สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒

สาคร เกี่ยวข้อง พูดถึงปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย สามารถผลิตได้ตลอดทั้งปี มีอนาคตดี ตกต่ำเพราะซัพพลายสูง ดีมานด์ต่ำ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันให้เป็นพืชพลังงาน และจัดตั้งกองทุนสวนปาล์ม

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก หลายท่านที่อภิปรายไปในหลายวันนี้ ก็พูดถึงพืชเศรษฐกิจแต่ละประเภทที่ตนเองมองเล็งเห็น ถึงว่ามีปัญหา ผมเองก็จะขอพูดถึงพืชปาล์มน้ำมัน เพราะปาล์มน้ำมันถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ หลักและเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต ปาล์มน้ำมันตั้งแต่วันปลูกจนถึงวันเก็บเกี่ยว ใช้เวลาเพียงแค่ ๓๐ เดือน หรือประมาณ ๒ ปีเศษ ๆ เกือบ ๓ ปี ก็ได้เก็บเกี่ยว เป็นพืชที่มีอนาคต สามารถจะเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี แทบจะไม่มีฤดูกาล ให้ผลผลิตทุกเดือน เดือนละรอบสองรอบ แล้วแต่การที่จะคัดสรรพันธุ์เหล่านั้นมา ท่านประธานครับ ปาล์มน้ำมันจึงเป็นที่นิยม ของเกษตรกรภาคใต้และภาคอื่น ๆ ที่สามารถจะทำการปลูกได้ เดี๋ยวนี้มีการปรับปรุงพันธุ์ ตลอดจนวงจรปาล์มน้ำมันไปสู่ปาล์มคุณภาพ มีการเก็บเกี่ยวปาล์ม ผลผลิตก็เพิ่มสูงขึ้น ปรับปรุงสายพันธุ์ต่าง ๆ ทำให้ราคาปาล์มที่ได้ผลผลิตมากขึ้น ราคาก็ตกต่ำลง ตกต่ำลง ในช่วง ๔-๕ ปีนี้ ตั้งแต่สมัยท่านที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลได้มีการนำนโยบายต่าง ๆ มาใช้เมื่อครั้งปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ สมัยที่ท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์เป็นรัฐบาล ชาวสวนปาล์ม ก็เคยได้รับราคาปาล์มถึงกิโลกรัมละ ๖-๗ บาท ถึง ๑๐ บาทก็มีครับ วันนั้นยังอยู่ในความทรงจำ ในขณะนี้ปาล์มน้ำมันลดลงไป เมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้วลดลงไปเหลือ ๑.๗๐-๑.๘๐ บาท แล้วก็ปรับตัวขึ้นมาสูงเรื่อย ๆ จากมิติของปาล์มดีเซล พวกผมเป็นผู้แทนก็พยายามจะ เรียกร้องไปยังหน่วยงานของราชการต่าง ๆ ว่าปาล์มไม่ใช่เป็นพืชบริโภคอย่างเดียว พยายาม เปลี่ยนปาล์มเป็นพืชพลังงาน เพราะปาล์มสามารถที่จะไปเป็นพลังงานทดแทน เป็นพลังงาน บนดินที่ไม่มีวันหมด สามารถจะผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และขยายพื้นที่ปลูกได้ในประเทศไทย ก็เลยทำให้เกิด บี ๑๐๐ (B100) น้ำมัน บี ๑๐๐ (B100) สามารถที่จะมาทดแทน น้ำมันดีเซลได้ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มรู้ว่าปาล์มตกต่ำเพราะว่าซัพพลาย (Supply) สูง ดีมานด์ (Demand) ต่ำ ก็เลยพยายามที่จะสร้างดีมานด์ (Demand) ของตัวเองขึ้นมาโดยผลิต บี ๑๐๐ (B100) เอา บี ๑๐๐ (B100) ไปเป็นจุดแบ่งปันในส่วนต่าง ๆ ของภาคใต้ และภาคอื่น ๆ ทำให้ได้รับการขานรับจากหลาย ๆ หน่วยงาน ค่ายรถยนต์ใหญ่ ๆ ของประเทศ ก็ออกมายอมรับ แต่ยังขาดการผลักดันจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นทางกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงต่าง ๆ นะครับ ผมเชื่อว่าถ้าเราเปลี่ยนปาล์มให้เป็นพืชพลังงานก็สามารถที่จะขยับราคาปาล์มอย่างยั่งยืน และเป็นพืชที่มีอนาคตของเมืองไทย สามารถจะลดการส่งออก ลดการนำเข้า และส่งออกไปยังประเทศข้างเคียงได้ ปาล์มที่เราผลิตได้สามารถที่จะสร้างความมั่นคง และสร้างรายได้เป็นอย่างดีให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วภาคใต้และภาคอื่น ๆ ที่อยู่ใน วงการปาล์ม ท่านครับ วาระปาล์มดีเซล ซึ่งจะเรียนฝากไปถึงรัฐบาลที่จะมารับผิดชอบว่า ท่านสามารถแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี เกษตรกรในภาคส่วนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ในจังหวัดกระบี่บ้านผม หรือจังหวัดใกล้เคียงก็สามารถที่จะเปลี่ยนนาร้างให้มาเป็นนาปาล์ม สวนยางที่ได้รับการปลูกแทนก็เปลี่ยนมาสวนปาล์ม ซึ่งเกิดความยั่งยืนได้ในอนาคต แล้วก็ขอฝากไปยังรัฐบาลต่อไปว่าเรื่องการนำเข้า เพราะปาล์มเป็นพืชฤดูกาล บางครั้งก็มี การขาดแคลน ขาดแคลนในสต็อก (Stock) เรามีกันชนสต็อก (Stock) อยู่ที่ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้าเกิดต่ำกว่าสต็อก (Stock) รัฐบาลก็จะนำเข้า แต่ไม่กี่วันผลผลิตของปาล์มก็จะออกมา ตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นจึงเรียนไปยังผู้มีอำนาจหรือผู้ที่มีความรับผิดชอบ วิงวอนไปว่า ทุกครั้งที่พวกท่านมีการนำเข้าปาล์มน้ำมันเข้ามา หรือแม้แต่กระทั่งพืชน้ำมันที่มีการทดแทน กับปาล์มน้ำมันได้ อย่างเช่น ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง น้ำมันถั่วเหลือง ต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะทำให้ราคากระทบไปสู่เกษตรกรชาวสวนปาล์มอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ เราเปลี่ยนปาล์มจากพืชบริโภคมาเป็นพืชพลังงาน ชาวสวนปาล์มยังมีอีกหลายเรื่องที่จะเรียน ฝากรัฐบาลต่อไปว่าชาวสวนปาล์มพยายามที่จะจัดตั้งขอให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนสวนปาล์ม อย่างเช่นการยางแห่งประเทศไทย ให้เป็นการปาล์มแห่งประเทศไทยที่มาดูแลเกษตรกร อยากจะให้ทางราชการจัดตั้ง จัดเก็บภาษีจากการหีบปาล์มไปเป็นน้ำมันปาล์ม และเก็บภาษี เหล่านั้นคืนกลับมาสู่ชาวสวนปาล์มในกรณีที่การสวนปาล์มมีการปลูกแทน หรือมีการปลูกใหม่ หรือมีการวิจัยพัฒนาพันธุ์ปาล์มไปในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าปาล์มยังเป็นพืชที่มีอนาคตและเป็นพืชที่เป็นความหวังของเกษตรกร อีกต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