สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ หารือเรื่องการกํากับดูแล การประกอบกิจการโทรคมนาคม และเรียกร้องให้กรมชลประทานจัดระเบียบสายสื่อสารและการนําสายสื่อสารลงดิน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางนา เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออภิปรายรายงานของคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งส่งมาใน ปี ๒๕๖๒ ทั้ง ๒ เล่ม ในนี้มีด้วยกันอยู่หลายหัวข้อ แต่ผมจะพูดถึงในส่วนของการกํากับดูแล การประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๖ เรื่องหลัก ๆ ผมจะขอพูดเพียงแค่ ๑ เรื่องเท่านั้น คือเรื่องที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องพบเจอทุก ๆ วัน ตั้งแต่ออกจากบ้าน ไปที่ทํางาน แล้วก็กลับมาบ้าน แทบจะทุก ๆ ๑๐๐ เมตร จะต้องพบเจอปัญหาของสิ่ง ๆ นี้ นั่นก็คือการจัดระเบียบสายสื่อสารและการนําสายสื่อสารลงดิน ในรายงานทั้ง ๒ ฉบับ สรุปสอดคล้องกันว่าทาง กสทช. ได้ดําเนินการไปแล้ว ๑๐๖ เส้นทาง รวมเป็นระยะทาง ๒๗๕ กิโลเมตรทั่วประเทศ แต่ถ้าแบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็ดําเนินการไป ๒๔ เส้นทาง ๒๗.๒๑ กิโลเมตร ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถ้าตีเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว น่าจะยังไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของเส้นทางในถนนสายหลักและถนนสายรองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ผมจะพูดถึงในส่วนของกรุงเทพมหานครเท่านั้น ที่ผมเป็นผู้แทนอยู่แล้วก็มี ข้อมูลในด้านนี้ ทางกรุงเทพมหานครเองก็ได้เปิดตัวโครงการที่จะนําสายสื่อสารลงดินร่วมกับ ทาง กสทช. เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งเป้าหมายว่าจะทําให้ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองไร้สายภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ ในปีหน้าที่จะถึง ก็เหลืออีก ไม่ถึง ๑ ปีเต็มแล้วนะครับ ผมก็เอาใจช่วยแล้วก็คาดหวังว่าจะทําได้ตามเป้าหมาย นี่ก็ผ่านมา เกินครึ่งทางแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป้าหมายของทาง กสทช. ที่จะดําเนินการเรื่องนี้สอดคล้อง และเป็นไปตามที่ กทม. ตั้งเป้าหมายไว้หรือเปล่า เพราะรายงานนี้ไม่ได้ลงรายละเอียด เพียงแต่บอกถึงสิ่งที่ทํามาของปี ๒๕๖๒ ทาง กทม. เองก็ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จํากัด เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการเอาสายลงท่อดิน ซึ่งมีระยะทางทั้งหมด ที่จะดําเนินการ ๒,๔๕๐ กิโลเมตร เหลือเวลาอีกประมาณไม่ถึง ๑ ปี ผมก็คาดหวังว่า จะดําเนินการได้ตามเป้าหมาย ในรายงานฉบับนี้ผู้ที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานมีข้อเสนอแนะว่า ทาง กสทช. ควรจะกํากับให้ผู้ประกอบการจัดการเรื่องท่อควรจะทําระบบอินเทอแรกทิฟ (Interactive) เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยรายอื่น ๆ สามารถเข้าไปดูคาพาซิตี (Capacity) ของท่อนั้น ๆ เพื่อป้องกันการกีดกันของผู้ประกอบการรายใหม่ ผลประโยชน์ก็จะตก สู่ประชาชนผู้บริโภคด้วยครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทั้งหมดผมพูดถึงในส่วนของการนํา สายไฟฟ้าลงดิน จะพูดเผื่อถึงเพื่อนสมาชิกที่เคยหารือกับท่านประธานไปแล้วว่าการทํา สายไฟฟ้าลงดินควรจะคํานึงถึงความปลอดภัยของประชาชนด้วย ที่ ส.ส. วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม ได้หารือไปแล้วว่าในพื้นที่เขาทําให้ การสัญจรและประชาชนได้รับอันตราย ก็อยากให้ระมัดระวังทางด้านนี้ด้วย อีกส่วนหนึ่ง ที่ยังไม่ได้พูดถึงก็คือการจัดระเบียบสายสื่อสารที่ในนี้ระบุว่าเมื่อเจอสายสื่อสารที่รกรุงรัง และเป็นอันตรายนั้น ทาง กสทช. ก็จะดําเนินการมัดรวมให้เรียบร้อย เพียงแต่ว่าถ้าเข้าไปตรวจสอบจริง ๆ แล้วแทบจะทุก ๆ ๑๐๐ เมตรก็จะเจอสายที่มีปัญหา เกะกะ ม้วนเป็นวง พันเสาไฟบ้าง ต้นไม้บ้าง หลาย ๆ ที่ก็จะเรี่ยราดอยู่ที่พื้นถนนเลยด้วยซ้ํา ในกรุงเทพมหานครก็ยังมีรถบรรทุก รถขนาดใหญ่วิ่งอยู่ตรงนี้ก็เป็นปัญหา รวมถึงรถขยะของ กทม. เองก็เป็นรถขนาดใหญ่ก็มีปัญหาหลาย ๆ ครั้งที่ทางประชาชนในพื้นที่ผมร้องเรียนมา ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาที่ติดอันดับท็อปไฟว์ (Top five) ที่แจ้งมาที่ผม อยากให้ทาง กสทช. ที่เป็นคนกํากับดูแลผู้ประกอบการโทรคมนาคมตรงนี้จัดทํามาตรการหรือระเบียบ ที่เข้มงวดให้กับผู้ที่มาติดตั้งสายใหม่ อันนี้พูดถึงในที่ไม่ใช่ถนนสายหลักหรือสายรอง ที่นําสายลงดิน อันนี้พูดถึงสายซอยย่อยหรือในซอยบ้านที่มีปัญหาอยู่ให้กํากับดูแลที่ติดตั้งใหม่ รวมถึงเข้าไปซ่อมแซมให้ดําเนินการอย่างดี ไม่ใช่ว่าสักแต่จะมาทําแล้วก็สร้างปัญหาตามมา ทีหลัง ควรจะต้องรับทราบด้วยซ้ํา ควรจะต้องแต่งเครื่องแบบให้รู้ว่าจากผู้ประกอบการ รายไหน เพราะว่าประชาชนผู้รับบริการเราไม่ได้คํานึงถึงแค่ราคาหรือคุณภาพหรือ แบนด์วิดท์ (Bandwidth) เท่านั้น เราดูด้วยว่าผู้ประกอบการรายใดที่ทําประโยชน์ให้กับ สังคมที่ไม่เอารัดเอาเปรียบสังคมที่ทําเรื่องพวกนี้ ฝากเรื่องนี้แล้วก็คาดหวังว่าเป้าหมาย ของกรุงเทพมหานครที่ร่วมมือกับ กสทช. ที่จะเป็นมหานครไร้สายให้ได้ภายใน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ จะดําเนินการให้ได้ตามเป้าหมาย ขอบคุณครับ