท่าน คงจะไม่ได้นำมาตอบได้หมด แต่ขอเลือกเฉพาะ ประเด็นสำคัญนะคะ
ประเด็นแรก คือเรื่องที่ท่านขอให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำหน้าที่ ตรวจสอบทุจริต แล้วก็ตรวจสอบเรื่องสำคัญต่าง ๆ ให้มากขึ้น ก็ต้องเรียนว่าประเด็นทุจริตที่ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ทำตลอดปี ๒๕๖๒ นั้นมีจำนวนทั้งสิ้น ๖๙๙ ชิ้น แล้วก็ ในปี ๒๕๖๓ ประมาณครึ่งปีนี้อยู่ที่จำนวนประมาณ ๓๕๑ ชิ้นด้วยกัน จำนวนอาจจะไม่ได้ เป็นตัวบอกว่าเราตีแผ่แค่ไหน แต่อยากเรียนบางประเด็นที่ค่อนข้างโดดเด่น ดิฉันขอพูดถึง ประเด็นที่ใกล้ที่สุดตอนนี้ก็คือประเด็นเรื่องปัญหาคอกหอยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นผู้เปิดประเด็นนี้อย่างไม่กลัวเกรงอำนาจอิทธิพล แล้วก็ ติดตามเรื่องนี้มา ๒ ปีเศษ ๆ ท่ามกลางการข่มขู่มากมาย แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้เปิด ประเด็นนี้จนกระทั่งในที่สุดได้มีคำสั่งให้มีการรื้อคอกหอยอย่างเป็นทางการ แล้วก็นำไปสู่ การเปลี่ยนแปลง อันนี้เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้น
ยังมีประเด็นเรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์โควิด (COVID) ของ อปท. ต่าง ๆ ที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ติดตามต่อเนื่อง เรามีทีมข่าวที่จัดสรรเพื่อทำเรื่องนี้อย่างเดียวเลย ก็จะเห็นประเด็นเรื่องการติดตามทุจริตหรือการจัดซื้ออุปกรณ์โควิด (COVID) ออกมา อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ สัปดาห์ ในรายการดิ เอกซิต (The Exit) นอกจากนั้นยังมีการ ตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้ง ที่หลายท่านได้ฝากไปแล้ว ก็คงมีต่อเนื่องค่ะ
ประเด็นเรื่องผลกระทบ อย่างที่ดิฉันได้กล่าวตอนชี้แจง ท่านบอกว่าประเด็น ผลกระทบใหญ่ที่สุดที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีส่วนร่วมผลักดันและขับเคลื่อนก็คือประเด็น การแบนสารเคมีเกษตร ซึ่งผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่บอกเรื่องของ ผลตอบแทนทางสังคม ดิฉันได้กล่าวไปแล้วว่ามีผลอย่างไร แต่สิ่งที่อยากเรียนว่าผลของ การไปวัดเรื่องอิมแพกต์ (Impact) ที่ชัดมาก ๆ ก็คือความต่อเนื่องที่ขณะนี้หลายชุมชน ทั่วประเทศได้หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์ แล้วก็การแก้ปัญหา สุขภาพ ในบางพื้นที่ที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปเจาะประเด็นเรื่องสารเคมีอย่างใกล้ชิดตลอด ๓ ปี อย่างเช่นจังหวัดหนองบัวลำภูซึ่งเคยมีปัญหาเรื่องนี้อย่างมาก ผลขณะนี้ก็คือจำนวนผู้ป่วยที่ ติดเชื้อจากสารเคมีเกษตรตอนนี้เป็นศูนย์ อันนี้เป็นบางตัวอย่างที่อยากเรียนให้ทราบว่าเวลา การทำงานแบบที่ไปให้จนถึงอิมแพกต์ (Impact) นั้นเราค่อนข้างเกาะติดมากมายนะคะ
ประเด็นชุมชนปลอดขยะในหลาย ๆ พื้นที่ หลาย ๆ ตำบลของจังหวัดบุรีรัมย์ ก็เป็นพื้นที่ที่เราลงไปทำงานกับเครือข่ายและภาคส่วนต่าง ๆ จนกระทั่งสามารถวัดผลได้จริง ว่าผลจากการที่ชุมชนปลอดขยะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างไรบ้าง
แม้แต่ประเด็นที่สื่ออื่นอาจจะไม่เสนอเลย เช่นการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ทำอย่างต่อเนื่อง ประเด็นทุจริตบัตรคนพิการ ที่ติดตามจนกระทั่ง นำไปสู่การเพิกถอนบัตร และประเด็นเรื่องหนี้นอกระบบที่หลายท่านได้ช่วยกันนำเสนอ เราไม่ได้แค่นำเสนอค่ะ เราจัดคลินิกแก้หนี้ ออกไปพบปะ แล้วก็ยังตามประเด็นนี้ อย่างต่อเนื่อง ประเด็นเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่บอกว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ทำ อะไรบ้าง ดิฉันได้นำเสนอไปแล้วตั้งแต่ตอนแรก แต่อยากย้ำอีกทีว่าเราเป็นสื่อแรกที่ตัดสินใจ เปิดประเด็นและจัดเสวนาเรื่องฉากทัศน์เพื่อเตือนประชาชนว่าจะเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่ ต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเราตัดสินใจอยู่นานว่าเราควรจะพูดเรื่องนี้หรือไม่ แต่เราก็ตัดสินใจ จัดเสวนานี้ขึ้นมา แต่อยู่ท่ามกลางการที่มีนักวิชาการ แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญของกระทรวง สาธารณสุขทำงานกับเราอย่างต่อเนื่อง เหตุที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำอย่างนี้ได้เพราะว่า เราลงทุนกับประเด็นเหล่านี้ที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยการทำงานเกาะติดกับเครือข่าย ต่าง ๆ แล้วก็ลงทุนกับการเก็บข้อมูลวิชาการต่าง ๆ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องความเป็นกลาง ก็คงต้องกล่าวถึงผลสำรวจ ซึ่งไม่ได้มี เพียงแค่สำรวจจากมาร์เก็ตซัปพอร์ต (Market Support) แค่ ๓,๒๐๐ คนเท่านั้น ยังมีการ สำรวจจากควอลิตีเรตติง (Quality Rating) จำนวน ๕,๙๐๐ คน การทำคอนซูเมอร์ อินไซต์ (Consumer insight) ตลอดทั้งปี การจัดการสำรวจและการวิเคราะห์ต่าง ๆ ก็ยังยืนยันว่า สิ่งที่มีค่าคะแนนสูงสุดของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็คือเรื่องของความเป็นอิสระ ซึ่งสะท้อน ได้จากเหตุผลเรื่องความเป็นกลาง นอกจากนั้นเรายังมีกลไกของคณะอนุกรรมการพิจารณา รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และกลไกรับฟังจากภาคประชาชนที่จะเป็นตัวสะท้อน ความเป็นกลางของไทยพีบีเอส (Thai PBS) นะคะ
ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องจริยธรรม ยืนยันว่าเป็นกรอบที่สำคัญมาก ๆ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) โดยเฉพาะเราจะไม่มีวันผลิตซ้ำความรุนแรงอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าในมิติ หรือประเด็นใดก็ตามนะคะ
ประเด็นที่ ๔ ที่ท่านสมาชิกสภาหลายท่านฝากประเด็นมาเราจะน้อมรับไว้ ทั้งหมด แล้วก็อยากเรียนว่าเรากำลังจะมีสารคดีเกี่ยวกับเรื่องควายน้ำ เรื่องช้างป่าออกมา ในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่นะคะ
เรื่องร้องทุกข์ของประชาชนเป็นหัวใจของเราเลยค่ะ สถานีประชาชนร้องทุกข์ ลงป้ายนี้ที่ทำมาแล้วเกือบ ๒,๐๐๐ เรื่องในปีที่แล้ว ก็จะทำต่อเนื่อง แล้วก็ปีนี้ปี ๒๕๖๓ เราใช้เป็นเคพีไอ (KPI) ด้วยว่าประเด็นที่เข้าสู่สถานีประชาชนร้องทุกข์ลงป้ายนี้ได้นำไปสู่ กระบวนการแก้ไขอย่างไรหรือเปล่า นั่นก็คือเรายกระดับเคพีไอ (KPI) ของเราขึ้นไปอีก เพื่อที่จะตอบเรื่องนี้ให้ได้ รวมทั้งเรื่องสถิติคนหายที่ตามหาเจอได้มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งการฝากเรื่องการทำบริการภาษาอังกฤษ อันนี้เรามีไทยพีบีเอสเวิลด์ (Thai PBS World) แล้ว แล้วก็จะพัฒนาไทยพีบีเอสเวิลด์ (Thai PBS World) ให้ทำหน้าที่ส่งเสียงไป สู่โลกได้มากขึ้น
เรื่องภาวะแล้งของลุ่มน้ำที่หลายท่านอภิปรายค่อนข้างมาก ยืนยันว่า เป็นประเด็นสำคัญของเรา เรามีทีมทำงานของศูนย์สื่อสารภัยพิบัติเกาะติดเรื่องลุ่มน้ำท่าจีน ตลอดทั้งปี ก็คงจะทำให้ประเด็นเหล่านี้ไม่ตกหล่นไปนะคะ
เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของเรตติง (Rating) ขออนุญาตเรียนว่า ค่าเฉลี่ยของเรตติง (Rating) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในไตรมาสที่ ๑ ก็คือไล่เฉลี่ยมา ทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่ประมาณ ๗๕,๐๐๐ คน เป็นอันดับที่ ๑๓ แต่มีบางช่วงที่เราก็ขยับมาเป็น อันดับที่ ๑๐ อันดับที่ ๙ หรืออันดับที่ ๑๑ เช่นเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาซึ่งมีสถานการณ์ โควิด (COVID) เฉพาะช่วงข่าว อย่างของปี ๒๕๖๒ ปีที่แล้ว รายการวิเคราะห์สด เรื่องศึกชิง ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็มีจำนวนผู้ชมถึง ๖๔๘,๐๐๐ คนต่อนาที เป็นต้น อันนี้ก็เป็น ข้อมูลประกอบ
ประเด็นสั้น ๆ เรื่องมูลนิธิ ต้องขอเรียนว่าเนื่องจากมูลนิธิเป็นนิติบุคคลอิสระ เป็นพาร์ตเนอร์ (Partner) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) เราจึงไม่ได้นำกิจการของมูลนิธิไว้ ในเล่มรายงาน
๘๗/๑
ประเด็นเรื่องของค่าใช้จ่ายที่มีบางท่านตั้งคำถามว่างบบุคลากรลดลงหรือไม่ ยืนยันว่างบปี ๒๕๖๒ ลดลงจากปี ๒๕๖๑ จำนวน ๕๑ ล้านบาท แล้วเราก็มีมาตรการ แล้วก็ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานได้มากขึ้น แล้วก็เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมากขึ้นนะคะ
ประเด็นสุดท้าย ที่ท่านสาทิตย์ฝากคำแนะนำหลายเรื่อง เรื่องของเอแอลทีวี (ALTV) ดิฉันต้องขอบพระคุณมาก ๆ เพราะว่าเอแอลทีวี (ALTV) หรือว่าช่อง ๔ ทีวี เรียนสนุก เป็นบริการที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ให้ความสำคัญมาก ๆ เพราะว่าเอแอลทีวี (ALTV) จะมาตอบโจทย์เรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่เด็ก ไม่ใช่แค่ ผู้ปกครองเท่านั้น แต่หมายถึงคนทุกกลุ่ม รวมทั้งผู้สูงอายุด้วย เราจัดการอย่างไร ขอเรียนว่า เราไม่ได้เพิ่มจำนวนบุคลากรเลย นั่นคือเหตุผลสำคัญที่เราสามารถจัดการได้ภายใต้ งบประมาณที่มีเท่าเดิม แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการลงทุนด้านคอนเทนต์ (Content) ซึ่งคอนเทนต์ (Content) ของเอแอลทีวี (ALTV) ที่เราจัดสรรไว้เป็นคอนเทนต์ (Content) ที่ผลิตเอง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็คือการนำเอารายการที่เคยมี อยู่เดิมมาปรับใหม่มารีแพก (Repack) ใหม่ให้สอดคล้องกับเรื่องการเรียนรู้ เป็นรายการที่ซื้อ ลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จ้างผลิต ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจ้างผลิตตรงนี้ กำลังจะเปิดให้มีผู้ผลิตอิสระเข้ามาทำงานร่วมกันในเร็ว ๆ นี้ เพราะฉะนั้นเรียนว่าการบริหาร จัดการเอแอลทีวี (ALTV) อยู่บนฐานคิดของความเป็นสื่อใหม่ที่ใช้แนวคิดทรานส์มีเดีย (Transmedia) ก็คือไม่ได้เป็นทีวี (TV) อย่างเดียว ดังนั้นงบประมาณไม่จำเป็นจะต้องใช้ สูงมาก แต่งบนั้นสามารถนำไปประสานผ่านทุกช่องทางของสื่อได้ ก็ขออนุญาตเรียนนำเสนอ และตอบคำถามทุกท่านสั้น ๆ ประมาณนี้ ขอบพระคุณค่ะ