เบญจา แสงจันทร์ ท้าทายความโปร่งใสและความยั่งยืนของโครงการอีอีซี โดยตั้งคำถามถึงการขับไล่ประชาชน การถมทะเล การใช้ที่ดินป่าสงวน และความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาที่ไม่ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย พร้อมวิพากษ์โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เอื้อประโยชน์นายทุนแต่ทำลายสิ่งแวดล้อมและไม่คำนึงถึงความมั่นคงของชุมชน พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจรับฟังเสียงประชาชนอย่างแท้จริงเพื่อการพัฒนาที่เป็นธรรมและยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอีอีซี (EEC) จำนวน ๑๓๖ หน้า เพียงแค่ดิฉันเปิดอ่านหน้าแรกก็ได้เห็นถึงความไม่จริงใจของการจัดทำ รายงานฉบับนี้ จากสารของท่านประธานคณะกรรมการนโยบายของคุณประยุทธ์หน้านี้ ตามรายละเอียดที่ว่าโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี (EEC) เป็นศูนย์กลาง ความเชื่อมโยงการลงทุนในภูมิภาคของโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประชาชนคนไทย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ย้ำนะคะ ในรายงานท่านกล่าวว่าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ท่าน ทราบหรือไม่คะพี่น้องประชาชนตามแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูง ๓ สนามบินหลายสิบชุมชน ในกรุงเทพฯ หลายชุมชนรอบสถานีทีโอดี (TOD) นอกเขตกรุงเทพฯ ชุมชนลาดกระบัง ชุมชนหนองตีนนก จังหวัดฉะเชิงเทรา ชุมชนบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ชุมชน บางละมุง เมืองพัทยา ชุมชนทั้งหมดนี้ที่อาศัยอยู่แนวริมทางรถไฟตั้งแต่กรุงเทพฯ ดอนเมือง สุวรรณภูมิไปจนถึงอู่ตะเภา พวกเขาหลายหมื่นคนกำลังถูกฟ้องขับไล่ แล้วก็ถูกไล่รื้อ เพื่อนำ ที่ดินมาพัฒนาเป็นคอมเพลกซ์ (Complex) ให้กับนายทุนและสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ท่านทราบหรือไม่คะมีประชาชนจำนวนหนึ่งในแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ที่ ๔๐ กว่าปี ผ่านไปแล้วตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นพ่อ รุ่นแม่ จนปัจจุบันนี้เป็นรุ่นลูก รุ่นหลาน เปลี่ยนรัฐบาลมา หลายสมัยแล้ว แต่ว่ายังไม่มีทีท่าเลยว่าจะได้รับค่าเวนคืน แล้วก็ยังเป็นปัญหามาจนถึง ปัจจุบัน ท่านทราบไหมคะว่าแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีชาวประมงมากกว่า ๑,๐๐๐ คน ที่อาชีพเขากำลังถูกทำลายให้ล่มสลายลงจากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) เรื่องการถมทะเลนี้เขาต้องยอมถอยมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเฟส ๑ (Phase 1) เฟส ๒ (Phase 2) จนปัจจุบันกำลังจะถมเฟส ๓ (Phase 3) ผืนน้ำบริเวณนั้นเป็นผืนน้ำแหล่งสุดท้าย พวกเขา ถอยจนสุดแล้ว และมันถอยไม่ได้อีกแล้ว ที่ดินทำกิน แล้วก็บริเวณที่มีระบบนิเวศที่ดีแบบนั้น ในจังหวัดชลบุรีเป็นผืนน้ำผืนสุดท้าย ท่านทราบหรือไม่คะตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง มีประชาชนมากกว่า ๑,๐๐๐ คน คนเหล่านี้เขาได้กลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยโดยถาวร ไร้ที่ทำกิน เขาถูกขับไล่ออกจากที่ดินเพราะผลกระทบผังเมืองที่ไม่มีประชาชนมีส่วนร่วม อยู่ในนั้น ท่านทราบไหมคะที่ผ่านมากองทัพเรือทำหนังสือถึงกรมป่าไม้เพื่อขอใช้ประโยชน์ ในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ห้วยโป่ง สำนักท้อน บ้านฉาง ตำบลพลา จังหวัดระยอง เพื่อจะเอาไปทำอะไร เพื่อจะเอาไปทำโครงการป้องกันภัยทางอากาศให้พื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษอีอีซี (EEC) เนื้อที่ทั้งหมด ๔,๖๐๐ ไร่ เอาจริง ๆ แล้วก็ต้องพูดกันให้ชัด ๆ ว่า กองทัพเรือมีหน้าที่ในการป้องกันคุ้มภัยให้อีอีซี (EEC) หรือไม่ มีหน้าที่ในการป้องกันคุ้มภัย ให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหรือไม่ มีหน้าที่ในการป้องกันคุ้มภัยให้นิคมอุตสาหกรรม แหลมฉบังหรือไม่ ต้องถามว่านี่คือภารกิจของกองทัพเรือหรือไม่คะ กองทัพเรือไม่ได้มีหน้าที่ ในการใช้ทรัพยากรส่วนรวมของคนทั้งประเทศไปเพื่อปกป้องคุ้มครองภัยให้กับนายทุน ไม่มีหน้าที่ใช้กำลังพล ใช้อาวุธที่เป็นภาษีของประชาชนไปเพื่อปกป้องนายทุนไม่ใช่หรือคะ ท่านทราบไหมคะที่ตรงนั้นกองทัพเรือขอใช้เป็นพื้นที่ในจังหวัดระยอง และรัฐเคยประกาศ เป็นเขตหวงห้ามตาม พ.ร.ก. ประกาศเขตหวงห้าม ปี ๒๔๙๒ จำนวน ๔๓,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านทราบไหมคะว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่า ๘,๐๐๐ ครัวเรือน ๓๒,๐๐๐ กว่าคน ที่ผ่านมาเราได้พบปัญหาการขยายอำนาจของกองทัพ ขยายพื้นที่ ทางทหารออกไปอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังมีการขอใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน ผ่านกองทัพเรือในพื้นที่อีอีซี (EEC) เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากมีการประกาศเป็นเขต เศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) ท่านทราบไหมคะว่าพื้นที่ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประชาชนที่อาศัยอยู่ในตำบลแสมสารมากกว่า ๗,๐๐๐ คน ประชาชนเหล่านี้ อาศัยมามากกว่า ๑๐๐ ปี มีวัด มีชุมชน มีการแจ้งครอบครองที่ดิน ส.ค. ๑ แต่อยู่ ๆ วันหนึ่ง พวกเขาถูกเพิกถอนสิทธิ มีข้อพิพาทกับทหารเรือมามากกว่า ๕๐ ปี ปัจจุบันก็ไม่สามารถ จะเป็นมหานครแห่งอนาคต เป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เราจะมีเมืองนิวเอสเคิร์ฟ (New S-Curve) แห่งใหม่อยู่ที่จังหวัดชลบุรี มีระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัย ถนนหนทางโอ่อ่า สะดวกสบาย แต่ท่านทราบไหมคะว่าที่ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ ใจกลางของอีอีซี (EEC) เป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่ปัจจุบันชาวบ้านต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากกิจการไฟฟ้า สวัสดิการทหารเรือ สวัสดิการทหารเรืออันนี้ไฟดับ ๓ วัน ติด ๔ วัน นี่คือพื้นที่อีอีซี (EEC) ที่ท่านบอกว่าเจริญและมีการพัฒนาแล้ว ท่านทราบไหมคะว่าตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ เป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่ในเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมาไม่ได้รับมาตรการชดเชยจาก โครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาล ไม่มีการลดค่าน้ำ ไม่ลดค่าไฟฟ้า ๓ เปอร์เซ็นต์ และไม่มีการ คืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำเหมือนพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ นี่อย่างไรคะที่เรา บอกว่าไม่ทิ้งกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังของรัฐบาล ของสารจากท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่เป็นเพียงแค่วาทกรรมอันสวยหรูเท่านั้น เป็นวรรคทองของยุคสมัยเท่านั้นเอง ที่ผ่านมา กองทัพเรือใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปขับไล่พี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่อีอีซี (EEC) และพื้นที่นั้นกองทัพต้องการปกป้องไว้ให้นายทุนเท่านั้น ท่านทราบไหมคะที่ผ่านมาเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) รัฐเข้าไปเพิกถอนที่ดิน ของชาวบ้านเพื่อเอาไปคืนพื้นที่เป็นป่า มีการทวงคืนพื้นที่ป่านะคะ แต่เพิกถอนพื้นที่ป่า เพื่อเอาไปสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษให้นายทุน เพิกถอนพื้นที่ป่าเพื่อเอาไปประเคนให้กองทัพ ใช้ประโยชน์ นี่คือหน้าแรกของรายงานนะคะ มันก็ค้านสายตาของคนอ่านที่คุณประยุทธ์ บอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพียงแค่หน้าแรกก็เป็นคำโกหกคำโตแล้วค่ะ ก็ได้แต่คิดว่า นี่ท่านกำลังไปแพร่ข้อความอันเป็นเท็จออกสู่สายตาสาธารณชนหรือไม่
โครงการนี้ถ้าเปิดในหน้าถัด ๆ ไปถึงโครงการของการลงทุน ๖ โครงสร้าง พื้นฐานหลัก ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินที่มีในรายงาน มีรูปถ่ายสวย ๆ เก๋ ๆ รายงานความภาคภูมิใจที่ได้ถ่ายรูปจับมือร่วมกับนายทุนใหญ่ ระดับชาติ ท่านมีความภาคภูมิใจมากบนคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชนที่กำลังถูกขับไล่ออก จากพื้นที่ ถูกหมายศาล ถูกฟ้องออกจากที่ดินที่พวกเขาอาศัยอยู่มาเกือบตลอดชีวิตนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาท่าเรือถมทะเลมาบตาพุด ระยะที่ ๓ หรือโครงการถมทะเล แหลมฉบัง ระยะที่ ๓ ซึ่งเป็นผืนน้ำแหล่งสุดท้ายของชาวบ้านจังหวัดชลบุรีที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยกุ้งหอยปูปลา ในรายงานเล่มนี้บอกว่าอุตสาหกรรมจะสร้างผลกำไรอันมหาศาลให้กับ นายทุน แต่ไม่มีหน้าไหนเลยนะคะที่บอกว่าจะสร้างความมั่นคงให้กับที่อยู่อาศัย สร้างความ มั่นคงทางอาหาร สร้างความมั่นคงทางระบบนิเวศน์ให้กับคนไทยทุกคน เราจะพัฒนากัน แบบไม่ยั่งยืน เราจะพัฒนากันแบบไร้ทิศทางกันไปแบบนี้จริง ๆ หรือคะ ไม่ว่าจะเป็น โครงการที่ดิฉันพูดถึงไปแล้วหลายครั้ง อย่างโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานเอ็มอาร์โอ (MRO) ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท การบินไทยเข้าแผนฟื้นฟูแล้วค่ะ แล้วก็แอร์บัส (Airbus) ก็โบกมือลา เทเราไปเรียบร้อย ท่ามกลางวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) อุปสงค์ทั่วโลกก็ทรุดลงอย่างหนัก อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกก็มีแต่ชะลอตัว โครงการนี้ ท่านควรจะกลับไปทบทวนโครงการใหม่ไหมคะ หรือท่านจะดึงดันลงทุนสร้างไว้เพื่อเป็น อนุสรณ์สถาน โชว์ความไร้ประสิทธิภาพของท่านเอง ดังนั้นในรายงานฉบับนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่ เลยค่ะนอกจากวาทกรรมคำพูดวรรคทองแห่งยุคสมัยสวย ๆ หรู ๆ อย่างเช่นเมืองมหานคร แห่งอนาคตที่ไม่มีอนาคตของประชาชนมีส่วนร่วมอยู่ด้วย วาทกรรมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่มีแต่กองทัพมั่นคง นายพลมั่งคั่ง แล้วก็นายทุนยั่งยืน
ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันสะท้อนมาทั้งหมดเกิดจากการลงพื้นที่จริงค่ะ ไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ค่ะ ดังนั้นท่านไม่ควรแค่เพียงจ้าง ที่ปรึกษาออกแบบทำรูปเล่มเขียนวาทกรรมคำพูดสวย ๆ เท่านั้น แต่ว่าท่านควรจะลงไป รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ อย่าปล่อยให้พวกเขา มีเพียงแค่แผ่นดินเกิด แต่ไม่มีแม้แผ่นดินจะอยู่อาศัย คำนึงถึงพวกเขาบ้างในฐานะของ ผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ และนับรวมพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในการเป็น เจ้าของประเทศนี้ร่วมกันค่ะ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้จะนำข้อเสนอ และข้อคิดเห็นของดิฉัน แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้นำกลับไปปรับปรุงแก้ไขในลำดับ ถัดไปนะคะ และดิฉันหวังว่าจะไม่ได้เห็นรูปเล่มที่สวยงาม วาทกรรมสวย ๆ แบบนี้อีก ในครั้งต่อไป ขอบคุณท่านประธานค่ะ