เศรษฐพงค์ แจงผลปฏิบัติงาน กสทช. ชูคลื่นความถี่-ดาวเทียมนำยุคดิจิทัล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓

เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อภิปรายผลการปฏิบัติงานของ กสทช. โดยเน้นการบริหารคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนกิจการอวกาศผ่านดาวเทียมขนาดเล็ก การติดตามการวางโครงข่าย 5G โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการรัฐวิสาหกิจ และเรียกร้องให้ กสทช. เตรียมความพร้อมในการจัดสรรคลื่น 3.5 กิกะเฮิรตซ์หลังหมดสัญญาสัมปทานของไทยคม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและประชาชน

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในรายงาน ผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจําปี ๒๕๖๒ ซึ่งความต่อเนื่องจากการปฏิบัติงานของ กสทช. ในปี ๒๕๖๒ จนถึงในปัจจุบันก็ยังมีผลกระทบต่อเนื่องไปในอนาคต ซึ่งในบทสรุปผู้บริหาร ๒ ข้อที่สําคัญที่ผมจะขอเน้น ในประเด็นแรกก็คือการกําหนดนโยบายด้านการบริหาร คลื่นความถี่ให้เพียงพอต่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและการดําเนินการเกี่ยวกับกิจการ ดาวเทียมเพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ในประเด็นนี้เป็นประเด็น ที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศนั้นมีความ เกี่ยวพันกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ของ กสทช. ในการดําเนินการเกี่ยวกับกิจการอวกาศ ซึ่งในวันนี้ทาง กสทช. มีอํานาจหน้าที่ในการดูแล ในเรื่องของดาวเทียมสื่อสาร กระผมคิดว่าเป็นการทรานซิชัน (Transition) หรือการเปลี่ยนผ่าน ที่สําคัญที่จะเข้าสู่กิจการอวกาศ ซึ่งทาง กสทช. ก็ได้ให้ความสําคัญในเรื่องของการสนับสนุน การพัฒนากิจการอวกาศในเรื่องของการสนับสนุนโครงการยูโซ (USO) ให้กับการสร้าง ดาวเทียมขนาดเล็ก ซึ่งผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรดําเนินการต่อไป เนื่องจากกิจการ อวกาศนั้นเป็นเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ตัวใหม่ของโลกและของทุกประเทศ ในประเทศไทยนั้น ก็ยังไม่ได้มีการเตรียมการในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ซึ่งคนรุ่นใหม่ก็จะต้องมีการเตรียมการในเรื่อง ของบุคลากรอาชีพใหม่ ๆ ดังนั้นผมคิดว่าในการเปลี่ยนผ่านไปสู่กิจการอวกาศนั้น ทาง กสทช. ก็ควรที่จะมีการเตรียมในเรื่องของงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาการวิจัย และการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมใหม่นี้ทางด้านกิจการอวกาศ ซึ่งผมขอฝากทาง กสทช. ให้ดําเนินการเตรียมการในเรื่องนี้ในปีต่อไปด้วย ในประเด็นการขับเคลื่อนเทคโนโลยี ๕ จี (5G) ซึ่งอยู่ในบทสรุปผู้บริหารด้วยนั้น การประมูล คลื่นความถี่ ๕ จี (5G) ก็ได้สําเร็จเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพวกเราคงได้เห็นการประมูล คลื่นความถี่สําเร็จได้แล้วก็จริง แต่การประมูลคลื่นความถี่นั้นมีรายได้เข้ารัฐอย่างมหาศาล ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงความสําเร็จของการบริหารคลื่นความถี่ของ กสทช. เพราะเป็น จุดเริ่มต้นเท่านั้นครับ แต่ความสําเร็จของการบริหารคลื่นความถี่ที่แท้จริงนั้น คือการสร้าง โครงข่ายไปสู่ธุรกิจ ไปสู่ประชาชน ให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ดังนั้น กสทช. ยังต้องติดตามผลการประมูลคลื่นความถี่ หลังจากการประมูลนั้นจะมีการวางโครงข่าย ในทุกคลื่นความถี่ ผมมีความห่วงใย เนื่องจากการประมูลที่ผ่านมานั้นมีผู้ประกอบกิจการ โทรคมนาคมที่เป็นรัฐวิสาหกิจถึง ๒ บริษัท ทั้งแคท (CAT) และทีโอที (TOT) ซึ่งเป็นครั้งแรก ที่แคท (CAT) กับ ทีโอที (TOT) ได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่จาก กสทช. ด้วยการประมูล ดังนั้น กสทช. ควรที่จะติดตามโดยใกล้ชิด เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารโครงการของ รัฐวิสาหกิจนั้นอาจจะไม่มีความคล่องตัวเหมือนกับบริษัทเอกชน ที่ กสทช. เคยปฏิสัมพันธ์ ในการกํากับดูแลมาโดยตลอด ผมจึงมีความห่วงใย ไม่ว่าจะเป็นคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ที่บริษัทแคท เทเลคอม (CAT Telecom) ได้รับไปนั้นก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของ การเจริญเติบโตในระบบนิเวศทางด้านเทคโนโลยีของคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ก็ขอฝากทาง กสทช. ช่วยกํากับดูแลโดยใกล้ชิด และควรที่จะมีการช่วยทําให้ระบบนิเวศของคลื่น ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นอื่น ๆ นั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ในเรื่องของ การประมูลคลื่นความถี่มีความสําคัญ รัฐบาลมักจะมองเห็นรายได้จากการประมูล แต่อย่างที่ ผมได้กล่าวไปแล้วว่าความสําเร็จในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่แท้จริงคือมูลค่าทางเศรษฐกิจ มูลค่าคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้น กสทช. จะต้องมุ่งเน้นในการกํากับดูแลอย่างใกล้ชิด ในทุกคลื่นความถี่ สิ่งที่ผมเป็นกังวลอีกประเด็นหนึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายก็คือ การประมูล คลื่นความถี่ในย่านต่อ ๆ ไป คือย่านของ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งในขณะนี้คลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์นั้นอยู่ในย่านของ เอกซ์เทนเดด ซีแบนด์ (Extended C Band) ซึ่งเป็นการ ประกอบกิจการด้านดาวเทียมอยู่กับบริษัท ไทยคม จํากัด ที่กําลังจะหมดสัญญาสัมปทาน ในปีหน้าคือในเดือนกันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งในเรื่องนี้ทาง กสทช. จะต้องให้ความสําคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ เป็นคอร์แบนด์ (Core Band) ที่สําคัญ แทบจะสําคัญ ที่สุดในระบบนิเวศของระบบ ๕ จี (5G) ผมอยากให้ทาง กสทช. ได้เตรียมการในเรื่องของ แผนการประมูลหรือจะประมูลหรือไม่ อย่างไร ให้ชัดเจน และที่สําคัญคือคลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์นั้น มีความเกี่ยวข้องกับผลกระทบของประชาชนในการใช้กิจการดาวเทียม ในการให้บริการดาวเทียมในย่านซีแบนด์ (C Band) ซึ่งอาจจะมีผลกระทบในเรื่องของ การให้บริการดังกล่าว จึงขอให้ทาง กสทช. ได้ศึกษาในภาพจริงว่าจะต้องมีการเยียวยา ประชาชนอย่างไร ซึ่งก็คงจะเป็นภารกิจที่สําคัญในปีต่อ ๆ ไปที่ กสทช. คงจะต้อง ให้ความสําคัญอย่างมาก ผมขอขอบคุณท่านประธาน และขอฝากท่านประธานไปยัง กสทช. ให้ดําเนินการในเรื่องดังกล่าว ขอบพระคุณครับ