เทพไท เสนพงศ์ วิพากษ์การรายงานความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศทุก 3 เดือนว่าเป็นภาระและเสนอปรับเป็นทุก 6 เดือนหรือทุกปี พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 270 เน้นย้ำว่าการปฏิรูปประเทศล้มเหลวเพราะขาดการปฏิรูปหัวใจหลักอย่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกระบวนการเข้าสู่อำนาจของ ส.ส. และนายกรัฐมนตรี ที่ต้องเริ่มจากการปรับ กกต. ยกเลิกระบบที่เอื้อต่อการซื้อเสียง และสภานิติบัญญัติชุดแต่งตั้ง เพื่อสร้างการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายแสดงความเห็น เรื่อง รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒) ต้องเรียนกับท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้มีข้อถกเถียงจากเพื่อนสมาชิกจำนวนมาก ซึ่งผมค่อนข้าง จะเห็นด้วยกับหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เพื่อที่จะมารายงานให้กับสภาผู้แทนราษฎรทราบ แต่ว่าถ้าดูมาตรา ๒๗๐ บทบัญญัติในบทเฉพาะกาล ก็เขียนชัดว่าแผนการปฏิรูปประเทศต้องรายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุก ๓ เดือน เรียนกับ ท่านประธานว่าทุก ๓ เดือนนี้เป็นไปได้ยาก ผมคิดว่าเหมือนอะไรท่านประธานทราบไหม เหมือนกับโลงศพนะครับ คือคนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เหมือนกัน คนเขียนไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้เขียน ทุก ๓ เดือนนี่สภาเราไม่ต้องทำอะไรละครับ รับทราบแต่ รายงานทุก ๓ เดือน ให้เหมาะสมว่า ๖ เดือนหรือ ๑ ปีผมยังยอมได้นะครับ และในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บอกให้รายงานต่อรัฐสภา คำว่ารัฐสภาก็คือสภาผู้แทนราษฎรบวกกับสมาชิกวุฒิสภา เอาละ ถ้าแก้เป็นอย่างนั้นให้มันชัดเจนไปว่ารายงานต่อรัฐสภา ให้ ๒ สภามารวมกัน แล้วก็รายงาน ทุกรายปีก็ได้ ราย ๖ เดือนก็ได้ แต่ว่าราย ๓ เดือนผมว่าไม่ไหว มาตรานี้ต้องแก้ไขครับ ใครก็ตาม ที่เป็นคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วยครับ
ส่วนรายงานฉบับนี้ที่สภาพัฒน์เสนอมาเป็นด้านต่าง ๆ ทั้งหมด ๑๒ ด้าน ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสื่อสารมวลชน ด้านสังคม ด้านพลังงาน ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ด้านการศึกษา ๑๒ ด้านที่เราต้องปฏิรูปกันนี่ ผมเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมา ประเทศไทย ไม่ต้องปฏิรูปกฎหมายฉบับไหนเลย ปฏิรูปเรื่องเดียวผมว่าครอบคลุมหมดครับท่านประธาน ปฏิรูปกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ปฏิรูปกฎหมาย รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากล องคาพยพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ รัฐธรรมนูญนี่ปฏิรูปหมด ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่นได้ครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าหัวใจ ของการปฏิรูปรัฐธรรมนูญก็คือการเข้าสู่ตำแหน่ง ใครจะบอกว่าปฏิรูปหลายส่วนก็ตาม แต่สำหรับผม ผมคิดว่าจะปฏิรูปรัฐธรรมนูญต้องปฏิรูปการเข้าสู่ตำแหน่ง การเข้าสู่ตำแหน่งมีอยู่ ๒ ส่วน คือ การเข้าสู่ตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเข้าสู่ตำแหน่งของรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี ปฏิรูปการเข้าสู่ตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ปฏิรูปตรงไหน ปฏิรูปที่ กกต. ครับ กกต. คือหน่วยงานด่านแรกที่จะให้คุณภาพของ ส.