องอาจ ชี้ไทยพีบีเอสดึงผู้ชม-เปิดโปงทุจริต-ลดเหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓

องอาจ คล้ามไพบูลย์ ชื่นชมบทบาทของไทยพีบีเอสรวมถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโควิด-19 อย่างถูกต้องและเที่ยงธรรม พร้อมเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการบริหารองค์กรให้คล่องตัวมากขึ้น เน้นการนำเสนอข่าวและสารคดีที่มีคุณภาพควบคู่กับความบันเทิงที่สร้างสรรค์ และเรียกร้องให้เพิ่มบทบาทในการเปิดโปงการทุจริตและปัญหาความเหลื่อมล้ำเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสื่อเพื่อประชาชน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เป็นรายงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย หรือเรียกกันทั่วไปว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ประจำปี ๒๕๖๒ แต่เนื่องจากรายงานนี้นำมาเสนอหลังจากที่มีสถานการณ์โควิด (COVID) เกิดขึ้นใน ประเทศไทย เพราะฉะนั้นในสารของผู้อำนวยการของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ได้พูดถึง เรื่องของโควิด (COVID) เล็กน้อยนะครับว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) พยายามที่จะเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารในเรื่องเหล่านี้ ก็ขอถือโอกาสนี้ชมเชยว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ถือว่าเป็นสื่อ ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้ประชาชนมีความรอบรู้และเข้าใจ และสามารถติดตามสถานการณ์ ได้อย่างถูกต้อง เที่ยงธรรมในเรื่องของสถานการณ์โควิด (COVID) ในช่วงที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ผม อยากจะนำเสนอไปยังผู้บริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งเข้ามารับฟังข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติง ในรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ในปีที่ผ่านมานี้ก็คงมีอยู่ ๒ ส่วนสำคัญด้วยกัน

ส่วนแรก คือเรื่องของการบริหารองค์กร อาจจะเรียกว่าเป็นการบริหารองค์กร ถือว่าเป็นเรื่องภายใน แต่ผมคิดว่าการบริหารองค์กรที่อาจจะมองว่าเป็นเรื่องภายในนั้น ถ้าเราสามารถบริหารจัดการองค์กรได้ดีก็จะส่งผลกระทบที่ดีต่องานที่จะไปสู่ภายนอก นั่นคือเป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะนำเสนอต่อผู้บริหาร ผมอยากจะเรียนว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) อยู่คู่กับสังคมไทยมา ช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมานั้นแน่นอนที่สุดครับองค์กร อะไรก็ตามที่ยืนยาวมาลักษณะนี้ที่สามารถตั้งหลักปักฐานมาได้เป็นระยะเวลาพอสมควร ด้วยเงินจากประชาชน ผมเชื่อว่าการบริหารจัดการองค์กรนี้จุดมุ่งหมายสำคัญนั้นเราอยากจะเห็น เป็นองค์กรที่ไม่เหมือนระบบราชการโดยทั่วไป และแน่นอนที่สุดเป้าหมายก็คงไม่ใช่ตั้ง องค์กรมาเพื่อแสวงหากำไรเหมือนโทรทัศน์ ทีวี (TV) ของเอกชนโดยทั่วไป เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการองค์กรนี้จึงต้องเป็นการบริหารจัดการองค์กรที่แตกต่างทั้งจากสื่อที่ อาจจะอิงอยู่กับภาคราชการหรือสื่อที่เป็นลักษณะธุรกิจ แต่สิ่งที่ผ่านมาตลอด ๑๐ ปี โดยเฉพาะในปีหลัง ๆ ผมก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าผมเฝ้าติดตามดูการบริหารจัดการ องค์กรของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในระยะหลังจะมีลักษณะของความเป็นการบริหารงาน แบบระบบราชการมากขึ้น ผมคิดว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ต้องบริหารจัดการให้มี ความคล่องตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พยายามลดขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อ การบริหารจัดการสื่อที่ดีให้มีคุณภาพ ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ถ้าเรายังทำตามแบบระบบราชการโดยทั่วไป ซึ่งผมคงไม่ต้องอธิบายว่าจะเป็นปัญหา อุปสรรคอย่างไร ระบบราชการไม่ได้เสียหายทั้งหมด แต่ความหมายของระบบราชการ ส่วนหนึ่งนั้นทำให้ผู้คนมองเห็นภาพว่าภาพของการบริหารจะเป็นอย่างไร เชื่องช้า ไม่ทันกับ การเปลี่ยนแปลง และหลายกรณีเราจะยึดกฎหมายมากกว่ายึดเป้าหมาย จนกระทั่งทำให้ การบริหารจัดการที่เราเรียกว่าการบริหารจัดการแบบระบบราชการนั้นกลายเป็นอุปสรรคต่อ การที่จะผลิตสื่อที่มีคุณภาพให้กับสังคม อันนั้นเป็นส่วนของการบริหารจัดการ

คราวนี้เรามาดูในส่วนที่นำเสนอต่อสังคม แน่นอนที่สุดสื่อที่จะนำเสนอต่อ สังคมนั้นโดยเฉพาะไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ผู้คนรู้จักมักคุ้นกันดีคงเป็นสื่อที่ผ่านออกมา ทางหน้าจอโทรทัศน์ ผมคิดว่าเรื่องของข่าวสาร เรื่องของสารคดีนั้นไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ต้องถือว่าเป็นสื่อที่สามารถทำได้ดี มีสาระ มีคุณภาพ มีประโยชน์ แต่แน่นอนที่สุด สิ่งที่มีสาระ มีประโยชน์นั้นอาจจะไม่ได้เป็นความต้องการของคนส่วนมากส่วนหนึ่งของสังคม เพราะฉะนั้นไทยพีบีเอส (Thai PBS) อาจจะต้องเพิ่มความบันเทิง แต่ไม่ได้หมายถึงว่า เป็นเรื่องของความบันเทิงที่สามารถจะรับชมช่องไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นความบันเทิงที่ใช้ศิลปะ ใช้กลยุทธ์ในการที่จะดึงคนจำนวนมากเข้ามาเสพสื่อที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงมากขึ้น เพื่อเขาจะได้รับชมรายการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต ต่อสังคมตามไปด้วย อันนั้น เป็นสิ่งที่อยากจะฝากไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไว้ แต่มีอยู่ ๒ ส่วนที่เป็นเรื่องสำคัญในการที่จะ นำเสนอรายการต่าง ๆ สู่สาธารณะก็คือในเรื่องของการเป็นสื่อกลางช่วยเหลือประชาชน ทางไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีรายการสถานีประชาชนซึ่งผมคิดว่าก็ดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ อยากจะให้ปรับปรุงมากยิ่งขึ้นก็คือว่าเราอาจจะไม่ได้เน้นเฉพาะจำนวนเรื่องที่เราสามารถ เข้าไปติดตามปัญหาของประชาชนเท่านั้น แต่อยากจะให้มีผลลัพธ์ในการเข้าไปช่วยเหลือ ประชาชนด้วยว่าเราสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นเรื่องความทุกข์ร้อน ของประชาชน ขณะเดียวกันเราสามารถแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ด้วย ซึ่งผมเชื่อว่า สื่ออย่างไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะมีส่วนสำคัญแล้วก็สามารถทำได้ ทุกวันนี้ท่านทำ อยู่แล้ว แต่อยากให้ทำมากขึ้น

อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องการตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ ท่านทำอยู่ หลายเรื่อง ท่านตรวจสอบเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องการหลอกลวงประชาชน แม้แต่ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำท่านก็ทำ อาจจะรวมไปถึงเรื่องการทุจริตด้วย แต่ผมคิดว่า สื่ออื่นซึ่งไม่ค่อยทำแล้วก็อาจจะไม่ค่อยกล้าทำ แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ควรจะกล้าทำ ก็คือการตีแผ่ปัญหาเรื่องการทุจริตให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผมเชื่อว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็คงเห็นด้วยกับผู้คนในสังคมว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้นเป็นปัญหาของ สังคมไทยเป็นอย่างมาก แล้วก็เป็นปัญหาที่บั่นทอนความเจริญก้าวหน้าพัฒนาของสังคม ปัญหาที่ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะส่วนหนึ่งตกไปอยู่ในมือของคนกลุ่มเดียว แทนที่จะ อยู่ในมือของคนจำนวนมาก เพราะฉะนั้นอยากจะฝากให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นำเสนอ ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น รวมกระทั่ง ถึงเรื่องราวอะไรก็ตามที่จะทำให้เห็นว่าสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำนั้นเป็นปัญหาของ ประเทศชาติบ้านเมืองที่เราจะต้องช่วยกันแก้ไข นี่คือส่วนที่ผมอยากจะฝากไปยังคณะผู้บริหาร ไทยพีบีเอส (Thai PBS) แล้วก็ฝากให้ทางผู้บริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้คำนึงถึง อยู่ตลอดเวลาว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นเป็นสื่อที่เกิดจากประชาชน เพราะฉะนั้น ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ควรมีเป้าหมายหลักในการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่างสำคัญตลอดไปครับ ขอบพระคุณมากครับ