บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือบทบาทของ สสส. ในการใช้ภาษีเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เน้นย้ำความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมเสนอให้เพิ่มมิติจิตวิญญาณและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของจิตอาสาเพื่อสร้างสังคมรอบรู้สุขภาพอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธาน เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และท่าน ผู้ชี้แจงจาก สสส. อภิปรายตั้งข้อสังเกตประกอบร่างรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.
ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุน สสส. จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พุทธศักราช ๒๕๔๔ สมัยที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานรัฐสภา ท่านชวน หลีกภัย ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ นะครับ ต่อมาในปี ๒๕๕๒ คือเมื่อ ๑๑ ปีที่แล้ว ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอประทานโทษที่เอ่ย นามท่าน ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านเป็นผู้นำองค์กร ที่สนับสนุนการไม่สูบบุหรี่ แล้วก็บริหารจัดการจนได้ผล ก็สืบเนื่องมาจากเรื่อง สสส. นี้ด้วย ท่านไปรับรางวัลที่องค์การอนามัยโลก แล้วก็ในปีนี้เอง ปี ๒๕๖๓ ในวันงดสูบบุหรี่โลกนั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้รับรางวัลการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่โลก ด้วยเช่นเดียวกัน ไปรับรางวัลที่องค์การอนามัยโลก พร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ ซึ่งท่านดูแลการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้คนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ล้วนแต่เป็นผลงาน ที่ทางองค์การอนามัยโลกประจักษ์ว่าประเทศไทยมีกองทุนที่ตั้งได้ยาก เพราะว่าประเทศ ใหญ่ ๆ นั้นบริษัทที่ผลิตบุหรี่มีอิทธิพลมาก การที่จะมีกองทุนที่นำภาษีบาปจากการขายสุรา การขายบุหรี่ นำมาตั้งเป็นกองทุนแล้วย้อนกลับไปรณรงค์เพื่อให้คนลดการบริโภค อาจจะงด ไม่ได้หมดทั้งสิ้น แต่ลดการหยุดยั้งหรือลดการบริโภคบุหรี่ สุรา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ อนาคตความหวานก็จะต้องได้หักเป็นความภาษีความหวาน เพราะว่าเดี๋ยวนี้คนเป็น เบาหวานเป็นโรคอ้วนเยอะเหลือเกิน ภาษีความเค็มต่าง ๆ วิวัฒนาการต่าง ๆ เหล่านี้จะ ทยอยเข้ามา เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้เครื่องดื่มต่าง ๆ ความหวานลดลง ความเค็ม ลดลง ต่าง ๆ นี้ก็จะเป็นวิวัฒนาการไปในอนาคต เพราะฉะนั้น สสส. ก็จะต้องรับภาระในการ นำภาษีบาป ภาษีที่เป็นความเสี่ยงทางสุขภาพต่าง ๆ เหล่านี้มาบริหารจัดการ เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะให้ความเสี่ยงสุขภาพนั้นลดลง เพราะเมื่อความเสี่ยงสุขภาพมีมากขึ้นค่าใช้จ่าย ในการรักษามันไม่ใช่เป็นระดับ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันท่านได้รับเม็ดเงินภาษีประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดอนาคตขายสุรา ขายบุหรี่ไม่ได้ ท่านอาจจะได้ไม่ถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่เป็นอะไร