กิตติศักดิ์ เสนอ สสส. เปลี่ยนวิธีคิดเป็นองค์กรนำร่องตำบล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เสนอให้ สสส. เปลี่ยนวิธีคิดจากภาคีเครือข่ายเป็นองค์กรนำร่องระดับตำบล เพื่อสร้างเครือข่ายสุขภาพที่ครอบคลุมทุกมิติและเชื่อมโยงกับกองทุนสุขภาพตำบล

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้จะมาอภิปรายเกี่ยวกับรายงานของ สสส. ประจำปี ๒๕๖๒ นะครับ ก่อนอื่นต้องนำเรียนว่าผมก็เป็นเครือข่ายหนึ่งในอดีตนะครับ ผมเป็นนายกเทศมนตรี เมืองมหาสารคามมา ๑๐ ปีนะครับ เมื่อปี ๒๕๕๑ ผมเป็นนายกเทศมนตรีครั้งแรก ผมคิดเลยว่าผมจะทำสงกรานต์ปลอดเหล้า ก็ไปหา ส.ส. เพื่อจะเอางบประมาณส่วนหนึ่ง มาใช้กับเทศบาล ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่งดงามนะครับ เพราะว่าสงกรานต์แต่ก่อนมีปัญหา เรื่องของการทะเลาะวิวาท มีปัญหาเรื่องสุรา มีปัญหาเรื่องของการละเมิดสิทธิของคนอื่น ซึ่งเราก็ทำเรียกว่าประเพณีปลอดเหล้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ลอยกระทง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมหกรรมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบุญบั้งไฟ ซึ่งแต่ก่อนนี้เทศบาลเมืองมหาสารคามเราไม่เคยเป็นภาคีเครือข่ายของ สสส. แล้วก็ทำเรื่อง ปลอดเหล้าเลย แต่หลังจากที่เราทำเรื่องปลอดเหล้าแล้วก็พบว่าสิ่งที่เราทำมาถูกทางแล้ว คือว่างานแต่ก่อนที่มีการทะเลาะวิวาทก็หายไป เรื่องของการจะไปประพฤติผิดกับผู้อื่น ก็หายไป แล้วก็คนไปเที่ยวงานก็สบายใจ ลูกหลานไปสงกรานต์ก็สบายใจ นี่คือสิ่งที่ผมได้รับ ประสบการณ์จากทาง สสส. แล้วก็คนที่ทำงานร่วมกันก็ยังเป็นกัลยาณมิตรที่ทำงาน สิ่งดี ๆ ร่วมกันจนถึงปัจจุบันนะครับ ซึ่ง ๑๘ ปีของ สสส. จากรายงานนี้งบประมาณ ๔,๕๖๐ ล้านบาทในปี ๒๕๖๒ ๒,๙๔๗ โครงการ ภาคีเครือข่ายที่รับทุน ๓๑๕ เครือข่าย เมื่อคืนผมอ่านรายงานแล้วผมนั่งคิดนะครับว่าทำอย่างไรจะใช้เงินภาษีของประชาชน ของ สสส. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมก็ไปวิเคราะห์นะครับว่า สสส. ในส่วนดีที่ท่านตกผลึก เรียกว่าองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ในการที่จะทำให้ส่งเสริมสุขภาพท่านก็ทำมาดีส่วนหนึ่งแล้ว แต่ปัญหาที่ผมได้นั่งคิดก็คือที่ท่านบอกว่า เงินนี้มันเป็นเหมือนน้ำมันหล่อลื่นที่จะทำให้ ขยับเขยื้อนสิ่งที่งดงามที่จะส่งเสริมสุขภาพให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน แต่น้ำมันหล่อลื่นนี้ ผมดูแล้วมันไม่ครอบคลุมนะครับท่าน ก็คือว่าองค์กรบางองค์กรเช่นเทศบาลปลอดเหล้านี่ ผมไปเป็นทั้งเรียกว่าวิทยากร ผมยังเคยมาแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ นะครับ และท่านรัฐมนตรี ก็มีภาคีเครือข่าย ๑๐ กว่าภาคีเครือข่ายไป ๒๐ ๓๐ ทำอย่างไรเราจะทำให้เกิดครอบคลุม ทั้งประเทศไทย ทั้ง ๗,๐๐๐ กว่าตำบล นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเราทำดีมา ๑๘ ปีแล้วเรามาตกผลึก ว่า ๑๘ ปีที่ผ่านมาองค์ความรู้เรามีขนาดนี้แล้ว ปีที่ ๑๙ ปีนี้ปีที่ ๒๐ ผมอยากให้ท่านเปลี่ยน วิธีคิดว่าน้ำมันหล่อลื่นท่านที่ไปเป็นภาคีเครือข่าย เป็นองค์กรนำร่อง ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุม ในทุกมิติ ผมเสนอท่านว่าท่านควรจะทำภาคีเครือข่ายระดับตำบลให้ครบทุกตำบลนะครับ ซึ่งผมโยงมากับกองทุนสุขภาพตำบลของ สปสช. ซึ่งมีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าตำบล ก็มีเงิน ๔๕ บาทต่อหัวของ สปสช. รวมกับเงินของ อปท. อีกมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่ อยากจะบอกท่านว่าในเชิงที่ท่านทำในแผน ๓ แผน ไม่ว่าจะเชิงประเด็นอันนี้ก็ดีแล้วนะครับ ท่านทำประเด็นที่ตกผลึกมา แต่เพื่อนสมาชิกก็อภิปรายว่าท่านตกผลึกมาได้อย่างไร มีประเด็นบางอย่างที่อาจจะต้องทำ แต่ผมมองว่าในประเด็นที่ท่านตกผลึกมาท่านก็มาทำ ในสิ่งที่เราคิดว่าจะส่งเสริมสุขภาพ ไม่ว่าเรื่องอุบัติเหตุ เรื่องของสุรา เรื่องของบุหรี่ เรื่องอื่น ๆ แล้วก็เชิงระบบก็คือเรื่องการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม เรื่องแมส มาร์เก็ตติง (Mass Marketing) ทีนี้เรื่องเชิงพื้นที่ผมอยากให้ท่านทำเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ สสส. ตำบลขึ้นมา ถ้าท่านใช้ ๗,๐๐๐ ตำบล ตำบลละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นเงิน ๗๐๐ ล้านบาท ท่านมีเงินอยู่ที่ท่านทำ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แบ่งมา ๗๐๐ ล้านบาท เพื่อจะให้ตำบลละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทไม่ใช่มาทำงานอะไรนะครับ มาสร้างเครือข่าย มาสร้างองค์กรที่ทำงานต่อเนื่อง สมัยก่อนเราทำเครือข่ายนี้เสร็จแล้วเราก็หายไป ทำสงกรานต์ก็หายไป ทำลอยกระทง ก็หายไป แต่ว่าถ้าเครือข่ายนี้มันจะครอบคลุมในมิติทุกมิติ ซึ่งเครือข่ายนี้ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ปกครองท้องถิ่น เทศบาล อบต. อบจ. ท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ภาคประชาชน หน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล รพ.สต. รวมทั้ง พมจ. หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะ สามารถเข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งในสิ่งที่ผมคิดก็คือเฮลท์ อิน ออล โพลิซี (Health in all policy) ก็คือทุกนโยบายต้องสร้างสุขภาพขึ้นมา ซึ่งใน ๗,๐๐๐ ตำบลก็อยากบอกว่า เป้าหมายคือว่าท่านเอาสิ่งที่ตกผลึกมาเป็นสิ่งที่ท่านติดตามให้เขาประชุม แล้วก็สิ่งที่เขา ติดตามไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ท่านคิดไว้แล้วก็ให้เขาทำไป แต่ในพื้นที่เขามีประเด็นที่สำคัญ มากน้อยต่างกัน เช่น จังหวัดมหาสารคามของผมประเด็นของนักศึกษาอาจจะมีประเด็น เรื่องของอุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ เป็นเรื่องการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่อง แอลกอฮอล์ เรื่องของปิดเทอมสร้างสรรค์อะไรอย่างนี้นะครับ หรือเมืองมหาสารคามเมือง พุทธ เรามีเรื่องของการแห่เทียนเข้าพรรษาที่งดงาม หรือการทิ้งขยะ การมีความรับผิดชอบ ต่อสังคม พวกนี้ผมคิดว่าภาคีเครือข่ายจะเอาคนที่ดี ๆ มารวมกันแล้วก็ทำงานอย่างต่อเนื่อง นำเรียนว่าสิ่งที่อยากเสนอท่านก็คือว่า เราต้องต่อยอดองค์ความรู้แล้วก็ปรับวิธีคิดว่า เราอยากสร้างดอกไม้ที่เกิดขึ้นมาแล้ว ๑๙ ปีให้บานทั่วทั้งประเทศ ให้มีสิ่งที่งดงาม ทั่วทั้งประเทศ ก็ฝากท่านครับว่ากองทุนสร้างเสริมสุขภาพ สสส. อยากให้ท่านได้ครอบคลุม ไปทั้งประเทศ ให้ทุกตำบลให้ได้ ขอบคุณมากครับ