ส. เข้าสู่อำนาจได้หรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนให้ กกต. ชุดนี้ ท่านประธานดูสิครับ ๓๕๐ เสียง ๓๕๐ เขต เขาลือกัน ทั่วประเทศ เขารู้กันทั้งประเทศว่ามีการซื้อเสียงกันมโหฬารเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีแต่ กกต. ๗ คนเท่านั้นที่ไม่รู้เลยว่ามีการซื้อเสียงในประเทศนี้ พยายามที่จะใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะอธิบายสังคมเห็นว่า กกต. ชุดนี้จับผิดได้ จับคนโกงได้ จับคนซื้อเสียงได้ แต่สุดท้าย ท่านประธานทราบไหมว่าได้อยู่ ๒ ใบ คือใบส้มที่เขต ๕ จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็เขต ๕ ที่จังหวัดสมุทรปราการ นอกนั้นใบแดงไม่มีให้เลยแม้แต่ใบเดียว ๓๕๐ เขต เป็นสิ่งมหัศจรรย์ มากครับท่านประธาน อันนี้ละต้องปฏิรูป กกต. การเข้าสู่อำนาจนี่ต้องปฏิรูป เมื่อ กกต. ผ่าน ส.ส. ที่ไม่สุจริต ที่มีการซื้อเสียงเข้ามาแล้ว มารวมกับอะไรครับ มารวมกับสมาชิกวุฒิสภา ประชุมร่วม ๒ สภาเพื่อคัดเลือกผู้เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เมื่อ ส.ส. ได้มาโดยไม่สุจริตแล้วมาเจอกับสมาชิกวุฒิสภา ๒๕๐ เสียง ๒๕๐ คนที่แต่งตั้งโดย คณะ คสช. แล้วก็มารวมกัน แล้วก็โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี มันก็ยิ่งกว่าเปิดแทงไฮโล ด้วยซ้ำไปครับ อันนี้ละที่จะต้องปฏิรูป เรื่องอื่นไม่ต้องปฏิรูปเลยฉบับนี้ ไม่ต้องมาปฏิรูป ให้เสียเวลาเลย ปฏิรูปรัฐธรรมนูญเถอะ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นหัวใจสำคัญ ผมคาดหวังกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มากนะครับ ต้องเรียนกับท่านประธานตรงไปตรงมา ผมคนหนึ่งละที่เคลื่อนไหว กับ กปปส. เรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่ว่าสุดท้ายเลือกตั้งแล้วก็ยังไม่ปฏิรูป แล้วเราก็ยอมหวานอมขมกลืนให้คณะ คสช. เข้ามา เพราะคาดหวังว่าจะปฏิรูปประเทศตามที่เรา เรียกร้อง สุดท้าย คสช. เข้ามามีอำนาจอยู่เต็มมือ มีมาตรา ๔๔ ผมถามท่านประธานครับ ท่านประธานติดตามการเมืองอยู่ คสช. ได้อะไรบ้าง สิ่งที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุดคือการปฏิรูป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คำตอบจากนายกรัฐมนตรีตอนนั้นท่านบอกว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะปฏิรูปหลังเลือกตั้ง รอไปเถอะครับ ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ถ้าหากว่ามีมาตรา ๔๔ ยังปฏิรูป ตำรวจไม่ได้ พอหลังจากการเลือกตั้งหมดสิทธิที่จะปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปผมคิดว่าเป็นเพียงวาทกรรมที่พูดให้มันโก้ ให้มันหรู ให้มันสวย แต่ว่า สุดท้ายทำไม่ได้ครับ วันนี้เมื่อปฏิรูปไม่ได้ วาทกรรมทำไม่ได้ ตอนนี้ก็พยายามจะทำเป็นพิธีกรรม ที่เราเห็นอยู่นะครับ ที่มารายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ อันนี้เรียกว่าพิธีกรรม มารายงานให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ ผมต้องเรียนกับท่านประธาน อย่างตรงไปตรงมาในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน หลายคนเห็นผมพูดก็อาจอาจจะคิดว่าผมเป็นสมาชิก พรรคฝ่ายค้าน ไม่ใช่หรอกครับ ผมอยู่ฝ่ายรัฐบาล แต่ว่าแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อน ๆ คนไหนที่จะติติงผมหรือจะวิพากษ์วิจารณ์การอภิปรายของผมก็ขอให้ใช้สิทธิ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ อย่าไปใช้สิทธินอกสภา อย่าไปสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โจมตีผม อันนั้นผมไม่มีสิทธิที่จะชี้แจง แต่ว่าเมื่อผมอภิปรายรายงานนี้แล้ว ตรงไหนผิดพลาด ไม่ถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง ขอให้ทักท้วงขึ้นมา ขอให้ประท้วงขึ้นมา ขอให้โต้แย้งขึ้นมา แล้วเราจะใช้เวที สภาผู้แทนราษฎรมาถกเถียงพูดคุยกันเรื่องเหตุผล ผมเรียนท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