ก็คนไม่เสี่ยงแล้ว แต่ว่าที่ผ่านมามันก็ลดมาได้ระดับหนึ่งแล้วมันก็ไปไม่เป็น ทีนี้ค่อนข้างจะไปไม่เป็น เหมือนประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางไปไม่เป็นจนจะต้องทำ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่นอีอีซี (EEC) เป็นต้น ผมจะไม่ลงรายละเอียดอื่น ๆ แต่ว่าองค์กร สสส. นี่เมื่อนำไปทำให้เกิดประโยชน์เรื่องของกองทุนไม่ควรที่จะเป็นคนทำเอง ถ้าองค์กรไหนถือเงินองค์กรนั้นก็ไม่ควรจะทำเอง อันนี้ถือเป็นหลัก เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ได้หารือในสภาอภิปรายในสภาว่าองค์กร หรือหน่วยงานหน่วยรับงบประมาณที่มีเงินนอกงบประมาณปัจจุบันมีเงินจำนวน ล้านล้านบาทที่หามาได้แล้วก็จ่ายไป หามาได้แล้วจ่ายไปไม่ผ่านสภาแห่งนี้ นาน ๆ ไป องค์กรเหล่านี้จะไม่ทันสมัยแล้วเพราะฉะนั้นกฎหมาย สสส. มีเพื่อนสมาชิกหลายคนคุยกันว่า เราจะต้องแก้ไขบางมาตรา แผนการใช้เงินของท่านในปีต่อไปท่านต้องมาดีเฟนด์ (Defend) กับสภา สภาก็จะต้องมีโอกาสที่จะได้ติติงต่าง ๆ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมก็ฝากท่านว่า ท่านอย่าได้เสี่ยงที่จะให้คนที่มีความไม่โปร่งใส ไม่มีธรรมาภิบาลเข้ามาใกล้ตัว สสส. เพราะว่า นอกจากท่านทำโครงการเองไม่ได้ท่านก็ไม่ควรแม้กระทั่งมีเถยจิต แม้กระทั่งฮิดเดน อะเจนดา (Hidden Agenda) ที่จะไปหวังผลประโยชน์ทับซ้อนในเงินงบประมาณนี้ เพราะท่านใช้งบประมาณโดยที่ท่านรับอำนาจของประชาชนไป เป็นเงินภาษี ท่านต้องคิดถึง ตรงนี้ให้จงหนักเลย องค์กรท่านกำลังมาสวย ๆ ถ้ามีคนร้องเรียนเรื่องทางนี้ท่านจะไปไม่เป็น เลยครับ เรื่องของการบริหารความเสี่ยง เรื่องชื่อเสียงมันเป็นเรื่องสำคัญมาก ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านกำชับเรื่องนี้กับผู้แทนราษฎรในยุคสมัยนี้มากว่า เราต้องเป็นตัวอย่าง แล้วเราต้องโปร่งใส การโปร่งใสในความหมายนั้นก็คือว่าต้องให้ ตรวจสอบทานย้อนกลับได้ มีส่วนร่วมเยอะ ๆ แล้วก็มีความโปร่งใสเยอะ ๆ แล้วก็สัมฤทธิผล วัดได้ อย่างคนสูบบุหรี่วัดกี่ปี ๆ ก็เท่าเดิม คนไม่ชมแล้ว เพราะฉะนั้นท่านจะต้องทำอย่างไร ผมฝากหลักซึ่งฝากมาทุกปี คือหลักว่าจะต้องมีความรอบรู้ในเรื่องสุขภาพ ความรอบรู้ในเรื่อง สุขภาพมี ๔ อย่าง อย่างที่ ๑ ก็คือท่านต้องให้ประชาชนรู้จริง เดี๋ยวนี้มันเฟกนิวส์ (Fake news) เยอะ ข่าวลวงเยอะ ต้องรู้จริง ท่านต้องมีองค์กรแก้ข่าว ท่านไม่ได้ทำเอง ท่านต้องไป ให้กรมอนามัยทำ ท่านจะต้องเอาศูนย์ต้านข่าวลวงของกระทรวงดิจิทัล (Digital) ท่านก็ต้อง ไปอุดหนุนเขาบ้าง อุดหนุนกรมอนามัยนี้ต้องอดหนุนเยอะ ๆ เพราะท่านทำงานซ้ำซ้อนกับ กรมอนามัย กรมอนามัยได้งบประมาณน้อยกว่างบของท่านอีก แล้วก็มีคนจำนวนไม่ใช่น้อย ว่าท่านทำงานซ้ำซ้อนกับกรมอนามัย เพราะฉะนั้นท่านอุดหนุนกรมอนามัยไปเลย เพราะว่า เขาเป็นหน่วยงานทำงาน แล้วเขามีแขนขา มีเครือข่าย มีสุขภาพเขต ลงไปจนถึง รพ.