สุปรีดา อดุลยานนท์ ชี้แจงบทบาทของ สสส. ในการเป็นแรงผลักดันด้านนโยบายและนวัตกรรมสุขภาพภายใต้งบประมาณที่จำกัด โดยเน้นการสร้างต้นแบบ ขยายผลผ่านเครือข่าย ศูนย์เรียนรู้ และการสื่อสารอย่างมีเป้าหมาย พร้อมย้ำการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล ไม่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า และเร่งขับเคลื่อนแผนลดอันตรายจากแอลกอฮอล์อย่างเป็นระบบ รวมถึงการปรับตัวทันสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 มลพิษทางอากาศ หรือความท้าทายในยุคดิจิทัล เช่น อีสปอร์ตและเฟกนิวส์ โดยเน้นการดูแลสุขภาวะเด็กและปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ขอบพระคุณอย่างสูง โดยเฉพาะ ๑๔ ท่านที่ได้อภิปรายให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะต่อ สสส. ที่จริงยังมีอีกหลายท่านในนี้เองที่ช่วย สสส. มาตั้งแต่ตอนก่อตั้ง ร่วมทำงาน แล้วก็ร่วมสนับสนุนกันมาโดยตลอด ในหลาย ๆ ส่วนก็เป็นคำถามอยู่บ้าง ที่ขอใช้ โอกาสพยายามจะให้สั้นที่สุดในการชี้แจงอย่างสั้น ๆ นะครับ
อย่างแรกบทบาท สสส. เองอาจจะมี ส.ส. หลายท่านไม่ถึงกับกระจ่างนักว่า สสส. เป็นใคร ทำอะไร มีอำนาจอะไร แล้วก็ทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานต่าง ๆ หรือไม่ เปิดดูไปในรายงานทุกเรื่องจะมีกรม มีกอง มีหน่วยงานต่าง ๆ รับผิดชอบอยู่ทั้งนั้นละครับ ไม่มีเรื่องไหนไม่มีใครไม่รับผิดชอบนะครับ แต่ สสส. เองโดย พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ ๒๕๔๔ ชื่อบอกเลยครับว่าเราเป็นกองทุน กองทุนคือมีเงินรายได้ ที่มาจากภาษีนำเข้าแล้วก็ผลิตของสุรา ยาสูบ ในอัตรา ๒ เปอร์เซ็นต์ของที่กรมสรรพสามิตเก็บ ส่วนที่ ๒ คือสนับสนุนครับ บทบาท สสส. หลักคือการสนับสนุน ซึ่งถ้าขยายคำว่าสนับสนุน อย่างที่ท่าน ส.ส. ได้ช่วยขยายเมื่อสักครู่ก็คือเราจุดประกาย กระตุ้น สาน และเสริมพลัง ส่วนนี้คือบทบาทของเราซึ่งอาจจะเรียกกันว่าน้ำมันหล่อลื่นก็ดี หรือบางคนเรียกว่าแคทาลีสต์ (Catalyst) ฉะนั้นเราไม่ไปทำงานซ้ำครับ ทุนที่สนับสนุนหน่วยราชการก็ไปเติมในส่วนที่ขาด ในขณะนั้นเพื่อให้เขาทำงานได้ต่อไป อย่างที่ท่านนิกรยกตัวอย่างว่าเมื่อเริ่มจะตรวจเมาแล้ว ขับปีแรก งบประมาณในการซื้ออุปกรณ์ตั้งต้นไม่มี เราอาจจะต้องเริ่มก่อน แต่หลังจากนั้น จนถึงทุกวันนี้งบประมาณปกติสามารถเข้าไปทำงานได้ สสส. ก็ไม่ได้ไปยุ่งกับส่วนนั้นอีกนะครับ
