อุตตม แจงมาตรการช่วยเกษตรกร รับมือภัยพิบัติ-โควิด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓

อุตตม สาวนายน ชี้แจงต่อสภาถึงผลกระทบจากภัยพิบัติและสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อเกษตรกร พร้อมย้ำถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรฯ ในการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว โครงการประกันภัยข้าวนาปี การสนับสนุนเบี้ยประกันภัย และการช่วยเหลือเยียวยาผ่านเงินทดรองราชการและสินไหมทดแทน โดยใช้ ธ.ก.ส. เป็นกลไกหลัก รวมถึงมาตรการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย และสินเชื่อพิเศษเพื่อบรรเทาภาระเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่ารัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาเป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถาม ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภา ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ที่กรุณายกกระทู้ถามเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ ต่อเนื่องไปสู่พี่น้องประชาชนในวงกว้างก็คือเรื่องของภัยพิบัติ และบัดนี้ก็ต่อเนื่องมาอีกด้วย เรื่องโควิด (COVID) นะครับ ตามที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร ที่ก่อนหน้านี้ได้ชี้แจงไปแล้วเกี่ยวกับการดำเนินงานในเรื่องนี้ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานหลัก

ในส่วนของกระทรวงการคลังเรามีหน้าที่ที่จะทำงานกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และกระทรวงที่เกี่ยวข้องสนับสนุน โดยเฉพาะมาตรการที่จะดูแลเกี่ยวกับ การเงินของพี่น้องเกษตรกรในกรณีต่าง ๆ นี้ผมขอเรียนในส่วนนี้โดยสังเขป จากการที่ทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานก็ตามมีการดูแลในเรื่องของการใช้น้ำในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชลประทานเอง หรือในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานตามที่เป็นข้อมูล เมื่อปลูกแล้วพี่น้องเกษตรกรภายใน ๑๕ วันก็สามารถที่จะขึ้นทะเบียนกับผู้ปลูกข้าว กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ อันนี้ก็เป็นข้อเท็จจริงนะครับ แต่อยากจะเรียนเสริมว่านอกจากนั้นในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง เกษตรกรที่เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. เมื่อขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ก็ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติที่จะเข้าโครงการประกันภัยข้าวนาปี อัตราดอกเบี้ยประกันอันนี้ พยายามดูให้เหมาะสมเท่ากันในทุกพื้นที่การผลิต รัฐบาลก็สนับสนุนเบี้ยประกันภัยอันนี้ด้วย ในส่วนของ ธ.ก.ส. เองก็ใช้งบของ ธ.ก.ส. ประกอบในส่วนนี้ แล้วก็เกษตรกรเองหากต้องการ ซื้อเพิ่มเติมก็ซื้อได้ อันนี้เป็นสิ่งซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมานะครับ ในส่วนของพื้นที่ที่อยู่ นอกเขตชลประทานก็เช่นกันว่าเกษตรกรเมื่อปลูกแล้วก็สามารถขึ้นทะเบียนได้เลย แล้วก็จะ ได้รับสิทธิเข้าโครงการประกันภัยนาข้าวของเกษตรเช่นเดียวกัน แต่ในกรณีที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในอดีตที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติซึ่งดำเนินการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดนั้น ๆ ทางกระทรวงการคลังก็จะสามารถช่วยได้ในนามของรัฐบาล ก็คือจะใช้เงินสำรองราชการ จากระเบียบกระทรวงการคลังเอง เงินทดรองเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้ให้กับจังหวัด เป็นรายจังหวัดแล้วก็รายเกษตรกร นอกจากนั้นหากเกิดความเสียหายในกรณีที่ประกาศเป็น เขตภัยพิบัติแล้วถ้าเสียหายเกินร้อยละ ๕๐ ก็ได้สินไหมทดแทนไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท อันนี้ ก็ดำเนินการเป็นปกติมา ถ้าไม่ประกาศเขตภัยพิบัติแต่มีปัญหาสามารถที่จะมีขั้นตอนแจ้ง ประเมินความเสียหายเป็นราย ๆ ได้ ไปประเมินได้แล้วก็ถ้าเข้าหลักเกณฑ์ก็ได้รับสินไหม ทดแทนเช่นเดียวกัน ผมขอกราบเรียนท่านประธานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง ในการให้ความช่วยเหลือ การดูแล เยียวยา ซึ่งเราใช้ ธ.ก.ส. เป็นหน่วยงานหลักที่จะทำ ในเรื่องนี้ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านภราดร ได้พูดไปแล้ว ในส่วนของโควิด (COVID) ก็คือส่วนของโควิด (COVID) นะครับ อันนี้ถูกต้องเป็นไปตามนั้น รัฐบาลดำเนินการด้วยความจำเป็นนะครับ แล้วก็ไม่เพียงแต่กลุ่มพี่น้องเกษตรกร แต่ว่ากลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระอะไรอื่น ๆ เป็นส่วนนั้น

ผมเรียนในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร สิ่งที่ได้ดำเนินการไปนั้น มีอะไรบ้าง หลัก ๆ ในเรื่องแรกที่ได้มีผลกระทบจากภัยพิบัติที่ท่านสมาชิก ท่านภราดร ได้กรุณาเอ่ยแล้วว่ามันต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ โน่น อันนี้ ธ.ก.ส. ก็ดำเนินการและยัง ดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ก็คือการพักชำระหนี้ต้นเงินที่ถึงกำหนดชำระ ยืดให้ ๒ ปี ที่มีหนี้คงค้างอยู่เดิมตั้งแต่กรกฎาคม ๒๕๖๒ ยืดมาเรื่อยแล้วก็มีการลดดอกเบี้ยที่กำหนด ชำระให้อีกเป็นเวลา ๑ ปี จนถึง ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ แต่ทั้งนี้เราได้พิจารณาและจะต่อ โครงการนี้ออกไปให้เนื่องจากผลกระทบยังมีอยู่ แล้วจริง ๆ แล้วโควิด (COVID) ก็ยังมีส่วนมากระทบเพิ่มเติมอีกนะครับ ก็จะยืดไปถึงปี ๒๕๖๕ เป็นการยืดทั้งระบบอัตโนมัติ ให้เลย คนที่อยู่ในโครงการ ถ้าดูยอด ขออนุญาตเรียนยอด ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ต้นหนี้ ที่ได้รับการช่วยเหลือไปแล้วก็ประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านบาทเศษที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แล้วก็ ยังมีการดำเนินการต่อเนื่อง อันนี้ก็เป็นเรื่องของโครงการที่ ๑ ที่มีการดูแล

โครงการที่ ๒ ที่เราได้ดำเนินการอยู่ก็คือโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง เหมือนกันครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ และยัง ดำเนินการอยู่ โดยมีการเสนอสินเชื่อของ ธ.ก.ส. ในอัตราพิเศษ ๒ ปีแรกก็ร้อยละศูนย์ ก็คือไม่คิดนะครับ ปีที่ ๓ ก็ขึ้นมาเป็นเอ็มอาร์อาร์ลบ ๒ (MRR-2) ดอกเบี้ยสำหรับบุคคลรายย่อย กำหนด ชำระคืนไม่เกิน ๑๐ ปี อันนี้ทำไปแล้วในวงเงินประมาณ ๑,๒๖๐ ล้านบาทเศษ ข้อมูลล่าสุด

อีกโครงการหนึ่งที่ดำเนินการอยู่ก็คือสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน สำหรับผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ต่อเนื่องปี ๒๕๖๔ สำหรับ บรรเทาแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรต้องไปกู้หนี้นอกระบบก็สามารถใช้อันนี้ได้เหมือนกัน รายหนึ่ง สามารถกู้ได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยสนับสนุนให้พิเศษ ๖ เดือนแรกไม่ต้องจ่าย คือร้อยละศูนย์ หลังจากนั้นจ่ายที่อัตราดอกเบี้ยบุคคลรายย่อยต่อไป อันนี้ให้ ๓ ปี เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น

ผมกราบเรียนเบื้องต้นว่าทางรัฐบาลในส่วนของกระทรวงการคลังไม่ได้ นิ่งนอนใจ เราทำงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลในเรื่อง ของการให้การสนับสนุนและเยียวยาทางด้านการเงิน ซึ่งเราทำมาแล้ว ทุกวันนี้เราก็ติดตาม แล้วก็จะทำต่อเนื่องไปครับ ขอบคุณครับ