วีรศักดิ์ แจงมาตรการฟื้นอุตสาหกรรมอัญมณี-พลอยจันทบุรี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓

วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หารือปัญหาความซบเซาของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยเฉพาะในจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงตลาดโลก สงครามการค้า และความนิยมในสินค้าทางเลือกอย่างเพชรสังเคราะห์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมด้วยมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น การจัดงานแสดงสินค้า การสนับสนุนทางภาษีและสินเชื่อ รวมถึงการพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์และการใช้อัญมณีเป็นหลักประกันสินเชื่อในอนาคต

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คือ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นผมขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับอัญมณีพอสังเขป อัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทย สูงเป็นอันดับ ๓ ในปี ๒๕๖๒ ในบรรดาสินค้าส่งออกทั้งหมด หากรวมกับมูลค่าการค้า ภายในประเทศ ก่อให้เกิดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจปีละเกือบ ๑ ล้านล้านบาท หรือ ประมาณร้อยละ ๖ ของจีดีพี (GDP) เกิดการจ้างแรงงานกว่า ๑ ล้านคนต่อห่วงโซ่อุปทาน ในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเป็น อันดับที่ ๑๒ ของโลก ทั้งพลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนเป็นอันดับที่ ๓ ของโลก และในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ สินค้าในหมวดอัญมณี และเครื่องประดับเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ ๑ ของประเทศไทย โดยมีจังหวัดจันทบุรี เป็นแหล่งซื้อขายพลอยสีแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยสี ที่สำคัญที่สุดของโลกที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่เกือบ ๔๐๐ แห่ง ทั้งยังมีแรงงาน เจียระไนพลอยในระบบอยู่ราว ๑๓,๐๐๐ คน ไม่รวมคนเดินพลอยอีก ๑,๐๐๐ คน

ท่านประธานที่เคารพ ต่อกระทู้ถามข้อที่ ๑ กระทรวงพาณิชย์ได้ทราบว่า ปัจจุบันการค้าอัญมณีในจังหวัดจันทบุรีเกิดภาวะซบเซาหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด กระผมขอกราบเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) เฝ้าติดตามปัญหานี้มาโดยตลอด ในปี ๒๕๖๒ การค้าอัญมณีทั้งในและต่างประเทศยังคงเติบโตได้ดี เห็นได้จากยอดส่งออกพลอยเนื้อแข็ง เจียระไนจำพวกทับทิม แซฟไฟร์ (Sapphire) และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนยังคงขยายตัว เกือบร้อยละ ๗ และร้อยละ ๑๑ ตามลำดับ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ระหว่างประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกา และขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้การส่งออกไปยังต่างประเทศคู่ค้าหลักลดลง อีกทั้งผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็หันไปสนใจสินค้า ทางเลือกอย่างเพชรสังเคราะห์ พลอยสังเคราะห์ที่มีราคาต่ำเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบ กับเพชรหรือพลอยธรรมชาติ เข้าสู่ต้นปี ๒๕๖๓ ที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด (COVID) แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ส่งผลให้การค้าอัญมณีและเครื่องประดับ โดยรวมซบเซาลงอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งตัวสินค้าจะอ่อนไหวไปตาม สภาพเศรษฐกิจ ขณะที่มาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) เพื่อสกัดกั้นการลุกลามของ โควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปมาค้าขายระหว่างกันได้ จำนวน นักท่องเที่ยวลดลง การขนส่งสินค้าหยุดชะงัก อีกทั้งการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณี รายการสำคัญทั่วโลกถูกยกเลิก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนี้สวนทางกับทองคำที่ราคาปรับตัว ขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ ๑,๗๔๘ ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นับเป็นราคาสูงสุดในรอบ ๘ ปี และผลักดันให้ยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม ของประเทศยังคงเพิ่มขึ้นได้กว่า ๑ เท่า

ท่านประธานที่เคารพ ต่อกระทู้ถามว่ากระทรวงพาณิชย์มีมาตรการในการ แก้ไขปัญหาความซบเซาของการค้าอัญมณีในจังหวัดจันทบุรีหรือไม่ ขอทราบรายละเอียด กระผมขอกราบเรียนข้างต้นว่าการค้าพลอยสีของจังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้า พลอยสีซบเซา เนื่องจากยอดขายลดลง ธุรกิจหยุดชะงัก มีการชะลอคำสั่งซื้อ และยกเลิก คำสั่งซื้อจากผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนา อัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และกรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเมื่อปลายปี ๒๕๖๒ โดยในวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ กระทรวงพาณิชย์โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และพันธมิตรภาครัฐและเอกชนได้จัดงาน เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ๒๐๑๙ เพื่อพัฒนาและผลักดันให้ จังหวัดจันทบุรีก้าวสู่เป็นอัญมณีของโลก มีการจัดประมูลพลอยเจียระไนครั้งแรก ในประเทศไทยกว่า ๕๐๐ รายการ มูลค่า ๑๕๐ ล้านบาท มีการออกร้านจำหน่ายสินค้า ๒๖๘ ร้าน ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาท นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันภาครัฐ ช่วยเหลืออุตสาหกรรมอัญมณีมาโดยตลอดและต่อเนื่อง เช่นมาตรการภาษี ได้แก่

๑. การลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าพลอยก้อนและโลหะมีค่า

๒. ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีการซื้อขายให้หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราร้อยละ ๑

๓. ยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนบุคคลแก่ชาวต่างชาติที่นำพลอยก้อนเข้ามาขาย ภายในประเทศ

๔. ผู้ประกอบการสามารถหักรายจ่ายได้ที่ ๒ เท่าสำหรับเงินเดือนและค่าจ้าง แรงงานที่เป็นช่างฝีมือ ๓ รอบบัญชี

นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่น ๆ อาทิ การสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน บางกอก เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี แฟร์ (Bangkok Gems & Jewelry Fair) การขยายช่องทาง การตลาดให้มีช่องทางการขายตลาดออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) เพื่อเสริม สภาพคล่องทางการเงินและผู้ประกอบการค้าอัญมณี การสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ และผู้บริโภคผ่านใบรับรองของจีไอที (GIT) เป็นต้น

ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอตอบ กระทรวงพาณิชย์มีนโยบาย และมาตรการในการกระตุ้นการซื้อขายอัญมณีจากปัญหาดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด กระผมขอกราบเรียนว่านอกจากมาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐให้การช่วยเหลือ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับแล้ว สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังได้มีมาตรการ ช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าอัญมณี เครื่องประดับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้ จัดรายการส่งเสริมการขยายโครงการอัญมณี บริการตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่า เพื่อลด ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการออกใบรับรองสินค้า จัดการศึกษาทางไกลและสัมมนาออนไลน์ (Online) ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดโอกาสให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการเข้าฝึกอบรม บริการ ห้องสมุดออนไลน์ (Online) และแหล่งความรู้ออนไลน์ (Online) ด้านอัญมณี และเครื่องประดับมากกว่า ๔,๐๐๐ รายการ ซึ่งสามารถโหลด (Load) ฟรี อ่านฟรี ทุกที่ ทุกเวลา พัฒนา กะรัต โมบาย แอปพลิเคชัน (KARAT Mobile Application) เพื่อเป็น แพลตฟอร์ม (Platform) ให้คำปรึกษาด้านอัญมณีและเครื่องประดับในหลากหลายมิติ แก่ผู้ประกอบการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่งเสริมมาตรการโครงการซื้อด้วย ความมั่นใจ ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ไทยเทคดอตคอม (ThaiTech.com) เพื่อจำหน่ายและส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับผ่านเว็บไซต์ (Website) ข้างต้น จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ (Online) ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ระหว่างผู้นำเข้าในต่างประเทศ โดยผ่านสำนักส่งเสริมการค้าสินค้า ในต่างประเทศกับผู้ส่งสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศไทย เตรียมแผนจัดงาน แสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ จำนวน ๒ งาน ในปี ๒๕๖๓ นี้ ได้แก่ งานมหกรรม สินค้าเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการซื้อด้วยความมั่นใจในเดือนพฤศจิกายน และงาน เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๗ ธันวาคม เพื่อเพิ่ม ช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าอัญมณี และเครื่องประดับในการนำอัญมณีมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ โดยมอบหมายให้กรมพัฒนา ธุรกิจการค้า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประสานความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงิน ซึ่งจากการประชุมพิจารณาร่วมกันได้ข้อสรุปการช่วยเหลือและเยียวยา ๒ ระยะ คือ

๑. ระยะสั้น ให้ผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อผ่าน ๒ โครงการ

๑. โครงการช่วยเหลือภาคธุรกิจในการฝ่าวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ภายใต้โครงการรัฐบาลในรูปแบบสินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) วงเงินรวม ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

๒. โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมมาตรการจ้างงาน จากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม วงเงินไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท

๒. ระยะยาว การนำอัญมณีมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจเพื่อขอสินเชื่อจาก ธนาคารต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