แต่อย่างไรก็ตาม สสส. เอง กองทุนที่ว่าดูหลักพันล้าน แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าคิดถึงค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ลงทุนเพื่อให้บริการก็ดี หรือว่าทำงานด้านสุขภาพให้คนไทยก็ดี งบประมาณ สสส. เท่ากับ ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายภาครัฐด้านสุขภาพนะครับ ฉะนั้น ด้วยเงินที่สัดส่วนเล็กขนาดนี้ สสส. เองจะไม่ไปทำงานซ้ำหรือไม่ไปทำงานพื้นฐาน คืองานบริการ ท่านอาจจะไม่เห็นงานที่ สสส. ไปให้บริการพื้นฐาน เราให้บริการรูทีน (Routine) ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกตำบล อย่างนั้นเป็นต้นนะครับ ด้วยสัดส่วน งบประมาณ ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ถ้าไปทำงานอย่างนั้นจะไม่พอแน่เลยนะครับ แล้วคงทำได้ ไม่กี่อย่าง เราเลยไม่ได้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เลยเป็นน้ำมันหล่อลื่นนะครับ ทำงานอย่างไร ท่านมานพได้ใช้คำของท่าน ซึ่งแสดงความเข้าใจเราดีเลยครับ ท่านใช้คำว่าเราช่วยเรื่อง ยกระดับความรู้ แล้วก็ไปทำให้เกิดหุ้นส่วนการพัฒนา ที่เราเรียกว่าผู้รับทุนอะไรต่าง ๆ นี่ สสส. เราเรียกว่าภาคี คือเพื่อนที่ร่วมทำงานกัน แล้วก็อีกส่วนหนึ่งคือเราไปสร้างนวัตกรรม สร้างต้นแบบ แล้วเราก็หวังจะขยายผลให้มากที่สุด การขยายผลหรือตัวคูณ ถ้าต้นแบบเรา คือตัวตั้ง ตัวคูณก็มีหลายอย่าง อย่างแรกคือเรื่องการสื่อสารที่หลาย ๆ ท่าน ขอบคุณที่ชมว่า เราทำได้ดีนะครับ ตรงนั้นเองก็สื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างไป อีกส่วนหนึ่งคือการตั้งเป็น ศูนย์เรียนรู้ ในต้นแบบนั้นนำไปสู่การเรียนรู้ของคนต่าง ๆ ที่ขยายวงไป อีกส่วนหนึ่งคือ ผ่านนโยบายครับ บางเรื่องถ้าทำต้นแบบสำเร็จนโยบายสั่งการต่อไปก็กว้างขวางนะครับ อย่างเช่นเราพูดถึงกองทุนที่ช่วยผู้พิการให้มีชีวิต ใช้ไม้เท้าขาวออกจากบ้านได้ ต้นแบบไม่กี่ที่ ที่เราทำขยายไปสู่สิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วก็ขยายไปทั่วเป็นต้น ฉะนั้น เราทำต้นแบบแล้วก็ขยายนะครับ ขณะเดียวกันในวงจรหลักของการทำงานเรื่องใหญ่ ๆ เราจะเป็นน้ำมันหล่อลื่น เราจะวิเคราะห์ว่าจุดไหนที่เราจะเป็นแคทาไลซ์ (Catalyze) แล้วจะทำให้ภาพใหญ่เคลื่อนได้ ฉะนั้น งานต่าง ๆ เราไม่ได้ทำตามลำพัง เราพูดถึงแผนชาติหน่อยก็ได้นะครับ ยุทธศาสตร์ ด้านบุหรี่ ด้านเหล้า ท่านถามว่าทำไม สสส. ถึงไม่หนุนบุหรี่ไฟฟ้า ที่จริงไม่ใช่แต่ สสส. ยุทธศาสตร์เรื่องบุหรี่ คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ได้ตกลงชัดเจนว่าท่าทีทางวิชาการ อยู่ตรงไหน เราก็ตามนั้น หรือยุทธศาสตร์ของการที่จะทำให้คนไทยลด ละ เลิก ดื่มแอลกอฮอล์ น้อยลงจนลดอันตรายของการบริโภคก็มีหลายยุทธศาสตร์ หนึ่งในนั้นคือการบังคับใช้ กฎหมายที่มีอยู่ซึ่งก็ออกจากสภา แล้วก็ในการบังคับใช้นั้นถ้ามีกลไกที่ยังขาดเราก็เข้าไปหนุน สสส. ทำงานโดยมีแผนครับ เรามีแผน ๑๐ ปีที่จะมองอนาคตข้างหน้าอย่างที่ท่านแนะนำ เพราะว่าเราดูกันปีต่อปีมันก็จะไม่กว้างไกล เราก็ทอนมาเป็นแผน ๓ ปี เป็นแผนระยะกลาง แล้วก็ก่อนจะทำแผนทุกปี รายละเอียดของการวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาว่าสถานการณ์ อยู่ตรงไหน ต้องการการขับเคลื่อนด้วยวิธีไหน ตรงไหนยังเป็นช่องว่างอยู่ ตรงไหนดีแล้ว จะอยู่ในเอกสารอีกเล่มหนึ่ง ซึ่งใน พ.ร.บ. สสส. จะมีรายงาน ๒ เล่มที่เราต้องทำ เล่มแรกคือ เล่มแผน ซึ่งในนั้นจะวิเคราะห์สิ่งที่เราจะทำและตัดสินใจที่จะสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ ในเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดครับ แต่ในเล่มนี้อาจจะขาดส่วนละนิดละหน่อย เพราะว่าเป็นเล่มที่ ๒ คือเป็นเล่มผลงานประจำปี ในแผนที่ออกมาแล้วกระบวนการของเรา เรามีกระบวนการ ที่พัฒนามาตลอด ๑๐ กว่าปี ที่บอกว่าเป็นต้นแบบของหลายองค์กรในประเทศก็ดี ต่างประเทศก็ดี มาดูอยู่เรื่องของการที่จะเรียกว่าแกรนติง (Granting) ก็ได้ หรือการสนับสนุนทุน การกำกับติดตาม แล้วก็การประเมินผล ซึ่งส่วนนี้เรามีรายละเอียดที่จะชี้แจงได้ และมี ผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องในการตัดสินใจต่าง ๆ อาจจะต้องใช้ว่าหลักพันคนนะครับ ไม่ใช่การ ตัดสินใจโดยผู้บริหารกลุ่มเล็ก ๆ
ในสิ่งที่ควบคู่ไปในกระบวนการนี้อย่างที่ทุกท่านฝากมาคือเรื่องธรรมาภิบาล ในรายงาน สสส. อาจจะเล่าถึงเรื่องนี้สั้น ๆ แต่ว่าในความเป็นจริงในกรอบทั้ง ๖ เรื่อง เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องของความรับผิดรับชอบ หรือแอกเคานต์เทบิลิตี (Accountability) เรื่องของพาร์ติซิเพชัน (Participation) การมีส่วนร่วม เรื่องของ ความโปร่งใส เรื่องของหลักนิติธรรม แล้วก็เรื่องของอินเทกริตี (Integrity) หรือความซื่อตรง ไม่เป็นแค่กรอบนิยาม ทั้งหมดถูกแปลงเป็นตัวชี้วัดครับ เพราะฉะนั้น สสส. มีชุดตัวชี้วัด ๒ ชุด ชุดแรกวัดการบรรลุผลสัมฤทธิ์ของงาน อีกชุดหนึ่งคือวัดธรรมาภิบาลเลยครับ ตัวชี้วัดนี้ ๑๐๐ กว่าตัวที่ออกมาเป็น ๖ ด้านนี้ แล้วก็ให้คะแนนทุกปีครับ คะแนนเราโดยรวม ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามการปรับปรุงตัว แต่ว่าบางปีบางด้านก็ดรอป (Drop) ลงไปบ้าง ซึ่งเรา ก็จะเอาไปปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป
ในการกระจายทุนอย่างที่บอกครับ เมื่อเรากระจายไม่ได้หมดเราก็คงจะต้อง กระจายตามยุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นเราจะหนุนภาคีเชิงยุทธศาสตร์ที่จะทำให้เรื่องของ ประเทศขับเคลื่อนเป็นหลัก คือทุกภาคส่วนเลยนะครับ ส่วนราชการที่ไม่ไปซ้ำซ้อน กับงานรูทีน (Routine) เราก็ทำนะครับ เป็นงานเชิงยุทธศาสตร์
เรื่องขององค์กรสาธารณประโยชน์ ที่จริงคำนี้เป็นคำตาม พ.ร.บ. แพ่ง และพาณิชย์นะครับ เราใช้ตาม ความเป็นจริงก็คือองค์กรที่ทำประโยชน์สาธารณะที่ไม่ใช่ ราชการ ไม่ใช่รัฐ ซึ่งจริง ๆ เป็นคำกว้าง ซึ่งรวมเอามูลนิธิอยู่ในนี้ด้วย สมาคมและอื่น ๆ ในรายละเอียดจริง ๆ ของ สสส. ที่สนับสนุนในกลุ่มนี้ก็จะเป็นมูลนิธิเสีย ๗๘ เปอร์เซ็นต์
ในเรื่องของพื้นที่ เราเองเลือกพื้นที่ที่มีโพเทนเชียล (Potential) หรือมี ศักยภาพเป็นศูนย์เรียนรู้และช่วยขยายต่อ อย่างที่เราพูดตามยุทธศาสตร์นะครับ เราสร้าง ต้นแบบที่มีศักยภาพที่จะขยายต่อเป็นศูนย์เรียนรู้ของที่อื่น ๆ ก็เป็นสิ่งแรก ๆ ขณะเดียวกัน เราก็ดูแลพื้นที่ที่คิดว่าเปราะบาง หรือชายขอบ หรือที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษด้วย นะครับ ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. จาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ทักว่าเราเลือกตาม ความปลอดภัยหรือเปล่า คือถ้าไม่ปลอดภัยก็ไม่ไป ไม่ใช่นะครับ เราพยายามจะไป ยกตัวอย่างตำบลสุขภาวะ ซึ่งปัจจุบัน สสส. ทำงานอยู่ ๓,๑๙๒ ตำบล ยังไม่ได้ทั่วประเทศ อย่างที่ท่านกิตติศักดิ์หวัง แต่ว่า ๔๐.๖ เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนนี้เองภาคใต้อยู่ที่จังหวัดยะลา ๓๔ ตำบล จังหวัดปัตตานี ๔๔ ตำบล จังหวัดนราธิวาส ๔๙ ตำบล รวม ๑๒๗ ตำบลที่ทำงาน อยู่ในหลาย ๆ ด้าน มัสยิดเหมือนกันปีนี้อาจจะรายงาน ๕๐ มัสยิดที่ทำงาน แต่ว่าเป็นงาน ใหม่ของปีนี้ครับ แต่จริง ๆ ถ้าสะสมงานที่เราทำในมัสยิดต่าง ๆ ปัจจุบันเราทำงานกับมัสยิด สุขภาวะด้านต่าง ๆ อยู่ ๙๕๙ แห่งครับ
มีคำแนะนำต่าง ๆ อีกมาก ผมไม่แน่ใจว่าจะตอบได้หมด ขอน้อมรับเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นด้านสุขภาวะทางเพศ นิยามของความหลากหลายทางเพศที่เราใช้ ในการสื่อสาร และเป็นหนึ่งในผลงานเด่นที่เราพูดถึง เรากระจายไปในการศึกษาทั่วประเทศ ด้วยนะครับ เป็นนิยามร่วมสมัยของสากลปัจจุบัน แล้วเราก็ร่วมผลักดันด้วยนะครับ
แล้วก็ในเรื่องของภัยพิบัติหมอกควันนะครับ โจทย์เราอยู่ที่มลพิษทางอากาศ ซึ่งตอนนี้เป็นโจทย์สูง เป็นปัจจัยเสี่ยงเลื่อนลำดับมาเป็นตัวต้น ๆ ของประเทศ เราทำอยู่นะครับ อย่างกลุ่มสภาลมหายใจเชียงใหม่เราเข้าไปร่วมเป็นหุ้นส่วนทำงานอยู่ตรงนั้น แต่อย่างที่ว่า ภัยมลพิษทางอากาศนี้หลากหลายสาเหตุในต่างพื้นที่ โจทย์ไม่เหมือนกันเลยทั้งประเทศ เราจะพยายามทำเรื่องนี้ให้มากขึ้นต่อไปนะครับ
