พัชรินทร์ แจงป้องกันความรุนแรง-เสนอแก้ท้องถนนอันตราย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ชื่นชมผลการดำเนินงานของ สสส. โดยเฉพาะการลดการสูบบุหรี่ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการสูบบุหรี่ยังทรงตัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมเสนอให้เร่งแก้ไขปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนนที่คร่าชีวิตปีละประมาณ 20,000 ราย ผ่านการติดตั้งสัญญาณจราจรและไฟส่องสว่างในจุดเสี่ยง รวมถึงเสนอแนวทางป้องกันความรุนแรงในครอบครัวและละเมิดทางเพศโดยการปลูกฝังค่านิยม การรู้จักสิทธิของตนเองและผู้อื่นตั้งแต่วัยเด็ก และส่งเสริมให้สังคมมีส่วนร่วมรักษาขนบธรรมเนียมที่ดี โดยขอให้ สสส. พิจารณาดำเนินการต่ออย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลาดิฉัน ในการที่จะอภิปรายถึงรายงานประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ หรือที่เรียกว่า สสส. จากการที่ดิฉันได้ศึกษาในรายงานแล้วก็ต้องขอ ชื่นชมในการดำเนินงานของ สสส. ที่ดำเนินงานด้วยมาตรการเชิงรุกเรียกว่าค่อนข้างที่จะ ครอบคลุมกับคนในทุกกลุ่ม ซึ่งเท่าที่ได้เห็นจากผลการดำเนินงานนี้แล้วโดยรวมถือว่าผลลัพธ์ ในเรื่องต่าง ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องของการบริโภคยาสูบก็พบว่า คนไทยที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปมีแนวโน้มในการสูบบุหรี่ลดลงเรื่อย ๆ จากร้อยละ ๓๒ ในปี ๒๕๓๔ เหลือร้อยละ ๑๙ ในปี ๒๕๖๐ อย่างไรก็ดีดิฉันมีข้อสังเกตในกรณีนี้ว่าเมื่อเราพิจารณาในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ช่วง ประมาณปี ๒๕๕๐ เราจะพบว่าอัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยยังค่อนข้างที่จะคงที่ คือเฉลี่ย แล้วอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๑๙ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นประเด็นที่จะต้องนำมาพิจารณาถึง มาตรการที่จะใช้ในการดำเนินการต่อไปค่ะ นอกจากนี้ดิฉันยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เกี่ยวกับการดำเนินงานบางประการค่ะ

ประการแรก เป็นเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนน โดยตัวเลขของ ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงปี ๒๕๕๔-๒๕๖๒ พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ บนถนนในแต่ละปีค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกัน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณปีละ ๒๐,๐๐๐ ราย ซึ่งในโอกาสหน้าหากในการรายงานได้แสดงเป็นตัวเลขอัตราร้อยละ มาด้วยก็จะทำให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอต่อไปก็คือ เสนอเกี่ยวกับเพื่อช่วยลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน หรือที่เราเรียกว่า การเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประชาชนนั่นเองนะคะ โดยในการทำงานอยากให้ ทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหลักการทำงาน แล้วก็เป็นบทบาทหลักของทาง สสส. อยู่แล้ว ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ง่าย ๆ อย่างเช่น ในกรณี ที่ในชุมชนหรือว่าในพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากการขาดสัญญาณจราจร ทางหน่วยงาน ก็อาจจะประสานงานกับทางสำนักจราจรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตั้งสัญญาณ จราจรที่เหมาะสม หรือว่าหากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากการขาดไฟฟ้าที่ส่องสว่างไม่เพียงพอ ทางหน่วยงานก็ประสานกับการไฟฟ้าเพื่อให้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มเติมให้เพียงพอ ซึ่งเป็น เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราสามารถที่จะทำได้ทันทีเลย ดิฉันเองได้เคยอภิปรายในลักษณะ ดังกล่าวนี้ไปแล้ว ซึ่งเราก็จะเห็นได้ว่าผลในการดำเนินการเหล่านี้มันสามารถที่จะช่วยลด อุบัติเหตุได้ทันที โดยอาจจะทำเป็นในลักษณะของโครงการความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาสาสมัครจากชุมชนที่ท่านได้ดำเนินการแล้ว จะช่วยลดอุบัติเหตุไปได้ อย่างมากนะคะ

ข้อเสนอแนะอีกประการหนึ่ง ดิฉันขอหยิบยกผลงานเด่นของทาง สสส. ในโครงการชุมชนต้นแบบสู้เหล้ายุติความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก ที่จะพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่กระทำความรุนแรง กับบุคคลในครอบครัวหรือว่าบุคคลอื่น ซึ่งนอกจากในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ดิฉันอยากจะขอเสนอแนะแนวทางอีกมิติหนึ่งนั่นก็คือ ในด้านของตัวที่ผู้ถูกกระทำ ที่อย่างน้อยที่สุดควรจะต้องทราบว่าตัวเขาเองนั้นมีสิทธิในการ ปกป้องตัวเองอย่างไรบ้าง จึงอยากเสนอว่าให้ทางหน่วยงานหาแนวทางหรือโครงการต่าง ๆ ที่จะพยายามช่วยกันปลูกฝังค่านิยมตั้งแต่ในวัยเยาว์ให้เด็ก ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะถูกกระทำ ความรุนแรง รวมถึงการถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ง่ายอยู่แล้ว ได้ปลูกฝังให้เด็กรู้จักระมัดระวัง ตัว รู้ว่าร่างกายของเราเป็นสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถที่จะมาละเมิดได้ ถ้าหากใครละเมิดก็จะต้อง รู้จักปกป้องสิทธิในร่างกายของตนเอง และอีกในด้านหนึ่ง แน่นอนว่าก็ต้องให้ความรู้ด้วยว่า เราก็จะต้องไม่ไปละเมิดผู้อื่นด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งหากเด็ก ๆ ได้รับการปลูกฝังค่านิยมเหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้เด็กรู้จักป้องกันตัวเองจากผู้ที่จะมาละเมิดแล้ว ก็ยังช่วยให้พวกเขารู้จัก สิทธิที่จะไม่ไปกระทำความรุนแรงหรือว่าละเมิดกับบุคคลอื่นด้วยเช่นกันค่ะ นอกจากนี้ ในด้านของคนในสังคมหรือว่าในชุมชนเองก็ไม่ควรที่จะนิ่งเฉย เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ที่รุนแรง หรือการละเมิดทางเพศต่าง ๆ แต่ควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา ทำให้สังคมมีความปลอดภัย ซึ่งโดยปกติแล้วสังคมไทยเราเป็นสังคมที่มีน้ำใจ แล้วก็ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยอยู่แล้วที่เราควรจะต้องรักษาไว้ รวมทั้งการฝึก ฝังธรรมะในจิตใจให้กับเยาวชน เพื่อที่เยาวชนจะได้เติบโตมาเป็นอนาคตของชาติ สร้างชาติ ของเราให้พัฒนาต่อไป ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะในหลากหลายมิติที่ดิฉันอยากเสนอ ท่านประธานผ่านไปยัง สสส. ได้นำไปพิจารณาต่อไป ขอบคุณค่ะ