บุญลือ ชี้ปัญหาจัดสรรพลังงานแสงอาทิตย์ ขอ กกพ. ทบทวนความโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

บุญลือ ประเสริฐโสภา หารือความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ โดยเฉพาะการปฏิรูปภาคพลังงานที่ต้องมีการกำหนดประมวลความประพฤติของผู้ประกอบการและองค์กรพลังงานเพื่อรองรับการพัฒนาในระบอบประชาธิปไตย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่แม้ตั้งเป้าเพื่อเกษตรกรแต่กลับตกอยู่กับบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ จึงเรียกร้องให้ กกพ. ทบทวนแนวทางและเพิ่มความโปร่งใส รวมทั้งเร่งปรับปรุงกองทุนพัฒนาไฟฟ้าและทบทวนแผนพีดีพีใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์หลังโควิด-19

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ราชบุรี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับรายงานความคืบหน้าในการติดตาม การปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือน ธันวาคม ๒๕๖๒ จริง ๆ สิ่งที่ท่านนิกรได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ผมเรียนว่าเป็นข้อเท็จจริงครับ วันนี้ผู้ชี้แจงซึ่งเป็นตัวแทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพใหญ่หรือตัวแทนด้านการเมือง ซึ่งถ้าดูในหนังสือเล่มนี้จะเห็นว่าต้องมี ตัวแทนมาชี้แจงทั้งหมดประมาณ ๑๒ หน่วยงาน ผมเรียนว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรเรา เลือกตั้ง เราได้รับฟังปัญหา รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากพี่น้องประชาชนมาหลายเรื่อง และโดยเฉพาะในการดูเอกสารรายงานความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศคิดว่าเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญ ประเทศจะพัฒนาได้ในระบอบประชาธิปไตย ๑ เสียง ๑ สิทธิของพี่น้องประชาชน แน่นอนที่สุดผู้แทนกลับไปในพื้นที่ก็ต้องฟังเสียงพี่น้องประชาชนที่ฝากในแต่ละเรื่องมา ผมดู ในรายงานทั้งหมดที่ผมได้กล่าวไปว่ามีทั้งหมด ๑๒ เรื่องด้วยกัน ผมขออนุญาตพูดถึงในเรื่อง พลังงานซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผมเป็นผู้แทนจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะในรายงานเรื่องนี้ที่บอกว่าจะมีการปฏิรูปองค์กรพลังงาน จะมีการปฏิรูป ศูนย์สารสนเทศ จะปฏิรูปกำลังการผลิตไฟฟ้า ซึ่งรวมทั้งหมด ๑๗ ประเด็นในการปฏิรูป ประเทศด้วยกัน แต่ผมหยิบเฉพาะสาระสำคัญเช่นกระทรวงพลังงานจะสร้างกติกา ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า โค้ด ออฟ คอนดักต์ (Code of conduct) ผมเปิดพจนานุกรมแปลได้ ว่าหมายถึงประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพและอาชีพกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริม เกียรติคุณชื่อเสียงถึงสถานะของสมาชิก นั่นหมายความว่าเป็นการปฏิรูปองค์กรของท่าน