เรื่องของอีสปอร์ต (e-Sport) เอง อยู่ในส่วนที่เราทำงานเรื่องของปัญหา ในดิจิทัล (Digital) ของเด็กในปัจจุบัน ซึ่งการรู้เท่าทันก็ดี การติดเกมก็ดี เป็นส่วนที่เรา ต้องช่วยดูแล แต่ถ้าหากอีสปอร์ต (e-Sport) ที่สามารถจะดำเนินไปได้โดยไม่กระทบต่อ เรื่องสุขภาวะนี่เราไม่ได้ค้านโดยเด็ดขาดหมดนะครับ แต่ว่ามีความรู้จากสายสุขภาพว่า ถ้าจะมีควรจะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ เป็นต้น ทำนองเดียวกับเรื่องสุราก้าวหน้า หัวใจของเราตาม พ.ร.บ. เขียนไว้เลยครับ ลด ละ เลิก การบริโภคแอลกอฮอล์ของคนไทย อย่างไรก็เป็นหน้าที่เรานะครับ แต่มันไม่สำคัญว่าจะผูกขาด เพราะถ้าผูกขาดไปยิ่งทำให้ ปัญหาแย่นะครับ ฉะนั้น การกระจายก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ต้องไม่กระจาย มากไปจนกระทั่งกลายเป็นตัวไปเสริม หลักเราอยู่แถว ๆ นั้นนะครับ
เรื่องของเฟกนิวส์ (Fake news) มีงานส่วนนี้กำลังทำอยู่ เรื่องการสื่อสาร ที่หลายท่านบอกว่าเราทำได้ดีอยู่แต่ทำน้อยไปไหม ก็ไม่น้อยลงนะครับ ยังเข้ม แล้วก็พยายาม จะให้มีคุณภาพเท่าเดิม เพียงแต่ว่าสื่อในปัจจุบันเริ่มเคลื่อนจากสื่อมวลชนมาหาโซเชียล มีเดีย (Social media) มากขึ้นนะครับ อาจจะไม่กระทบตาทุกคนพร้อมกัน แต่กระจายไปใน กลุ่มโซเชียล (Social) ต่าง ๆ การเห็นร่วมดูจะลดลงไป ก็เข้าใจนะครับ
ในปีนี้เองหรือเรื่องจิตอาสาเป็นต้น เรื่องโควิด (COVID) สสส. ปรับแผนปีนี้แล้ว ไม่มีอยู่ในแผนตอนต้นปี แต่เมื่อปีใหม่พอเกิดขึ้นเราปรับแผนทั้งหมด ท่านอาจจะเห็นไทยรู้ สู้โควิด (COVID) เห็นคำนี้อยู่บ้าง เราเข้าไปร่วมในการสื่อสารหลักกับทางกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็โฟกัส พอยต์ (Focus point) ของ ศบค. ในการที่จะกระตุ้นให้คนเห็นปัญหา และเห็น ปัญหาแล้วส่วนที่ตระหนกเกินไปเราก็มีการดูแลเรื่องสติกมะไทซ์ (Stigmatize) เรื่องการที่ ตีตราอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ตอนนี้เรากำลังเคลื่อนเข้าสู่จุดชีวิตวิถีใหม่ เราช่วยพัฒนาคู่มือก็ดี การประสานในการที่เราจะมีชีวิตวิถีใหม่ที่ปลอดภัยด้วยนะครับ แต่ขณะเดียวกันก็ยัง เคลื่อนได้นะครับ ที่เหลือผมขอน้อมรับสิ่งที่ทุกท่านได้แนะนำมา แล้วก็สัญญาว่าจะเอาไป ปรับปรุงอย่างจริงจัง สสส. ปีนี้กำลังจะเริ่มต้นการวางแผน ๑๐ ปีข้างหน้าต่อไป ข้อคิด ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของท่านเราจะเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบพระคุณมากครับ