คมเดช ไชยศิวามงคล วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดก่อนที่บริหารประเทศโดยขาดวิสัยทัศน์ ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตตกต่ำ ขณะที่รัฐสนับสนุนนายทุนจนความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น และเสนอแนวทางของพรรคเพื่อไทยในการยกระดับรายได้เกษตรกรเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ
ท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. กาฬสินธุ์ เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญภาคเกษตรกรมาก โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยาง อ้อย เราได้นำเสนอในช่วงเลือกตั้งไว้โดยวางเป้าหมายว่าจะให้เกษตรกรมีรายได้ครัวเรือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ทั้งนั้นครับท่านประธาน ความสำเร็จไม่ได้อยู่กับความตั้งใจ ไม่ได้อยู่กับ ความขยัน ไม่ได้อยู่กับการทำงานหนักในการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ความสำเร็จอยู่กับ ความฉลาดในการทำงาน ตัวอย่างเช่นปัญหาที่เกิดในประเทศไทยเราส่วนหนึ่งก็คือการที่เรา ต้องไปเสียค่าโง่เหมืองทองอัครา นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นความหมายตรงนี้ชัดเจน ผมคิดว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน ๕ ปีนี้เป็นปัญหาของผู้นำประเทศ ผู้นำประเทศ ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอในการบริหารจัดการ และแนวทางในการ บริหารบ้านเมืองต้องบริหารให้ครบ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง คน งาน เงิน เวลา ตัวคน ตัวบุคลากรเป็นหลัก ไม่ใช่เอาความมั่นคงนำหน้าเพียงอย่างเดียว ผมจะชี้ให้เห็น ตัวอย่างความสำเร็จในอดีตก่อนมีการปฏิวัติรัฐประหารในช่วง ๕ ปี ราคาอ้อยตกตันละ ๑,๒๐๐ บาท ยางพารา ๘๐ บาท ข้าวตันละ ๑๒,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท มันสำปะหลัง ๒.๕๐ บาท อันนี้คือแนวทางในการบริหารจัดการ เพราะว่าพรรคเพื่อไทยวางแนวทางไว้อย่างเป็นระบบว่า ถ้าแก้ไขปัญหาภาคเกษตรกรรมได้ เกษตรกรรมจะเป็นการแก้ไขปัญหาแรงงาน จะเป็นการ แก้ไขปัญหาหนี้สิน และเป็นการแก้ไขปัญหากำลังซื้อของประเทศ ถ้าเราดูแลภาคเกษตรกรได้ ความต้องการด้านปัจจัย ๔ จะตามมา ตัวนี้จะส่งผลเพดานภาคธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) เอสเอ็มอี (SMEs) ความต้องการส่วนหนึ่งตามหมู่บ้าน ชาวบ้านจะสร้างบ้านไม่เสร็จ ถ้ามีรายได้จากภาคเกษตรกรรมเขาจะสร้างบ้านเพิ่ม ธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) จะเดินได้ ธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) จะส่งผลถึงภาคอุตสาหกรรม ภาคอุตสาหกรรมจะส่งผลถึงแรงงาน ชาวบ้านโดยเฉพาะตามบ้านนอกจะมีลูกหลานไปทำงานภาคอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ในแต่ละหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นเป้าหมายในการบริหารจัดการในภาคเกษตรในด้านแรงงาน ในด้านหนี้สิน ในด้านสร้างกำลังซื้อจะส่งผลกับ เอสเอ็มอี (SEMs) ภาคอุตสาหกรรมและ ลูกหลานบ้านเรา ที่ว่าพรรคเพื่อไทยตั้งสมมุติฐานไว้ที่ครอบครัวละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็คือลูกหลานไปทำงาน รายได้ประจำประมาณหมื่นต้น ๆ ถ้ามีโอที (OT) ตอนเย็น และเสาร์ อาทิตย์จะมีรายได้เดือนหนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ปีหนึ่งตกประมาณ ๒๔๐,๐๐๐ บาท บวกกับราคาข้าว มัน ยาง อ้อย ถ้าเป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทย ที่วางแนวนโยบายไว้ในการหาเสียงก็คือ ข้าวสามารถบริหารจัดการและให้เงินสนับสนุน ได้ครัวเรือนละ ๓๖,๐๐๐ บาท พักชำระหนี้เกษตรกรอีก ๓ ปี แนวนโยบาย ๒ ตัวนี้ตกไป เกือบ ๖๐,๐๐๐ บาท ข้าว มัน อ้อย อ้อย ๑,๐๐๐ บาท ยางพารา ๘๐ บาท ๖๐ บาท ๖๐-๘๐ บาท มันสำปะหลังซึ่งโดยเฉพาะในพื้นที่ผมมีมากที่สุดในประเทศไทย วางไว้ที่ ๓ บาทในดิน เพราะฉะนั้นถ้ารวมกันแล้วปีหนึ่งมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือแนวทาง ของพรรคเพื่อไทยที่สามารถยืนหยัดได้ถึง ๑๗ ปีที่ผ่านมาในการบริหารจัดการพี่น้องประชาชน ในระดับรากหญ้า ท่านประธานครับ ช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาปรากฏว่าอ้อยราคาตันละ ๕๐๐-๖๐๐ บาท มันสำปะหลังทุกวันนี้ ๑.๕๐ บาท เช้า กลางวัน เย็นราคาไม่เท่ากัน ชาวบ้านบอกว่า เหมือนกับหามผีตกป่าช้า เช้าราคาหนึ่ง เที่ยงราคาหนึ่ง บ่ายราคาหนึ่ง ยางพารา ๑๕ บาท ตก ๖ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ตัวเลขคนจน ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ คน จากการที่พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลตัวเลขคนจนตกอยู่ที่ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน แตกต่างกันมากครับท่านประธาน หนี้สาธารณะของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาโดยการนำของท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา หนี้สาธารณะ ตกอยู่ที่ ๖.๙ ล้านล้านบาท งบกระทรวงกลาโหมตกเข้าไป ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ ภาคเกษตรกรเลย ถ้าเราดูกฎหมาย ๒๗๙ มาตรา ๑๖ หมวด ๑ บทเฉพาะกาลของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ เราจะเห็นว่ามีเพียง ๒ มาตราแค่นั้นคือมาตรา ๔๒ และมาตรา ๗๕ ในการช่วยเหลือภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มสหกรณ์และกลุ่มวิสาหกิจ และส่วนหนึ่งที่เขียนแต่ว่าไม่ได้ทำตามเลยก็คือ การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในมาตรา ๗๕ ปรากฏว่าคนจนจนลงไปอีกครับท่านประธาน ส่วนคนรวยรวยยิ่งขึ้น ตัวอย่าง เช่น มีบริษัทหนึ่ง เป็นบริษัทมหาชน ผมคงไม่เอ่ยชื่อ แต่ท่านเป็นเจ้าของเซเว่น อีเลฟเว่น ปรากฏว่าช่วง ๕ ปี ก่อนมีสินทรัพย์ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน หามาได้ทั้งชีวิต แต่ปรากฏว่าช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลโดยการนำของท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้บริษัทนี้มีทรัพย์สินถึง ๙๐๐,๐๐๐ ล้าน มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ๗๐๐,๐๐๐ ล้าน ท่านไปเอื้อนายทุน ท่านไม่ได้ดูแลพี่น้องประชาชนเลย ปล่อยปละละเลยอย่างเห็นได้ชัด มีคำปรามาสและสิ่งที่ท่านให้ข่าวโดยที่ท่านไม่มีความรู้เลย ตัวอย่างเช่นว่าถ้าขายไม่ได้ก็ไปขายอยู่ดาวอังคาร ปลูกทำไมถ้าขายไม่ได้ แสดงว่าท่านไม่มี ความรู้ ไม่มีวิสัยทัศน์ เพราะนั้นผมถือว่าการยื่นญัตติเที่ยวนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ต้นเหตุจริง ๆ คือผู้นำประเทศไม่มีความรู้ความสามารถ จริง ๆ แล้วการเป็นนายกรัฐมนตรีถ้าในรูปแบบ ของการค้าแล้วถือว่าเป็นแบรนด์ (Brand) ของประเทศ แบรนด์ (Brand) ของประเทศ ตัวอย่างเช่น เซเว่น อีเลฟเว่น อเมซอน ไก่เคเอฟซี นี่คือแบรนด์ (Brand) แบรนด์ (Brand) ของประเทศตัวหนึ่งที่ชัดเจนก็คือการเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีความพร้อมความสมบูรณ์ ในทุก ๆ ด้าน การให้ข่าวของท่านทำลายเศรษฐกิจของประเทศ ตัวอย่าง เช่น จะต้องให้ผม มาแก้ไขปัญหาแบบเก่า ๆ หรืออย่างไร ท่านดูความคิดที่ออกมาจากคำพูดตรงนี้ มันไม่เหมาะสมเลย มันเป็นการทำลายเศรษฐกิจอย่างยับเยิน เพราะฉะนั้นในแนวคิดของผม แล้วในด้านการบริหารจัดการ ผมอยากให้ท่านสำรวจตัวท่านเองดูท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านเหมาะสมที่จะยืนอยู่จุดนี้หรือไม่อย่างไร บางครั้งท่านก็แสดงออกเรื่องแปลก ๆ ตัวอย่างเช่นเรื่องจ่านิวท่านพูดเป็นเรื่องตลกไปเลย แต่คงไม่มีใครขำด้วย ในแนวคิดของผม ผมคิดว่าท่านสำรวจตัวท่านเองดี ๆ ว่าท่านเหมาะสมที่จะยืนอยู่จุดนี้หรือไม่ สำหรับตัวผมเอง ขอแนะนำให้ท่านลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อไปอยู่จุดที่ท่านเหมาะสม คงจะเป็น ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนครับ