ประภัตร ชี้น้ำเขื่อนเหลือต่ำ ขอเร่งแก้ปัญหาเกษตรเดือดร้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ประภัตร โพธสุธน หารือปัญหาการจัดสรรน้ำที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง โดยชี้ให้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถทำนาได้ตามแผน พร้อมยกตัวอย่างข้อมูลจากเขื่อนหลัก 4 แห่งที่มีน้ำเหลือเพียง 778 ล้านคิว ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านการเกษตรและอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในพื้นที่สระบุรีที่มีการจำกัดการจัดสรรน้ำเพียง 2 ล้านคิวบิกเมตรต่อวัน จึงเรียกร้องให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัดและเร่งดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบกว่า 60,000 ไร่ พร้อมเสนอให้รัฐสนับสนุนค่าน้ำมันในการสูบน้ำเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ปลูกพืชไร่กว่า 2 ล้านไร่ ทั้งนี้มีความหวังว่าฝนจะเริ่มตกต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจทำให้สามารถทำนาได้ถึง 2 ครั้งในปีนี้ หากมีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกันทุกฝ่าย

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณ แล้วก็ชมเชยเลยนะครับ ท่าน ส.ส. องอาจ วงษ์ประยูร ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้แทนที่เอาใจใส่ พี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง คุณพ่อท่าน ท่านบัญญัติ อดีต ส.ส. ก็เคยเป็นผู้แทนร่วมกันอยู่กับ ผมมา ท่านเป็นคนขยันเหมือนคุณนี่แหละ ดังนั้น เรื่องการจัดสรรน้ำที่มีผลกระทบต่อ ภาคกลางหรือภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางทั้งหมดประมาณ ๒๒ จังหวัด ผมจะลำดับภาพ ให้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อยู่ในเขตจังหวัดภาคกลาง นอกจากท่าน ส.ส. องอาจแล้ว ก็ยังมี ส.ส. ภราดร ส.ส. กรวีร์ ปริศนานันทกุล ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดอ่างทองที่พี่น้องประชาชน เดือดร้อนอย่างยิ่งที่ออกมาเมื่อวันจันทร์ ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีผมก็รวมตัวเหมือนกัน วันเสาร์ที่ผ่านมา ปัญหาเดียวกันนี่แหละครับเรื่องน้ำ พี่น้องจะมีความสุขก็คือได้เห็นน้ำ ชาวนาจะมีความสุขก็เมื่อได้ทำนา เราประกาศไว้วันที่ ๑ พฤษภาคมของทุกปีจะเป็นการ เริ่มต้นทำนาปีของพี่น้องชาวนา แต่ปีนี้ล่ามาถึง ๒ เดือนเศษชาวนาใจคอไม่ดีว่าน้ำจะมี จริงไหม น้ำจะมาไหม แล้วจะได้ทำนาหรือเปล่า ผมยกตัวอย่างหลายจังหวัดที่ไม่ได้ทำนา เมื่อปีที่แล้ว ฝนทิ้งช่วง แล้วก็บางจังหวัดน้ำท่วม ดังนั้น ปัญหาเรื่องชาวนานั้นเป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาที่ทุกคนเป็นห่วงเป็นใยว่าบ้านเมืองจะอยู่ดีกินดีต้องชาวนามีสตางค์ก่อน เอาละครับ ผมจะลำดับภาพให้ฟัง

น้ำที่ใช้อยู่ในภาคกลาง ๒๒ จังหวัด เริ่มตั้งแต่จังหวัดตราดมาถึงจังหวัด สมุทรปราการเราใช้น้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน แล้วก็ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ๔ เขื่อนหลักนี้เมื่อรวมแล้วถ้ามีปริมาณก็จะมากกว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านคิว เพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ วันนี้น้ำเหลืออยู่ ๗๗๘ ล้านคิว จาก ๔ เขื่อน ๗๗๘ ล้านคิว นิดเดียว อุปโภคบริโภคนั้นเราบอกว่าถ้าไม่มีฝนตกอีก ยังทิ้งช่วงอยู่อย่างนี้ น้ำอุปโภคบริโภค ของพี่น้องในเขตภาคกลางลำบากแน่นอน คราวนี้เราปล่อยน้ำอย่างไร กระทรวงเกษตร และสหกรณ์โดยกรมชลประทานเรามาจัดสรรเลยว่า ปล่อยน้ำมาจาก ๒-๓ เขื่อนนี้ ได้ประมาณวันละ ๒๒-๒๓ ล้านคิวรวมกันมา ผ่านที่ไหนบ้างครับ ผ่านจังหวัดตาก จังหวัด กำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ มาสู่เขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท ตรงนี้ละท่านจะเห็น ว่าผ่านมาหลายจังหวัด ทุกคนอาชีพทำนาก็สูบน้ำ สูบน้ำสูบไป ส่งมาวันละ ๒๒ ล้านคิว ๗๗๘ ล้านคิวเราหารด้วย ๒๒ เราเหลือน้ำอีก ๓๐ กว่าวันเท่านั้น ถ้าเราเร่งปล่อย แน่นอน น้ำกินน้ำใช้อุปโภคบริโภคไม่มี วันนี้เราตัดสินใจปล่อยมาวันละ ๒๒-๒๓ ล้านคิว ผมบอกแล้ว ปล่อยมา กว่าจะมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท หายไปแล้วกว่าครึ่ง เหลือมาประมาณ ๑๐ ล้านคิว ไม่เกิน ๑๒ ล้านคิว ผมจะลำดับให้เห็นว่าการแบ่งน้ำตรงส่วนเจ้าพระยาชัยนาทนั้นแบ่งอย่างไร ๑. น้ำที่จะไป หล่อเลี้ยงพี่น้องเกษตรกรในภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มด้วยคลอง มอ. ก่อน ซึ่งมีความยาว ๑๐๔ กิโลเมตร ไปจังหวัดสุพรรณบุรีผ่านไปอู่ทอง สายที่ ๒ ล่ะ สายที่ ๒ ก็คือ ลุ่มน้ำท่าจีน สายที่ ๑ วันนี้น้ำไม่มีแม้แต่หยดเดียวเพราะระดับน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไม่ถึง วันนี้ หน้าเขื่อนเจ้าพระยา ๑๓.๔ เมตร ถ้าจะปล่อยน้ำได้ต้อง ๑๕.๕ เมตร ดังนั้น พี่น้องประมาณ เกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ไม่ได้ทำนาเลย ตัดลงมาเป็นแม่น้ำท่าจีนมีความยาว ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร รับน้ำเท่าไรวันนี้ รับน้ำวันละ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คิวบิกเมตร ปล่อยลงมาแม่น้ำท่าจีนมาทิ้งไล่น้ำ ที่นครชัยศรีด้วย นี่ท่านเห็นแล้วนะ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร พอเสร็จแล้ว มาแม่น้ำน้อย แม่น้ำน้อยมีความยาว ๑๒๗ กิโลเมตร มาถึงผักไห่ ผ่านชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง นี่แหละที่เป็นปัญหาของท่าน ส.ส. ลูกหลานทั้ง ๒ คน ที่ชาวบ้านไปร้องแรกแหกกระเชอ ว่าจะต้องเอาน้ำให้ได้ ก็ปล่อยน้ำมาเท่ากับสุพรรณบุรีคือ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คิวบิกเมตรต่อวัน แต่วันนี้มากหน่อยพอมีปัญหาเขาก็ปรับน้ำลดน้ำที่ท่าจีนไปเพิ่มให้อ่างทอง วันนี้เป็น ๑,๖๐๐,๐๐๐ คิวบิกเมตร เพื่อจะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรแล้วก็อุปโภค บริโภค ลำน้ำที่ ๓ ล่ะ ลำน้ำที่ ๓ คือปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อมาดันน้ำเค็มในเขต ปทุมธานี วันละ ๕ ล้านคิวบิกเมตร มาละคราวนี้ถึงคุณละ ชัยนาท สระบุรี ชัยนาท ป่าสัก เส้นนี้เป็นหัวใจตรงนี้ยาวประมาณ ๑๓๔ กิโลเมตร ผ่านนครสวรรค์ ตาคลี ลพบุรี ผ่านหลายจังหวัดกว่าจะไปถึงท่านที่ว่าอยู่ปลายน้ำ จริง วันนี้ปล่อยให้ท่านวันละ ๒ ล้านคิวบิกเมตร ท่านจะเห็นได้เลยว่าน้ำวันละ ๑๐ ล้านคิวบิกเมตร ๕ ล้านคิวบิกเมตร ของเจ้าพระยา ๑.๓-๑.๖ ล้านคิวบิกเมตรของท่าจีน แล้วก็แม่น้ำน้อยของท่านได้ ๒ ล้านคิวบิกเมตร หมดแล้ว ทุกวันนี้หมด มาเท่าไรหมด จะขอร้องให้ข้างบนหยุดเขาไม่ยอม เขาก็บอกว่าเขาก็ทำนาเขาก็เดือดร้อน เอาละเราไม่ว่ากัน ต้องขอทำความเข้าใจกับ เพื่อนสมาชิกแล้วก็พี่น้องชาวไร่ชาวนาภาคกลางทั้งหมดเลย รัฐบาลเป็นห่วงเป็นใยครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านจะพูดทุกวันอังคารเล่าและประเมินสถานการณ์น้ำให้ ครม. ฟัง แล้วให้ ครม. นำไป ปฏิบัติว่าช่วยได้อย่างไร

เอาละผมกลับมาเรื่องนี้ ท่านถามว่าการจัดสรรน้ำเป็นอย่างไร อย่างที่ผมบอก ไปถึงท่านนี่นิดเดียว เพราะ ๑๓๔ กิโลเมตรไปเข้าเขตจังหวัดสระบุรีที่กิโลเมตร ๑๐๘ สระบุรี ได้ใช้น้ำเพียง ๒๕ กิโลเมตร ผมเข้าใจน้ำแค่นี้คนอยู่ปลายน้ำเป็นธรรมดา วันหนึ่ง ปล่อยมา ๒ ล้านคิวบิกเมตร แต่ความจุของคุณวันหนึ่งได้ ๑๘ ล้านคิวบิกเมตร ถ้าปล่อยกัน เต็มที่ไปเลยคลองเส้นนี้ แต่วันนี้คุณได้รับเพียง ๒ ล้านคิวบิกเมตร ต้องเห็นใจ แน่นอนพี่น้อง ชาวนาก็กระวนกระวายว่าจะมีน้ำได้ทำนาหรือไม่ พี่น้องครับวันนี้ทุกคนตระหนักว่าน้ำไม่มี แต่การประเมินสถานการณ์ย้อนหลัง ๓๐ ปีของกรมชลประทานกับกรมอุตุนิยมท่านประกาศ ออกมาชัดเจนว่า ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมฝนทิ้งช่วง แต่จะมีมรสุมเข้าต้นเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน แล้วก็เดือนตุลาคม ท่านยังคุยต่อไปอีกว่าปีนี้อาจจะได้ทำนา ๒ ครั้ง ในขณะครั้งแรกนี่ยังไม่จบ แต่เขาประเมินว่า พายุจะเข้าน้ำจะเต็มเขื่อน แล้วพอเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม จะมีโอกาสทำนาปรังได้ นี่เป็นข้อที่ประเมินกันมา ดังนั้น ที่ท่านองอาจเป็นห่วงเป็นใยถูกต้องครับ ว่าพี่น้องผม จะทำอย่างไร ทำอะไรกิน เพราะน้ำไม่มีนาทำไม่ได้ นาของท่านมีประมาณ ๕๗๐,๐๐๐ ไร่ แต่อยู่ในเขตชลประทานที่ส่งน้ำประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ไร่ วันนี้นาบ้านท่านทำไปแล้ว ๖๐,๐๐๐ ไร่ วันนี้ผมก็บอกกรมชลประทานไปว่า ๖๐,๐๐๐ ไร่ที่เขาทำไปแล้วให้องอาจไปดูสิ ถ้าอยากจะได้สูบน้ำผมจะส่งไปให้เลย สูบจากแม่น้ำส่งขึ้นไป สูบกี่ตัว ๑๐ ตัว ๒๐ ตัวผมให้ นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ทำไปแล้ว พืชสวนได้เรายินดีที่จะไปสูบน้ำและออกค่าน้ำมันให้ด้วย ท่านไม่ต้องออกค่าน้ำมัน เอาสูบไปตั้งช่วย เพราะบ้านท่านมีพืชไร่มากที่สุด พื้นที่ของท่าน ๒,๑๐๐,๐๐๐ ไร่มีข้าวเพียง ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ นอกนั้นเป็นพืชไร่ ดังนั้น ท่านขอมาเลย หลังจากที่กระทู้เสร็จท่านมาเจอผมข้างหลัง บอกขอสูบน้ำเลย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมจัดให้เลย วันนี้ เรื่องน้ำพี่น้องเข้าใจแล้วมีอยู่แค่นี้