ในส่วนที่ ๒ ที่บอกว่าพลังงานโปร่งใสจะปฏิรูปทั้ง ๓ ประเด็น ประเด็นแรก ในเรื่องของการสร้างธรรมาภิบาลทุกภาคส่วน ส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ กองทุนขององค์กร ลดความซ้ำซ้อนในเรื่องของตำแหน่งทางราชการ ตำแหน่งรัฐวิสาหกิจ ผมเรียนว่าในส่วนนี้น่าจะยังไม่มีความจำเป็น ผมเปิดดูงบประมาณ ผมเคยแปรญัตติเพิ่มให้ กระทรวงพลังงานด้วยซ้ำในช่วงการอภิปรายงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ว่าที่ตั้งไว้ ๙๗๑ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๔ ที่ผมย้อนไปดูตั้งไว้ ๑,๑๘๕ ล้านบาท ผมคิดว่ากรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ พลังงานเป็นกรมที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่ กกพ. ที่เรียกว่าเสือจามจุรี แต่เจ้าตัวไม่มา วันนี้ผมต้องฝากถึงเจ้าภาพสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งท่าน อาจจะทำงานหนักเกินไป แต่ผมเห็นใจ ทุกครั้งที่มีการประกาศรับเสนอโครงการพลังงาน แสงอาทิตย์ โซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) ไม่ว่าจะเป็นภาคพื้นดินโซลาร์ (Solar) ส่งเสริม สหกรณ์ นั่นหมายความว่าจะให้พี่น้องเกษตรกรที่เป็นสหกรณ์ได้มีสิทธิในส่วนนี้ นอกจากนี้ ยังมีโซลาร์ (Solar) ของสวัสดิการทหารผ่านศึก นั่นก็หมายความว่าจะเอาโครงการโซลาร์ (Solar) นี้ให้กับทหารผ่านศึก นอกจากนี้ยังมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ (Solar) สวัสดิการทหารเรือ ผมได้ดูต้องเรียนตรง ๆ ว่าทุก ๆ โครงการที่ กกพ. ได้ประกาศในการรับ เสนอโครงการ แต่ท้ายที่สุดโครงการเหล่านี้กลับไปอยู่กับบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้อยากจะฝากให้ กกพ. กลับไปทบทวนว่าสิ่งที่ท่าน ได้ออกกฎกติกามาวันนี้ทำให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเกษตรกร เพื่อนข้าราชการ ทหารเรือ ทหารบก เคยมีถึงเพื่อนข้าราชการตำรวจ แต่โครงการนี้ได้ยกเลิกไป ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องทบทวน ด้วยเวลาอันจำกัดจริง ๆ ผมต้องอภิปรายสัก ๒๐ นาที ถึงจะได้รู้แจ้งเห็นชัดว่า กกพ. ที่เรียกว่าเสือจามจุรีทำอะไรอยู่

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเปิดเอกสารที่รายงานการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ ในหน้า ๑๐๒-๑๐๕ จะเห็นเลยว่าไม่มีการที่จะปฏิรูปในเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า หรือที่ ภาษาราชบุรีเรียกว่ากองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า ท่านประธานทราบไหมครับว่าโรงไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตด้วยก๊าซจะต้องส่งเงิน ๑ สตางค์ต่อหน่วย ท่านคิดเอาแล้วกันว่าจังหวัดราชบุรี มีโรงไฟฟ้ารวมทั้งหมด ๕ โรง กำลังการผลิตผมว่าน่าจะประมาณเกือบ ๔,๐๐๐ เมกะวัตต์ ท่านคิดเอาแล้วกันว่าเงินมหาศาลขนาดไหน ถ้าเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินจะต้องส่งเงิน ๒ สตางค์ ต่อหน่วยให้กับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าวันนี้เท่าที่ผมดูการปฏิรูป สิ่งเหล่านี้ไม่มีเลย แล้วสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งเปิดดูในหมวดที่ ๔ ในเรื่องของโซลาร์รูฟทอป (Solar Rooftop) ที่บอกว่าจะปฏิรูปทั้งหมด ๑๑ ประเด็น ผมขอเรียน อย่างนี้ว่าวันนี้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็ตามที่เขาอยากจะประหยัด พลังงานเขาก็ติดรูฟทอป (Rooftop) หรือที่เรียกว่าโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) บนหลังคา บ้านไหนที่ติดไว้เกิน ๑๐ กิโลวัตต์ กกพ. กำหนดว่าให้ขายได้ ที่เหลือให้ขายการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าภูมิภาค รับซื้อต่อหน่วยละ ๑ บาท ๖๘ สตางค์ แต่ถ้าท่านประธานกลับไปที่บ้าน ถามแม่บ้านว่าเดือนนี้จ่ายค่าไฟที่บ้านเราไปเท่าไร เด็กที่บ้านก็จะเอาบิล (Bill) มาดูแล้วก็ ตอบว่าวันนี้ค่าไฟหน่วยหนึ่ง ๓.๕๐ บาท ท่านประธานเห็นไหมครับว่าเวลาไฟฟ้าเหลือขายให้ ๑.๖๘ บาท แต่เวลาเราอยู่บ้านเราใช้ไฟเราจ่าย ๓.๕๐ บาท ผมเรียนว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในรายงาน ความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศที่ท่านรายงานมาเลย ผมเรียนสั้น ๆ ด้วยเวลาจำกัดว่า เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ได้หารือแล้วก็ได้มี บทสรุปว่าหลังจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ครั้งนี้เรียกร้องให้ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการพลังงานแห่งชาติต้องปรับ แผนพีดีพี (PDP) แผนที่ท่านใส่ไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๘๐ หรือพีพี ๒๐๑๘ (PP 2018) มันใช้ไม่ได้แล้วครับ ขอบคุณครับ