ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเกี่ยวกับการรับทราบรายงานตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นและประสิทธิภาพของการรายงานทุก 3 เดือน พร้อมเสนอให้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญหากมีปัญหา และย้ำว่าสภาต้องไม่เป็นเพียงแค่ตรายางในการรับรองรายงาน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับพวกเราที่นั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็น ฝ่ายรัฐบาล เพราะประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ก็คือเป็นประเด็นว่าในเรื่องวาระ ที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบนั้น เป็นเรื่องที่เราควรที่จะมีมติว่ารับทราบหรือไม่รับทราบ หรือไม่ และเป็นเรื่องที่เราควรจะมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเสนอ เรื่องการรับทราบนั้น ๆ หรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธาน เพราะผมคิดว่าถ้าเราไม่ถือหลักที่ชัดเจน ต่อไปก็จะมีปัญหาทุกครั้งในการที่ ท่านประธานจะนำเรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมทราบขึ้นมาหาเลยแล้วเห็นเอาว่าเป็นเรื่องที่ เราควรที่จะแสดงออกทางการเมืองอย่างไร อันนั้นเป็นเรื่องของสิทธิของแต่ละฝ่าย แต่ว่า เรื่องสำคัญที่อยากจะกราบเรียนเพื่อให้พี่น้องประชาชนและพวกเราได้เข้าใจตรงกันก็คือว่า ในเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบนั้น พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราก็มี หน้าที่ที่จะรับทราบ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าเรามีสิทธิที่จะเสนอแนะต่อหน่วยงาน ที่เข้ามารายงาน แล้วก็มีหลายครั้งที่ท่านประธานคงจำได้ถ้าหากหน่วยงานดังกล่าว ทำรายงานมาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะถ้าเป็นรายงานที่ต้องมีการตรวจสอบจากหน่วยงานองค์กรอิสระอื่นแต่ยังไม่ได้รับ การตรวจสอบ พวกเราก็เคยให้ถอนออกไป ท่านประธานก็เห็นด้วยแล้วก็ให้ถอนออกไป แต่ผมคิดว่าการที่เราจะนำเอาประเด็นที่เราควรจะร่วมใจกันในการที่จะสร้างภาพพจน์ ของสภาแห่งนี้ ให้เห็นว่าเราทำหน้าที่ในสภาอย่างตรงไปตรงมา อย่างมีความชัดเจน ผมมีความจำเป็นที่ต้องขึ้นมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเราช่วยมาดูว่า รายงานฉบับนี้เป็นรายงาน ที่แตกต่างไปจากรายงานอื่นอย่างไร รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่เป็นไปตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ครับท่านประธาน ซึ่งได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้คณะรัฐมนตรี แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ทุก ๓ เดือน ถ้าจะถามผมย้อนหลังกลับไปว่าผมเห็นด้วยไหมกับบทบัญญัติของกฎหมาย รัฐธรรมนูญนี้ ผมเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่าโดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะเรื่องการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ แต่ให้มารายงานสภาทุก ๓ เดือนนี่ เพียงแต่ พิมพ์เอกสารก็หมดเรื่องความคืบหน้าแล้วครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อรัฐธรรมนูญให้รายงาน เราก็มามองในแง่บวกว่าเราจะได้เห็นถึงการที่รัฐบาลได้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปที่กำหนด เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ มาตรา ๒๖๕ เป็นต้นมา ซึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เกี่ยวกับ เรื่องการศึกษา เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ และแน่นอนเมื่อรัฐธรรมนูญ ได้มีบทบัญญัติไว้เช่นนี้สภาก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ ก็จำเป็นที่จะต้องนำวาระดังกล่าวนี้ เข้ามาสู่การประชุมของสภาเพื่อให้สภาได้พิจารณารับทราบ ผมคิดว่าเมื่อทุกฝ่ายยอมรับ ในหลักการนี้ เราก็ควรที่จะมาพิจารณาว่าเมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้ และนี่คือจุดหนึ่ง ที่เราหลายคนก็เรียกร้องว่าถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เราก็ควรจะไปแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ผมคนหนึ่งเคยพูดในสภาแห่งนี้ว่าถ้ารัฐธรรมนูญนี้ในส่วนใดที่มีปัญหาเกี่ยวกับ การบริหารราชการแผ่นดิน มีส่วนใดที่ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย พวกเราในสภา แห่งนี้ควรที่จะร่วมใจกันในการที่จะหาประเด็นและทำข้อเสนอแนะ และนำเสนอไปยัง กรรมาธิการพิจารณาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขในส่วนที่เรามี ความคิดเห็นตรงกัน ถ้าอย่างนี้ผมคิดว่าเป็นทางออกของประเทศ แต่ผมไม่เห็นด้วยว่า