เรวัต วิศรุตเวช หารือกรณีทหารอียิปต์หลุดจากการกักกันตัวและเด็กหญิงครอบครัวทูตซูดานใช้อภิสิทธิ์กักกันตัวแบบไม่ปลอดภัย โดยชี้ว่าความสะเพร่าของรัฐบาลและ ศบค. ทำให้ประชาชนกังวล เศรษฐกิจตกต่ำ และเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบคำถามจากเสียงสะท้อนของประชาชน เรวัต วิศรุตเวช ตั้งคำถามถึงความล้มเหลวของ ศบค. ในการควบคุมโรคระบาดและเศรษฐกิจ โดยวิพากษ์วิจารณ์การใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มอภิสิทธิ์และสร้างช่องโหว่ให้บุคคลต่างชาติหลุดรอด รวมถึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากที่มี กรณีทหารอียิปต์เดินทางมายังประเทศไทย แล้วก็มีการตรวจเชื้อพบว่าติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) และระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศไทยนั้นก็ได้เล็ดลอดจากการกักกันตัวของ สเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ไปสัมผัสกับพี่น้องประชาชน อันเป็นการเพิ่ม ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ท่านประธานที่เคารพครับ ทหารอียิปต์รายนี้ไม่มี ภารกิจมิชชัน (Mission) ใด ๆ ในประเทศไทยครับ ไม่ได้รับเชิญจากรัฐบาล มาประเทศไทย ก็เป็นเพียงทรานสิต (Transit) ไป ๆ มา ๆ ระหว่างไทยกับยูเออี (UAE) ประเทศปากีสถาน และประเทศจีน ในช่วงเวลาดังกล่าวก็พบว่าได้ไปเช็กอิน (Check-in) ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดระยอง เป็นโรงแรมไม่ได้ขึ้นบัญชีให้เป็นสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ซึ่งจะต้องได้รับการรับรองร่วมกันของทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหม นอกจากนั้นระหว่างอยู่ที่จังหวัดระยองก็ยังไปในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีโอกาสที่จะพบปะใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน จึงมีโอกาสที่จะแพร่ระบาด ของโรค ทำให้เกิดความตระหนกตกใจ ความกังวลใจและอาจจะเกิดการระบาดของโควิด (COVID) ระลอกใหม่ได้ ความเดือดร้อนเหล่านี้ของพี่น้องประชาชน ความวิตกกังวลก็ดี ความไม่ไว้วางใจก็ดีได้กลายมาเป็นความโกรธและคับแค้นใจว่าทำไม ศบค. ซึ่งป่าวประกาศ ทุกวันว่าการ์ด (Guard) ต้องไม่ตก แล้วทหารอียิปต์หลุดจากเงื้อมมืออันแข็งแกร่งที่ตั้งการ์ด (Guard) แข็งอยู่ทุกวันได้อย่างไรครับ ผมขอนำเอาเสียงสะท้อนของประชาชน วันนี้ผมจะไม่ถามด้วยตัวเองนะครับ แต่ขอนำเอา คำถามต่าง ๆ ของประชาชนทั้งประเทศซึ่งเสียงดังมาก เพราะอยากจะรู้ว่าทำไม ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตอบ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะประชาชนยอมอดทนทุกอย่าง เป็นเวลาหลายเดือนที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ อบรมสั่งสอนของพวกท่าน ศบค. ยอมทุกอย่าง ให้ใส่หน้ากากอนามัยยอม ล้างมือบ่อย ๆ ยอม เว้นระยะห่างยอม ให้ปิดกิจการ ก็ยอม ให้หยุดงานก็ยอม อยู่บ้านขาดรายได้ยากจน เศรษฐกิจพังพินาศทั้งประเทศ วันนี้ ท่านทราบไหมว่าจีดีพี (GDP) อาจจะลดลงมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ผมคาดเดา และคาดการณ์เลยว่าอย่างไรก็ลดลงมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน และขณะนี้ มีหนี้สาธารณะสูงถึงประมาณ ๗ ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้ผมไม่ได้หยิบมาเอง แต่ว่า เป็นการรายงานของ สบน. หรือสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะที่ได้มารายงานต่อกรรมาธิการ งบประมาณเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เองครับ ท่านรู้ไหมครับหนี้อันนี้จะต้องใช้เวลามากกว่า ๑๐๐ ปีถึงจะชำระได้หมดครับ แต่ถ้าหากว่าความผิดพลาดครั้งนี้ของรัฐบาลและ ศบค. ทำให้ เกิดการระบาดของโรคโควิด (COVID) ใหม่อีก ๑ ระลอก ทุกอย่างจะล้มละลายอย่างแน่นอน ส่วนกรณีของเด็กหญิงครอบครัวคณะทูตซูดานก็ได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักกันตัว ๑๔ วัน ในสถานกักกันของรัฐหรือที่เรียกว่าสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) เหมือนคนไทย ที่เวลาเดินทางกลับจากต่างประเทศมาสู่ประเทศไทยต้องสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) ๑๔ วัน แต่เด็กรายนี้จากครอบครัวคณะทูตได้ใช้อภิสิทธิ์กักกันตัวเองในคอนโดมิเนียม (Condominuim) หรือที่เรียกว่าเซฟ ควอรันทีน (Safe Quarantine) คำถามคือรัฐได้ส่ง เจ้าหน้าที่ไปควบคุมดูแลว่าเขาจะควบคุมตัวเองหรือควอรันทีน (Quarantine) ตัวเองได้แบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ไม่มีทางตรวจสอบได้เลยครับ ทั้ง ๒ กรณีบอกอะไรครับ ทั้ง ๒ กรณี ชี้ให้เห็นว่ารัฐและ ศบค. มีความสะเพร่าประมาทเลินเล่อ และปฏิบัติต่อวีไอพี (VIP) ต่างชาติ และเหยียดคนไทยเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง ความผิดพลาดและไม่จริงใจของรัฐบาลและ ศบค. ทำให้ประชาชนโกรธแค้นและยากที่จะทำใจ ผมขออนุญาตรวบรวมเอาคำถามต่าง ๆ ที่ประชาชนอยากถามและอยากทราบดังต่อไปนี้ ขอถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ
คำถามแรก ทำไม ศบค. ถึงการ์ด (Guard) ตกเสียเองครับ ปล่อยให้ผู้ติดเชื้อ ที่ได้รับอภิสิทธิ์ทำให้เกิดความเสี่ยงกับคนไทย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ได้อีกรอบหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยต้องหายนะอย่างแน่นอนครับ ผมขอ ถามไปทีเดียวเลยนะครับ
คำถามที่ ๒ คือ ในที่สุดแล้วได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นไม่ได้ใช้ เพื่อสกัดโรคระบาดเช่นโควิด (COVID) เลย แต่ใช้เพื่อสกัดการชุมนุมของนักศึกษาประชาชน และมาในวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ายิ่งเป็นเหตุของปัญหาอีก เพราะอะไรครับ เพราะว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินเป็นตัวที่คลอดตัวข้อกำหนดต่าง ๆ ออกมาตามมาตรา ๙ ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และเป็นเหตุของปัญหา เพราะอะไร เพราะทำให้เกิดช่องว่างแล้วก็ช่องโหว่ แล้วทำให้เกิด การหลุดรอดของบุคคลวีไอพี (VIP) ต่างชาติต่าง ๆ และเพิ่มความเสี่ยงให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งหลายที่จะมีโอกาสติดโรคได้ เพราะฉะนั้นคำถามคือ รัฐบาลและ ศบค. จะมีการทบทวน หรือยกเลิกข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ออกโดย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทยอย่างยิ่ง หรือไม่ อย่างไร และจะรีบทบทวนหรือยกเลิกโดยทันทีหรือไม่ครับ
คำถามที่ ๓ ขณะนี้ประชาชนคนไทยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้นสอง ในประเทศของตัวเอง แล้วก็มีความคับแค้นใจที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกัน ตามข้อกำหนดของท่านนายกรัฐมนตรีที่ออกตามมาตรา ๙ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คำถามคือ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศและในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. จะแสดง ความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดล้มเหลวครั้งนี้อย่างไรครับ ต้องไม่เพียงแต่กล่าวคำว่า ขอโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านสามารถจะเป็นแบบอย่างที่ดีเหมือนกับผู้นำ ในอารยประเทศทั้งหลายที่เมื่อบริหารงานผิดพลาดเกิดความเสียหายร้ายแรงและไม่ได้รับ ความไว้วางใจจากประชาชน เขาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ท่านจะลาออก หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