นิคม บุญวิเศษ วิพากษ์การดำเนินงานของ กสทช. โดยเฉพาะการจัดการคลื่นความถี่ การใช้จ่ายกองทุนพัฒนาโทรคมนาคมที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และการละเลยการสนับสนุนผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการชุดใหม่แก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและครอบคลุมทุกมิติ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออภิปราย เรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจําปี ๒๕๖๒ หลังจากที่ปีที่แล้วกระผม ก็ได้ยืนขึ้นเพื่ออภิปรายในเรื่องนี้ ในครั้งนี้ก็มีรายงานความคืบหน้าหลายประการครับ แต่ด้วยเหตุผลเวลาอันจํากัด ผมจะขออภิปรายในบางประเด็น ผมจะขอย้อนไปในเรื่อง ข้อกฎหมาย กสทช. เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ มี พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ จึงมี กสทช. เกิดขึ้น ในขณะที่มีคณะกรรมการ กสทช. ผู้ประกอบการวิทยุ ผู้ประกอบการ โทรทัศน์ทั้งหลายเราก็มีความรู้สึกดีใจว่า กสทช. จะเป็นคนที่มีอํานาจในการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ให้กลุ่มผู้ประกอบการวิทยุ แต่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา ๙ ปี กับคณะกรรมการ กสทช. ชุดนี้ ซึ่งท่านได้สิทธิการต่ออายุมาจากคําสั่งพิเศษของ คสช. ระยะเวลา ๙ ปี ยังไม่มี วิทยุคลื่นใดที่ได้รับใบอนุญาตที่เป็นเรื่องเป็นราวจริง ๆ ได้แค่ใบทดลองประกอบกิจการวิทยุ เท่านั้น แต่เนื่องจากว่า กสทช. ชุดนี้ ก็มีอํานาจมากมาย วิทยุทั้งหลายก็ไม่มีความสามารถ ในการต่อสู้เรียกร้องต่าง ๆ ได้ ไม่เป็นไรครับ เป็นเรื่องอดีตที่ผ่านมา แต่ผมอยากจะให้ คณะกรรมการชุดใหม่ที่จะมีการสรรหาอย่าลืมช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย ผมสังเกตดู คณะกรรมการชุดนี้จะมุ่งเน้นในการพัฒนาเรื่องโทรคมนาคมมากกว่าเรื่องวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ ท่านอาจจะคิดว่าการประมูลคลื่นของฝ่ายโทรคมนาคม ได้เงินจํานวนมหาศาล แต่ท่านอย่าลืมว่าท่านได้มีการประมูลคลื่นโทรทัศน์มาแล้ว คลื่นดิจิทัล (Digital) ท่านปล่อยให้กลุ่มโทรทัศน์เหล่านี้ที่ประมูลคลื่นในราคาที่ค่อนข้างจะ แพงมาก ปล่อยให้คนกลุ่มเหล่านี้ล้มหายตายจาก นั่นหมายถึงว่าไม่มีการพัฒนา ไม่มีการวิจัย ไม่มีการช่วย ทั้ง ๆ ท่านมีเงินกองทุน กองทุนวิจัย กองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ท่านไม่สามารถที่จะนําเงินกองทุนเหล่านี้มาวิจัย แล้วก็ช่วยเหลือวิทยุและโทรทัศน์ ทําให้กลุ่มคนเหล่านี้ที่ประกอบการมาตั้งแต่ต้น เจ๊ง ล้ม ขาดทุน แต่ท่านมามุ่งเน้นเรื่องโทรคมนาคมเป็นหลัก ท่านอาจจะบอกว่ามีการเปลี่ยนผ่าน ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม อาจจะมีการหลอมรวม เข้าด้วยกัน ซึ่งอาจจะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นอะไร อันนั้นเป็นเรื่องอนาคต แต่อย่าลืมว่า ผู้ประกอบการที่เขาลงทุนไปแล้ว ท่านก็อย่าลืมคนเก่าคนแก่ เราก็ต้องทํางานให้ทุกมิติ ให้ครอบคลุมตามอํานาจหน้าที่ที่กฎหมายได้เขียนกํากับไว้ว่าท่านจะต้องมาส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ อย่าลืมในส่วนที่ผมได้อ่านในหน้า ๙๘ ซึ่งเป็นการ บริหารกองทุนและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ผลการดําเนินงานของท่านผมอ่านดูแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าท่านใช้เงิน ผิดประเภทหรือเปล่า ท่านบอกว่าท่านใช้เงินในด้านของการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บทโทรคมนาคม แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ และแผนแม่บทในการจัด ให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน โดยการจัดสัมมนากลุ่มย่อย จัดสัมมนากลุ่มย่อยแล้วได้อะไร อันนั้นคือผมไม่ทราบ ในด้านที่ ๒ ด้านการจัดสรรเงินกองทุน ด้านที่ ๒ ผมเห็นท่านเขียน ออกมาว่าท่านจัดสรรเงินกองทุนไว้ ๔ ประเภท ผมจะยกตัวอย่างประเภทที่ ๓ คือโครงการ หรือการดําเนินการที่ กสทช. ประกาศกําหนดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน จํานวน ๒ โครงการ ก็คือใช้เงินก็ไม่มาก ๘๙ ล้านบาทเศษ ได้แก่ โครงการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ชิงแชมป์ประเทศไทยของหน่วยงานกรมประชาสัมพันธ์ จํานวน ๓๐ ล้านบาท และโครงการ จัดตั้งศูนย์ทดสอบ ๕ จี (5G) ท่านนําเงินกองทุนวิจัยพัฒนามาเป็นโครงการประกวด เพลงลูกทุ่ง ผมไม่แน่ใจว่าใช้เงินกองทุนนี้ผิดประเภทหรือไม่ ด้านที่ ๓ ด้านการดูแลรักษา เงินกองทุน เห็นไหมครับ ท่านบอกว่าท่านมีรายได้ทั้งสิ้นเป็นจํานวนเงิน ๑๐,๓๗๑ ล้านบาทเศษ ส่วนใหญ่เป็นการรับเงินจากใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ใบอนุญาตประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ จํานวน ๘,๒๕๘ ล้านบาทเศษ รวมทั้งดอกเบี้ย ๒,๑๑๒ ล้านบาท ท่านได้นําเงินกองทุนนี้ไปใช้จ่าย ๙,๘๙๐ ล้านบาท โดยเป็นการจ่าย ในโครงการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท และอีกจํานวน ๓,๗๐๐ ล้านบาท เป็นการให้สํานักงาน กสทช. ยืมเงินเพื่อชดเชยให้ผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่ขอคืนใบอนุญาตก่อนกําหนดตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ในขณะที่กองทุนยังมีภาระผูกพัน ตามสัญญาโครงการอีกจํานวนหนึ่ง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ดังนั้นกองทุนมีเงินคงเหลือ หลังภาระผูกพัน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นจํานวนเงิน ๔,๓๕๙ ล้านบาทเศษ กองทุนได้นําเงินไปฝากธนาคารพาณิชย์ไว้ นี่แหละคือเงินกองทุน พอเหลือแล้วนี่ กองทุน หรือ กสทช. เองก็ไม่ได้นําเงินส่งแผ่นดิน ผมไม่แน่ใจว่าเงินเหล่านี้ที่อยู่เป็นเงินนอกงบประมาณ อยู่หน่วยงานต่าง ๆ มีจํานวนมาก รวมทั้ง กสทช. ด้วย ซึ่งมีเงินจํานวนมาก ผมอยากจะเรียน ผ่านท่านประธานว่าการทํางานของคณะกรรมการ กสทช. ผมเชื่อว่าท่านก็มีความตั้งใจ ในการทํางานนะครับ แต่เนื่องจากว่างานมันเยอะ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าท่านมี หน้าที่ในการดูแล ไม่ว่าจะเป็นวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ แล้วก็โทรคมนาคม อยากให้ ท่านได้ดูแลทุกมิติให้ครอบคลุม ไม่อยากให้เน้นไปทางใดทางหนึ่ง แล้วก็ขอให้ใช้เงินงบประมาณของแผ่นดิน และเงินที่ได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จํานวนมาก หรือการเก็บค่าประมูลคลื่นต่าง ๆ จํานวนมากเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้มากที่สุด และส่วนที่เหลือขอให้ส่งเป็นเงินแผ่นดินครับ กราบขอบพระคุณครับ