ฐิตินันท์ ชี้ปฏิรูปประเทศล่าช้า ขอเร่งกระบวนการยุติธรรมนำร่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ฐิตินันท์ แสงนาค หารือความล่าช้าในการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะด้านกระบวนการยุติธรรมที่มีกฎหมาย 40 ฉบับแต่ดำเนินการได้เพียง 5 ฉบับ จึงเรียกร้องให้เร่งผลักดันการปฏิรูปในประเด็นสำคัญ โดยเน้นที่กระบวนการยุติธรรมเป็นอันดับแรกเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงต่อการปฏิรูปด้านอื่นๆ พร้อมเสนอให้คืนข้อมูลการปฏิรูปครบทั้ง 19 ด้านเพื่อความชัดเจนและลดความสับสนในกระบวนการ.

นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย กระผมจะมาอภิปรายเรื่องการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงาน ปฏิรูปประเทศมาเบื้องต้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ มีสมาชิกหลายท่านได้ติติงรายงานฉบับนี้ตั้งแต่เนื้อหา ความคืบหน้า แล้วก็ความล่าช้าของรายงาน ท่านประธานครับ กระผมเข้าใจดีว่ารายงานฉบับนี้ มาล่าช้าเพราะว่าเป็นรายงานที่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เป็นรายงานฉบับสุดท้าย ของปี ๒๕๖๒ ก็คือเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ถ้าท่านเห็นรายงานฉบับแรก ๆ ที่เรา อภิปรายกันที่สภา ทีโอที (TOT) ครั้งแรกตอนนั้น จะเห็นว่ารายงานฉบับนั้นเทียบกับฉบับนี้แล้ว กระผมว่าฉบับนี้ดูดีกว่าในเรื่องของรูปเล่ม เนื้อหาสาระ แต่ความคืบหน้ายังไม่ได้เท่าที่ควร มีท่านสมาชิกพูดไปแล้ว

ท่านประธานครับ กระผมอยากจะรื้อฟื้นให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่งว่า การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองแรกเริ่มเดิมทีสภาปฏิรูปแห่งชาติทำออกมามี ๑๘ บวก ๑ เป็น ๑๙ ด้าน วันนี้โดนตัดไป ๗ ด้านเหลือ ๑๒ ด้าน แต่ว่าวันนี้ผมเห็นมีเพิ่มเข้ามาอีก ๑ หมวดแล้วก็คือตำรวจ แล้วเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้อภิปรายว่ามีเพิ่มเข้ามาอีก คือมีวัฒนธรรม มีกีฬา แล้วก็มีทรัพยากรมนุษย์เพิ่มเข้ามา ซึ่งกระผมเรียกร้องไปตั้งแต่ชอต (Shot) ที่ ๒ แล้วว่าให้เอา ๑๙ หมวด ที่หาข้อมูลมาตอนแรกเข้ามาให้ครบ ไม่ต้องเอามา รวมกันแบบนี้ มันทำให้ข้อมูลสับสน วุ่นวาย

ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมจะอภิปรายในวันนี้เบื้องต้นก็คือเรื่องการปฏิรูป ประเทศด้านการเมือง มีพระราชบัญญัติที่ต้องทำอยู่ ๑ ฉบับ ปรากฏว่าข้อมูลยังเป็นศูนย์ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย กระผมจะอภิปรายให้ท่านและสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบและเผื่อท่านผู้ชม ทางบ้านด้วยนะครับ เพราะท่านไม่มีเอกสารในมือ การปฏิรูปประเทศครั้งนี้ ๑๒ ด้าน ด้านการเมืองมีพระราชบัญญัติจำนวน ๑ ฉบับ ผลสัมฤทธิ์ ก็คือเป็นศูนย์ ยังไม่เสร็จเลย อันที่ ๒ การบริหารราชการแผ่นดินมีพระราชบัญญัติอยู่ ๔ ฉบับ เสร็จไปแล้ว ๓ ฉบับ ยังเหลือ ๑ ฉบับ อันนี้พอรับได้ อันที่ ๔ ก็คือเรื่องกฎหมาย กฎหมายนี่ ๑๔ ฉบับ ทำไปแล้ว ๔ ฉบับ ยังเหลืออีก ๑๐ ฉบับ แต่ว่าสิ่งที่น่าสนใจใน ๑๒ ด้านเป็นเรื่องของ กระบวนการยุติธรรมล้วน ๆ เลย อันที่ ๑ กระบวนการยุติธรรม หัวข้อที่ ๔ มีพระราชบัญญัติ และกฎหมายว่าด้วย ๔๐ ฉบับ เสร็จไปแล้ว ๕ ฉบับ ๔๐ ฉบับ เสร็จไปเพียง ๕ ฉบับ นี่คือ กระบวนการยุติธรรม เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศเลยนะครับ แล้วอีกอันหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา ก็คือกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ อันสุดท้าย หมวด ๑๓ มีพระราชบัญญัติและกฎหมายว่าด้วย ๒ ฉบับ ผลสัมฤทธิ์เป็นศูนย์ ท่านประธานครับ กระผมไม่ได้มองถึงปริมาณหรือจำนวนว่ามาก หรือน้อย แต่กระผมกำลังดูถึงความจริงใจของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศว่าท่านจริงใจ จะปฏิรูปประเทศจริงหรือเปล่า ถ้าจริงใจทำไมล่าช้าอย่างนี้ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการปกครองประเทศ ทุกวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นมักจะอ้างความยุติธรรม ไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะฉะนั้นเมื่อสภาปฏิรูปประเทศ คณะทำงานเห็นแล้วว่าความยุติธรรมเป็นหัวใจของการบริหารประเทศก็ควรจะทำสิ่งนี้ขึ้นมาก่อน เมื่อความยุติธรรมได้รับการยอมรับแล้วทุกอย่างก็ง่าย เราก็มาเริ่มที่การเมือง เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราคุยกันอยู่คือเรื่องการเมือง เมื่อการเมืองดี เศรษฐกิจดี สังคมดี ชีวิตความเป็นอยู่ของ ประชาชนก็ดี ความเหลื่อมล้ำก็จะลดลงไป แต่กระผมยังย้ำคำเดิมที่พูดไว้ว่าความยุติธรรมนั้น ต้องทำให้สัมฤทธิผล มีกฎหมายพระราชบัญญัติที่จะต้องทำถึง ๔๐ ฉบับ ท่านทำได้แค่ ๕ ฉบับ กระผมว่าควรจะเพิ่มคุณภาพและศักยภาพในการทำงานให้มากกว่านี้ หรือมีสมาชิกบางท่านว่า ระยะเวลาที่รายงานต่อสภาสั้นเกินไปคือ ๓ เดือน อันนี้ก็คงจะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ ผลสัมฤทธิ์ก็คงจะมองไม่เห็นรูปธรรมมากนัก แต่กระผมจะให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาปฏิรูปประเทศไม่ต้องทำพร้อมกันทั้ง ๑๒ ด้าน เลือกสาระสำคัญที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มาทำก่อน ไม่มีใครทำอะไรได้พร้อมกันดีทุกอย่างหรอกครับ ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเอาหัวใจสำคัญที่จะเป็นทางเดินขึ้นมาก่อนคือกระบวนการยุติธรรม ทุกวันนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกคนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ว่าภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคสังคม เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าเรื่องนี้ควรทำเป็นเรื่องแรก เมื่อกระบวนการยุติธรรม และการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้วค่อยมาว่ากันเรื่องการเมือง เพราะว่าการเมืองที่เราทำมากระผมมาดูจิ๊บจ๊อยมาก กิจกรรมหรือแอกทิวิตี (Activity) ทางการเมือง ทำ ๔ หัวข้อ ส่วนมากจะเป็นการทำแอปพลิเคชัน (Application) การทำแอปพลิเคชัน (Application) ขึ้นมาใหม่เพื่อติดตามการเลือกตั้งท้องถิ่น การรายงานผล ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นเขายังไม่ประกาศ เลยว่าจะเลือกตั้งเมื่อไร ท่านทำแอปพลิเคชัน (Application) พวกนี้ขึ้นมาแล้วไม่ใช่หน้าที่ของ สภาปฏิรูปประเทศ ทุกวันนี้เด็กมัธยมก็ทำได้แอปพลิเคชัน (Application) พวกนี้ งานของท่าน ยิ่งใหญ่กว่านี้เยอะ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้การเป็นประชาธิปไตย การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ต้องสื่อสารลงไปถึงเยาวชน จัดอบรมตั้งแต่ในชั้นเรียน ปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้วัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามาเพราะสื่อ ออนไลน์ (Online) สื่อโซเชียล (Social) ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการปฏิรูปประเทศครั้งต่อไป ไม่ทราบว่าจะมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศมานั่งอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ฝากให้ท่านประธาน ไปบอกด้วยว่าในรายงานฉบับต่อไปคงจะไม่ทันฉบับเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ฉบับที่ ท่านจะทำต่อไปนี้ขอให้เพิ่มกระบวนการยุติธรรมเป็นหัวใจหลัก เพราะนั่นคือความสัมฤทธิผล ที่เห็นเป็นรูปธรรม เมื่อความยุติธรรมปรากฏทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกระจ่าง และการเมืองไทย ก็จะเดินไปตามทางประชาธิปไตยของมัน ขอบคุณมากครับ