สต. กรมอนามัยท่านต้องอุดหนุนเขา ท่านอย่าแย่งแข่งกับเขา แล้วก็ไปสร้างเครือข่ายแข่งกับเขา ส่วนหนึ่งก็ต้องให้กรมอนามัย เมื่อมีโควิด (COVID) มาท่านต้องให้กรมควบคุมโรคด้วย เพราะกรมควบคุมโรคต้องทำนิวนอร์มัล (New normal) เขาทำควบคู่กับกรมอนามัย ถ้าคนไม่สูบบุหรี่ แต่ว่าบาดเจ็บล้มตายเหมือนกับประเทศที่เจริญแต่ทางวัตถุ แต่ว่าอาจจะ ไม่เจริญทางด้านสาธารณสุขเหมือนประเทศเรา มันก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ท่านต้องให้เขา เรื่องที่ ๑ มีความรู้ที่ถูกต้อง ตรง ต้องแก้ข่าวทุกวัน เรื่องที่ ๒ ท่านต้องใช้วิชา ครุศาสตร์ วิชาครู ทำให้ความรู้ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดตามโซเชียล (Social) ให้เขามีความ ตระหนัก อย่างเช่น ช่วงโควิด (COVID) จะพูดว่าตระหนักแต่อย่าตระหนก คำว่า ตระหนก คือตกใจ จิตใจฟุ้งซ่าน ไม่มีสมาธิ ไม่เกิดปัญญา ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เมื่อรู้ว่าสูบบุหรี่ไม่ดี คนรู้กันทั่ว สอนลูกสอนหลานให้หยุดบุหรี่ แต่ตัวเองก็สูบ อันนี้เขาเรียกว่า มีความรู้ แต่ไม่มี ความตระหนัก แล้วก็เมื่อตระหนักแล้วต้องปฏิบัติได้จริงจึงจะถือว่าได้ผล คนรู้ แล้วก็ คนตระหนัก แต่ถึงเวลาก็ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ไม่มีสมาธิเพียงพอ ทำไม่ได้
อันสุดท้าย เราอยู่ในราชการปัจจุบันท่านเน้นมากเรื่องจิตอาสา เมื่อรู้แล้ว ปฏิบัติได้แล้ว ตระหนักแล้ว ปฏิบัติได้แล้ว ต้องมีจิตใจจิตอาสาอยากจะบอกต่อให้ คนรอบข้าง บอกลูกบอกหลาน บอกครอบครัว บอกญาติ บอกเพื่อนร่วมงานรอบข้าง ให้ทำตาม แบบนี้ระบบมันจะหมุนไปเป็นแบบวงจรอริยสัจ ๔ คือวงจรที่ไปสู่นิโรธวาร นิโรธวารก็คือไปสู่ที่นิโรธก็คือว่าไปสำเร็จ แต่ถ้าเกิดไม่ทำอย่างนี้มันจะมาสมุทยวาร มาทาง สมุทัย เพราะฉะนั้นผมก็นำเรียนท่านว่าถ้าท่านไม่คุ้นชินกับภาษาที่ผมพูด ท่านไปใช้ คำภาษาอังกฤษว่าเคเอพี (KAP) โนว์เลดจ์ (Knowledge) ก็คือมีความรู้ รู้จริง รู้ถูกต้อง แอตทิจูด (Attitude) คือทัศนคติที่ถูกต้องคือความตระหนักนั่นละ และแพร็กทิซ (Practice) ก็คือทำได้จริง แต่ขอเพิ่มตัวเอส (S) เข้าไปอีกตัวคือสปิริชวล (Spiritual) เราอยู่ใน ประเทศไทย ประเทศไทยเห็นไหมครับ มีวิกฤติขึ้นมาทุกคนมีสปิริชวล (Spiritual) ให้ของนี่ ก็บุญเต็ม ๑๐ แต่ถ้าให้สติปัญญาให้เขาได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วเขามีความปลอดภัยนี่ เหมือนกับให้ทาน ก็คือเป็นวิทยาทานนั่นเอง ก็ฝากสิ่งต่าง ๆ ให้ท่านได้นำไปประยุกต์ใช้ สำหรับองค์กรของท่าน ผมได้อภิปรายเข้าข้าง สสส. ไว้ในคราวที่ สตง. มารายงานประจำปี ว่า สสส. รายงานงบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชี แล้วก็ สตง. ชี้แจงไปแล้วเขาไม่ให้ ท่านตอบ แต่ว่า สตง. เวลากรมบัญชีกลางตรวจ เขาชี้แจงกลับไป ชี้แจงกลับมาหลายที ผมบอกว่าถ้า สตง. ตรวจ สสส. ให้ สสส. ได้ชี้แจงด้วย ไม่อย่างนั้นการเขียนบันทึกในรายงาน งบการเงินทำให้ท่านมีตำหนิ ผมได้บอกท่านแล้ว เพราะฉะนั้นท่านก็สร้างความโปร่งใส ให้องค์กรของท่าน ให้น่าเชื่อถือ แล้วก็เป็นที่พึ่งของสังคมไทย ให้พี่น้องประชาชนมีความ รอบรู้ทางสุขภาพ แถมภาษาอังกฤษอีกคำก็ได้ บี เฮลท์ ลิเทอเรซี (Be Health literacy) ก็คือว่ารอบรู้สุขภาพ อะไร ๆ เดี๋ยวนี้ต้องลิเทอเรซี (Literacy) ดิจิทัล (Digital) ก็ต้องดิจิทัล ลิเทอเรซี (Digital literacy) มีเซ็กชวล (Sexual) มีเพศศึกษาต้องมีเซ็กชวล ลิเทอเรซี (Sexual literacy) ต้องรู้จนกระทั่งปฏิบัติได้ รู้จริง แล้วก็บอกต่อได้ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