เอกภพ เพียรพิเศษ หารือประเด็นการพิจารรงบประมาณของ สสส. โดยตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสจากการประเมิน ITA ที่คะแนนลดลงในหัวข้อสำคัญ เช่น การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมตั้งคำถามถึงการไม่เปิดเผยรายชื่อองค์กรที่ได้รับเงินสนับสนุน 46 เปอร์เซ็นต์ และข้อกังวลเกี่ยวกับบทบาทของ สสส. ในการสนับสนุนเพจรายงานร้องเรียนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ รวมถึงการกล่าวอ้างเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าโดยขาดหลักฐานทางวิชาการ เสนอให้ สสส. เปิดพื้นที่ถกเถียงอย่างโปร่งใส และพิจารณาแนวทางลดอันตรายควบคู่กับการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นธรรม
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคก้าวไกล ยินดีมากที่ได้เจอกับ สสส. อีกครั้ง หลังจากที่เมื่อเปิดสภาใหม่ ๆ เราได้อภิปรายเรื่องนี้กัน รอบหนึ่งในการรายงานประจำปีครั้งที่แล้ว แล้วผมก็ตั้งตารอว่าเมื่อไรจะได้กลับมาพูดคุยกับ สสส. อีกรอบหนึ่งก็มาได้ทันเวลาพอดีนะครับ ในช่วงนี้ที่เรากำลังพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจำปีอยู่ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคืองบประมาณรายจ่ายประจำปีที่เราคุยกันไม่ได้ มีการพิจารณาในส่วนของ สสส. ด้วย เพราะเป็นหน่วยงานเฉพาะอีกลักษณะหนึ่ง ก่อนที่ ผมจะอภิปรายต่อไปผมต้องประกาศตัวก่อนว่าผมพูดวันนี้ในฐานะผู้แทนของประชาชน ผมพูดในฐานะของคนคนหนึ่งที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ เพราะว่าที่ผ่านมามีคนที่ ออกมาพูดในเชิงที่ไม่เห็นด้วยหรือในเชิงที่ไม่เป็นไปทางเดียวกับ สสส. ก็ถูกคนที่มี ความเชื่อมโยงกับ สสส. ชี้นิ้วบอกว่าเขานี่รับประโยชน์จากธุรกิจใหญ่ รับประโยชน์จากธุรกิจ เหล้าเบียร์ ตอนนี้ผมก็เลยต้องขอบอกชัด ๆ ว่าผมพูดในฐานะผู้แทนของประชาชนและไม่มี ผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ
ในรายงานฉบับนี้ของ สสส. เป็นรายงานที่ผมอ่านรายละเอียดแล้วก็ดูทุกหน้า เหมือนกับรายงานครั้งที่ผ่านมา เป็นรายงานที่ตอกย้ำว่า สสส. เป็นองค์กรที่มีความ โปร่งใสน้อย การที่ สสส. อ้างว่ามีการประเมินไอทีเอ (ITA) ที่ชื่อเรียกว่าอินทีกริตี แอนด์ ทรานสเพเรนซี แอสเซสเมนต์ (Integrity and Transparency Assessment) ได้คะแนน ๘๘.๓๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบเป็นเกรดคือเกรดเอ (A) แต่การประเมินนี้เป็นการประเมิน ที่หน่วยงานอย่างกองทัพบกได้ที่ ๑ กองทัพบกได้ถึง ๙๗.๙๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น สสส. ที่ได้ ๘๘.๓๖ เปอร์เซ็นต์ ภูมิใจหรือครับ ผมคิดว่าเราลองไปดูว่าเราจะอ้างเกณฑ์มาตรฐานนี้มาดูความโปร่งใสขององค์กรได้หรือเปล่า ในรายงานยังพอมีข้อมูลให้เราเห็นนะครับว่ามีการประเมินในหน้า ๑๘๖ กับหน้า ๑๙๐ ที่แสดงให้เห็นว่าคะแนนของ สสส. ลดลงครับ ในบางหัวข้อจากค่าเฉลี่ย ๓ ปีที่ผ่านมา ข้อที่ลดลงคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วก็การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ในรายงาน การอธิบายว่าเหตุใดทำไมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถึงมีคะแนนลดลง การป้องกันผลประโยชน์ ทับซ้อนถึงมีคะแนนลดลง ไม่ได้มีการยอมรับปัญหานะครับ แต่ สสส. รายงานโบ้ยว่า น่าจะเป็นการสำรวจที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนวิธีการ แทนที่จะคิดวิธีการแก้ปัญหาและยอมรับ ข้อมูลว่านั่นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง กลับไปโบ้ยว่าเป็นการสำรวจที่ไม่ถูกต้อง ผมว่าน่าจะต้องไป แก้ไข แล้วลดลงเยอะด้วยในส่วนของการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน จากรายงานในหน้า ๑๐๐ แสดงให้เห็นเหมือนที่คุณณัฐวุฒิพรรคผมพูดไปก่อนหน้านี้คือว่า ๔๖ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ สสส. สนับสนุนให้ไปนี่ ไปที่มูลนิธิและองค์กรสาธารณประโยชน์ ผมถามครับว่าเงินที่ให้ไป มีการเปิดเผยไหมครับว่าให้ใครไปบ้าง ในเว็บไซต์ (Website) สสส. หรือในแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เราไม่สามารถหาข้อมูลได้เลยว่าเงินที่ให้ไป ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ให้ไปที่ใครบ้าง ช่วยเปิดมา หน่อยได้ไหม รายงานในเว็บไซต์ (Website) หน่อยได้ไหมครับว่า ใคร มูลนิธิไหนรับ ผลประโยชน์จาก สสส. ไปบ้าง เพราะว่าเท่าที่ดูแล้วมีคนเคยร้องเรียนผมมาเหมือนกับว่ามี คนบางกลุ่มอยู่มาตั้งแต่ร่างกฎหมาย ณ ตอนนี้ยังมีที่นั่งอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข อยู่ใน ส่วนกำกับดูแล แล้วยังมีส่วนในการรับงบประมาณจาก สสส. อีก แบบนี้เรียกว่าผลประโยชน์ ทับซ้อนไหม๔,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เงินน้อย ๆ นะครับ ในปีแต่ละปีที่ได้ไป ถ้าเอาไปให้คนที่มี ผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนจริงหรือครับ แบบนี้ต้องแก้ไข หน้าที่ ของ สสส. คือต้องทำให้ประชาชนมีความรอบรู้ทางด้านสุขภาพหรือภาษาที่เราเรียกว่าเฮลท์ ลิเทอเรซี (Health literacy) การที่ทำให้ประชาชนมีความรอบรู้ทางสุขภาพเราต้องให้ข้อมูล ทางวิชาการที่ถูกต้องและรอบด้าน และให้ประชาชนเลือกตัดสินใจ แต่มีคนบางกลุ่มที่มี ความเชื่อมโยงกับ สสส. กลับเป็นคนกลุ่มเดียวที่กำการให้ข้อมูลด้านเดียวกับประชาชน ถ้ามีใครให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งก็จะโดนชี้นิ้วว่าเป็นพวกรับผลประโยชน์เหมือนที่ผมบอกไว้ ผมยกตัวอย่าง จากกรณีปัญหาที่ผ่านมาเรื่องของการโพสต์ (Post) เหล้า เบียร์ ลงโซเชียล มีเดีย (Social Media) แล้วโดนจับไปปรับโดยกระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรา ๓๒ ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมเพิ่งเห็นในรายงานของ สสส. ว่า สสส. มีเอี่ยว ด้วย จากรายงานในหน้า ๑๐๗ สสส. บอกเลยครับว่าการทำเพจ (Page) รายงานร้องเรียน ตรงการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือว่าบุหรี่ก็ตาม เป็นผลงานของ สสส. ก็เลยมีคนตั้งข้อสงสัยและฝากผมมาพูดในสภาครับว่าเป็นไปได้ หรือไม่ว่าคนที่เป็นเครือข่ายของ สสส. นั่นละเป็นคนไปแจ้งในเพจ (Page) นี้ แล้วคนที่อยู่ใน กระทรวงสาธารณสุขก็รับเรื่องไปแล้วก็ไปสอบสวน เพราะว่าเรื่องที่แจ้งมา ๑,๐๐๐ กว่าเรื่อง มีการดำเนินการหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราขยันกันมากกับเรื่องนี้ในการจับคนมาปรับ เรื่องนี้ นำเข้าสู่กรรมาธิการการสาธารณสุขและกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว เราพบข้อผิดปกติ แล้วมีปัญหาบางอย่างที่เราเจอในทางด้านกระบวนการทางด้านกฎหมาย ซึ่งก็จะมีการ ดำเนินการต่อไปนะครับ
สุดท้ายครับ ในรายงานนี้มีการกล่าวถึงและอ้างถึงบุหรี่ไฟฟ้าหลายครั้ง การกล่าวถึงและอ้างถึงเป็นการกล่าวขึ้นมาลอย ๆ โดยที่ไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ ไม่มีการอ้างเอกสารอ้างอิงใด ๆ เลยครับ ถ้ามีใครติดตามเรื่องของวิชาการทางด้านบุหรี่ แน่นอนครับผมเป็นหมอคนหนึ่งแล้วผมก็ดูแล คนไข้ ผมรู้ว่าพิษภัยของบุหรี่มีอันตรายต่อสุขภาพ แต่ประเทศไทยยังมีคนอีก ๑๐ ล้านคน ที่ยังสูบบุหรี่และเลิกสูบไม่ได้ ในปัจจุบันนี้มีข้อมูลทางวิชาการเรื่องของการลดผลกระทบ ที่เราเรียกว่า ฮาร์ม รีดักชัน (Harm reduction) มีผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจจะใช้ลด ผลกระทบของบุหรี่ที่ใช้วิธีการจุดแบบเผาไหม้ได้ มีข้อมูลทางวิชาการขึ้นมาเรื่อย ๆ ทำไม สสส. ถึงไม่เป็นตัวกลางในการที่เอาเรื่องนี้ขึ้นมาบนโต๊ะแล้วมาคุยมาพิจารณากันแบบ วิชาการกับวิชาการ ทำไมถึงปิดกั้นโอกาสของคนที่จะเอาข้อมูลอีกด้านหนึ่งมาพูดคุยกัน เราต้องทำเรื่องทุกเรื่องให้มันขึ้นมาบนดินสิครับ บุหรี่ไฟฟ้าเราเห็นกันเกลื่อนทั่วไปถ้าเราเดิน ตามท้องถนน เราไปตามสถานที่ต่าง ๆ แม้กระทั่งในสภานี้ก็ตาม ทำไมเราไม่ทำให้มันขึ้นมา บนดินแล้วก็ควบคุมได้ล่ะครับ แทนที่จะปล่อยไว้ให้เป็นธุรกิจสีดำอยู่ ท่านประธานครับ ข้อเสนอของผมที่พูดมาทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่เป็นไปด้วยความรักแล้วก็ความปรารถนาดีต่อ สสส. อยากให้ สสส. มีผลงานที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น แล้วก็มีความโปร่งใสมากขึ้น เพื่อให้ สสส. เป็นองค์กรที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนครับ ขอบคุณครับ