โกวิทย์ พวงงาม หารือประเด็นการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การเสริมสร้างศักยภาพด้านการเงินและการบริหาร เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับนโยบายชาติ พร้อมเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปเสนอแนวทางที่ชัดเจนต่อรัฐสภาเพื่อการพิจารณาต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมขอขอบคุณท่านประธานและท่านที่ได้ อนุญาตให้ผมได้พูดก่อนท่าน ขอบคุณนะครับ
กราบเรียนท่านประธานว่าในรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผน การปฏิรูปประเทศหลายเรื่องที่กระผมพยายามศึกษา ส่วนหนึ่งก็ทำให้เกิดข้อคิดเพื่อจะเป็น ส่วนที่จะเสนอแนะต่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปดำเนินการในการทำรายงานต่อไป นั่นคือประเด็นที่ ๑ ในส่วนนี้กระผมเห็นว่าการทำรายงานส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของการรายงานตามโครงการและกิจกรรม ในรอบเดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๒ แล้วก็เห็นว่าที่มีอยู่ในสถานะของการดำเนินงานส่วนใหญ่ อย่างที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พูดไปแล้วก็คือเป็นงานปกติที่ทำอยู่เป็นประจำ อันนี้ ก็คือสิ่งที่เป็นข้อที่มองกันว่าไม่ใช่เรื่องของการปฏิรูปประเทศที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือมองไปยังอนาคตที่จะต้องปฏิรูปสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่ส่วนหนึ่งก็ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิรูปประเทศอยู่ กระผมพยายามเชื่อมโยงกับที่ผ่านมาก็คือในรายงานสรุปผล การดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศก็จะมีสอดคล้องอยู่บ้างในรายงานความคืบหน้า ในประเด็นการปฏิรูปประเทศ กระผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็นชัด ๆ สัก ๒ เรื่อง เป็นความสอดคล้องที่กระผมตั้งใจที่จะพูด แล้วก็เป็นข้อเสนอแนะด้วย นั่นก็คือในประเด็น การกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นและการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม เรื่องการกระจายอำนาจ ความจริงก็มีในผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แต่กระผมเรียนท่านประธานว่าเวลาไปทำความก้าวหน้า หรือความคืบหน้ากลับไม่มีเรื่องการกระจายอำนาจในความคืบหน้า สิ่งที่กระผมพูดอย่างนี้ เพราะว่าเป็นความเชื่อมโยงที่ต่อกันว่าความคืบหน้าในเรื่องการกระจายอำนาจจะไปถึงไหน อย่างไร แต่กระผมขอเรียนว่าเป็นประเด็นที่กระผมและพรรคที่กระผมสังกัดอยู่สนใจ และคิดว่า ในชีวิตการเมืองที่เข้ามาเล่นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่งกระผมตั้งใจที่อยากทำให้ ประเทศนี้ได้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเต็มที่และเต็มกำลังที่จะทำได้ เพราะฉะนั้น เวลาเราพูดถึงความก้าวหน้าก็ต้องไปดูว่ากิจกรรมและโครงการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป คืออะไรในเรื่องการกระจายอำนาจ เช่นเดียวกันด้านบริหารราชการแผ่นดินก็พูดเรื่องการทำให้ กำลังคนภาครัฐลดอำนาจลง แปลว่ากำลังคนภาครัฐต้องลดลง แต่ถ้าไปเพิ่มอำนาจท้องถิ่น ก็ลดกำลังคนภาครัฐ อันนี้เป็นความเชื่อมโยงกันใน ๒ แผน เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เห็นความก้าวหน้า ต้องบอกว่าการกระจายอำนาจจะทำอะไรแล้วให้เป็นความก้าวหน้า กระผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าอย่างในเล่มการดำเนินงานครั้งที่แล้วพูดเรื่องสมรรถนะของท้องถิ่นทำได้ ๒ เรื่องก็คือ เพิ่มเงินอุดหนุนหรือเพิ่มเงินอันเป็นสัดส่วนระหว่างรัฐกับท้องถิ่น จำนวน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ อันนี้ผมกำลังจะบอกว่า นี่คือความก้าวหน้าหรือคืบหน้าที่จะพูดถึงเป็นความเชื่อมโยงกัน แต่ก็น่าเสียดายว่าในความคืบหน้า กลับให้รายละเอียดในเรื่องของโครงการที่หน่วยงานนั้น ๆ ส่งมา นั่นคือประเด็นต่างหาก ในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดินก็เช่นเดียวกัน การจะทำให้ภาครัฐมีความกะทัดรัด กระผมเข้าใจว่าจะต้องทำให้ภาครัฐนั้นลดภารกิจตัวเองลงไป เพื่อจะทำให้รัฐไม่โป่งเกินไป ไม่เติบโตเกินไป แล้วก็ไปเพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่น เป็นปฏิภาคผกผันซึ่งกันและกัน
ข้อเสนอของกระผมก็คือว่าต่อนี้ไปใน ๒ ด้านที่กระผมพูดถึงนี้จะต้องเขียน เรื่องว่าอะไรที่เป็นกิจกรรมหรือโครงการที่เขาใส่มาเป็นเรื่องปกติ อาจจะต้องพูดไปตรง ๆ ว่า เป็นงานปกติที่ทำอยู่ อะไรที่เป็นความคืบหน้าเรื่องจัดสรรเงินให้กับท้องถิ่นก็ต้องบอกไปเลยว่า ต้องการปฏิรูปเพื่อทำให้ท้องถิ่นมีสมรรถนะ มีรายได้เพิ่มขึ้น แล้วก็ภาครัฐลงไป เช่นถ่ายโอนภารกิจ ให้กับท้องถิ่น แล้วก็ทำให้มีการปฏิรูประบบราชการที่ทำให้ราชการกะทัดรัด กระผมว่าถ้าไป อย่างนี้มันทำให้มีความชัดเจนในความคืบหน้า
กราบเรียนท่านประธานสัก ๓ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้พูดแล้ว สืบเนื่องจากว่าเรา พยายามพูดกันเรื่องรายงานทุก ๓ เดือน คณะรัฐมนตรีต้องให้รัฐสภารับทราบ อย่างที่ท่านชินวรณ์พูด ก็คือว่า ๓ เดือนนี้บางทีไม่เห็นความคืบหน้าอะไร เราจึงเห็นรายงานของโครงการ เพราะฉะนั้น ทำให้เราไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ มันต้องมีปัญหาแล้ว นั่นก็คือส่วนที่ ๑
ส่วนที่ ๒ ท่านนิกรพูดถึงการปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเปลี่ยนไปตามบริบท ของสังคมที่เปลี่ยนไป กระผมเห็นด้วยว่าการปรับปรุงปฏิรูปก็ควรจะมี แล้วสุดท้ายก็คือว่า ถ้าปรับปรุงปฏิรูปแล้วกระผมเข้าใจว่าสภาพัฒน์เองก็ทำให้ชัดเจนขึ้นทั้งในรูปกรรมการ แล้วก็แผนที่จะดำเนินงานต่อไป
สุดท้ายก็คือว่าในการทำรายงาน กระผมเห็นใจสภาพัฒน์ว่าอาจจะเป็นหน่วย ที่ถูกเขียนไว้ในมาตรา ๓๓ ของ พ.ร.บ. ปฏิรูปประเทศว่าต้องทำ กระผมยังเห็นว่าคณะกรรมการ ที่เราพูดถึงถ้าได้ครบแล้วอยากให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศซึ่งรับผิดชอบอยู่ด้วยมีส่วนที่ จะใช้ความรู้ ความคิดที่ท่านมีมาบอกสภาว่าท่านจะปฏิรูปอะไร อย่างไร
ฉะนั้นข้อเสนอของผม ๒ เรื่องว่าในการปฏิรูปประเทศจะเพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่น ด้วยการกระจายอำนาจอย่างไร แล้วจะลดอำนาจภาครัฐอย่างไร ก็กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ แล้วก็ฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