ในวาระนี้ซึ่งเป็นวาระที่เราจะต้องมารับทราบการรายงานเสนอแนะ แล้วเราก็พูดว่า เราเป็นห่วงว่าสภาของเราจะเสียหาย เราจะเป็นตรายาง ผมคิดว่าเราต้องมาร่วมกันพิจารณา วันนี้ผมยืนยันกับท่านประธานว่าเราต้องมาร่วมกันพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา และเรา จะไม่เป็นตรายาง นั่นก็คือว่าส่วนใดที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องไม่เห็นด้วยครับ เช่นที่ผมไม่เห็นด้วยว่า ให้รายงานทุก ๓ เดือนอย่างนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะได้เห็นความคืบหน้า ใด ๆ เลย เป็นเรื่องของธุรการ เป็นเรื่องของงานประจำ และเมื่อไปดูในรายละเอียดแล้ว ยิ่งเห็นชัดเจนว่าเป็นเรื่องของการรายงานของหน่วยงานทางราชการเสียมากกว่า แต่ว่า จริง ๆ แล้วการปฏิรูปประเทศควรจะเป็นเรื่องของการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไปสู่ สิ่งที่ดีกว่า เป็นเรื่องของผู้นำประเทศจะต้องแสดงบทบาทนำในการที่จะให้มีส่วนสำคัญ ในการที่จะให้ประเทศของเราได้เปลี่ยนแปลงในหลักการสาระที่สำคัญของบ้านเมือง ของเรา ที่เราเป็นห่วงกันตลอดเวลา เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำก็ดี เรื่องการศึกษาก็ดี เรื่องความไม่เท่าเทียมกันในทางกฎหมายก็ดี หรือแม้แต่เรื่องเศรษฐกิจความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าที่ผมพูดตรงนี้เพื่อที่จะแสดงเหตุผลกับท่านประธานว่า ถ้าเราไปถือหลักในการที่จะตรวจสอบในวาระรับทราบนี้ เป็นการลงมติหรือเป็นการ ไม่ร่วมประชุม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่แทนที่จะเป็นผลบวกกับสภาก็จะไม่เป็นผลบวกกับสภา แต่ว่าผมอยากจะเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งด้วยความเคารพในสิทธิของแต่ละฝ่ายว่าถ้าในวาระ รับทราบเช่นนี้ เราควรที่จะหาข้อมูลทั้งหมดในเรื่องของการปฏิรูปอย่างแท้จริง แล้วนำมา เสนอคณะกรรมการปฏิรูป แน่นอนครับ คณะกรรมการปฏิรูปที่มานั่งตรงนี้ท่านไม่ได้มีอำนาจ เด็ดขาดในแผนปฏิรูปประเทศ เพราะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี แต่ว่าในทางปฏิบัติ งานธุรการในสภานี้ทุกครั้ง ผมก็เห็นว่าเวลามีการรายงานรับทราบจากการดำเนินงาน ของคณะรัฐมนตรีหรือของหน่วยงานใดก็แล้วแต่ ก็จะมอบหมายให้ฝ่ายบริหารหรือฝ่าย ธุรการในงานนั้น ๆ ได้มีส่วนมาชี้แจงด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าฝ่ายรัฐบาลก็มีรัฐมนตรีที่มีความรับผิดชอบในหน่วยงานนั้นเข้ามา รับฟังในสภาแห่งนี้ และโดยภาพรวมผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าเราต้องยึดมั่น ว่าทุกอย่างที่เราพูดในสภานี้เราพูดในนามอำนาจนิติบัญญัติครับ ฝ่ายบริหารที่ดีก็ต้องสำนึก อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วว่าส่วนหนึ่งท่านก็มาจากอำนาจนิติบัญญัติท่านก็เลือกไปจากสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นท่านต้องให้เกียรติและรับฟังตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่มีผู้บริหารคนใด ที่มาจากประชาชนและปฏิเสธการรับฟังประชาชน ผมคิดว่าถ้าเขาคิดเช่นนั้นก็ไม่สามารถ ที่จะบริหารประเทศให้มีเสถียรภาพได้ วันนี้ผมจึงอยากจะเรียกร้องว่าแผนการปฏิรูปนั้น ได้เพียงแสดงความคืบหน้าในการดำเนินงานทุก ๓ เดือนเท่านั้นเอง และฉบับนี้ก็เป็น ฉบับที่ค้างมาจากการปิดสมัยประชุมสภา ผมทราบว่าได้เสนอเข้าทางธุรการนะครับ ตั้งแต่ วันที่ ๕ พฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วก็สภาเปิดขึ้นมาก็ได้นำเข้าสู่ระเบียบวาระเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคมให้มาพิจารณาในวันนี้ แล้วก็จะนำในไตรมาสต่อไปเข้าสู่คณะรัฐมนตรี และการเสนอเข้ามา ผมคิดว่าถ้าพวกเราไม่เห็นด้วยในประเด็นใดในการจัดทำรายงาน ความคืบหน้านี้ก็ควรจะได้นำเสนอไป แล้วก็การนำเสนอรายละเอียดเอกสารในคราวต่อไป ที่จะเข้าสู่สภาก็จะได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นนะครับ ส่วนว่าแผนการปฏิรูปเราจะดำเนินการ อย่างไร และเราจะเร่งรัดให้รัฐบาลได้มีความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างไร ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้อง ไปดำเนินการในการไปดูว่าเราจะปรับปรุงกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร แล้วเราจะต้อง เรียกร้องให้รัฐบาลนี้ได้หันมาสนใจในการแก้ไขปัญหาตามแผนการปฏิรูปประเทศให้มี ความก้าวหน้าต่อไป ผมเห็นใจรัฐบาลว่าถึงแม้อยู่ในช่วงโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ตามครับ แต่ว่าการดำเนินการในการปฏิรูปประเทศเราก็ต้องทำควบคู่กันไป ก็ขอเป็น กำลังใจครับ ขอบคุณครับ