อันวาร์ สาและ หารือปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกรจากต้นทุนสูงและราคาผลผลิตตกต่ำ ชี้แนวทางแก้ไขต้องเน้นลดต้นทุนการผลิต ปรับโครงสร้างการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด และพิจารณาการแทรกแซงราคาอย่างมีเหตุผล เพื่อเพิ่มมาร์จินและสร้างความยั่งยืนในภาคเกษตร
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นคนหนึ่งที่เซ็น รับรองในญัตติที่ตั้งกรรมาธิการเพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรของเราในวันนี้นะครับ ต้องยอมรับ ว่าพี่น้องเกษตรกรวันนี้มีความลำบากแล้วก็ทุกข์ยากด้วยราคาสินค้า ด้วยความเป็นอยู่ ที่ค่อนข้างจะลำเค็ญ ผมคิดว่าในการแก้ปัญหาในเรื่องของสินค้าการเกษตร ถ้าเราแบ่งแยก มันจะมีอยู่ ๒ ตัวแค่นั้นเองครับ สินค้าการเกษตรที่ ๑ ก็คือพืชและสัตว์ พืชก็แบ่งเป็นสอง ก็คือว่าสินค้าพืชอุตสาหกรรม และพืชที่เกี่ยวกับครัวเรือนแล้วก็ชุมชน ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติว่าแนวทางการแก้ปัญหายังเป็นอย่างทุกวันนี้ ผมคิดว่าการแก้ปัญหาในความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชนคงจะเป็นไปได้ยากครับ โลกวันนี้มันเปลี่ยนไปค่อนข้างมากครับ เราจะได้ยินคำว่า ดิสรัปชัน (Disruption) กรณีที่ถ้าสมมุติว่าธุรกิจอันใดก็แล้วแต่ถ้าไม่ปรับตัว หรือเปลี่ยน กรณีปรับตัวผมคิดว่ายังไม่พอกับโลกทุกวันนี้ การแข่งขันสูงมาก แค่ปรับตัว เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ผมคิดว่าอาจจะยืนหยัดที่จะอยู่ในธุรกิจตรงนี้ไม่ได้ เช่นเดียวกับ การเกษตร ประเทศเราเป็นการเกษตร ผมคิดว่าเกษตรเราก็ต้องเปลี่ยนเป็นเกษตรอุตสาหกรรม ในอนาคต แต่ทีนี้วันนี้ที่เรามาพิจารณากันส่วนใหญ่จะพูดในกรณีว่าเราจะทำอย่างไรให้ราคา สินทรัพย์หรือว่าราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้น แต่ผมอาจจะมองในมุมต่างนะครับ มันจะไปสูงได้อย่างไรครับ จริง ๆ ราคาสินค้าที่ตกต่ำมันเป็นปัญหา ผมก็ยอมรับว่า เป็นปัญหานะครับ แต่ไม่ใช่ประเด็นครับ ประเด็นก็คือว่าวันนี้เกษตรกรเขาอยู่ไม่ได้ เพราะอะไรครับ สินค้าราคาสูงขนาดไหนที่เราช่วยเขาไปนี้ แต่ถ้าสมมุติว่าต้นทุนสูง แน่นอนที่สุดครับเขาก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญก็คือมาร์จิน (Margin) ตัวนี้ละครับ ตัวกำไรที่ประชาชนหรือพี่น้องเกษตรกรจะได้รับ ผมยกตัวอย่างในเรื่องของข้าว ข้าวนี่ตัวอย่างว่าตลาดโลกมีสต็อก (Stock) อยู่แค่ ๑๐๐ ล้านตัน แต่ประเทศไทยผลิตวันนี้ ๗๕ ล้านตัน เทรด (Trade) การแลกเปลี่ยนอยู่ที่ ๓๐ ล้านตันแค่นั้นเอง ทำอย่างไรสินค้า ตรงนี้ก็ไม่ได้ดีขึ้นนะครับ ราคาแค่นี่ และประชาชนจะบอกว่าจะได้ราคาดีและความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะอะไรครับ ที่ผ่านมาซัพพลาย (Supply) มันสูงกว่าดีมานด์ (Demand) ผลิตมากกว่าความต้องการของตลาด เพราะฉะนั้นเมื่อเวลาที่เราผลิตแล้วมันล้นตลาด ราคามันจะดีขึ้นหรือคนที่จะขายจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ต้องทำอย่างไร สิ่งที่ต้องคำนึงมีอยู่ ๓ อย่างนะครับ ในกรณีของสินค้า ๑. ก็คือดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) อย่างที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้ ๒. สินค้าที่อยู่ในตลาด สินค้าการเกษตรส่วนใหญ่ จะออกมาพร้อม ๆ กัน แล้วรัฐจะต้องไปทำอย่างไรครับ ตรงนี้ที่รัฐจะต้องไปซับซิไดซ์ (Subsidize) ก็คือว่า จะต้องดูซับผลผลิตตรงนี้ไว้ในคลังสินค้าหรือสร้างนิคมอุตสาหกรรม เพื่อแปรรูปให้ราคาสินค้าตัวนี้ราคาดีขึ้น อันนี้ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ๓. เราต้องคำนึงถึงดัชนีราคาของตลาดโลกด้วยครับ มหาอำนาจวันนี้เขามอนิเตอร์ (Monitor) ทุกอย่างที่เป็นสินค้าที่เขาจะใช้ในประเทศของเขา โดยเฉพาะบางประเทศที่เป็น มหาอำนาจเขาใช้ดาวเทียม เขามอนิเตอร์ (Monitor) ว่าพื้นที่ตรงไหนของประเทศไหน ปลูกเท่าไร แล้วผลผลิตข้างหน้าจะออกมาเท่าไร ถ้าเรายังยึดแบบเดียวกันแบบเดิม เรามาช่วยเหลือหรือแทรกแซงราคากับผลผลิตสินค้า สมมุติว่าข้าว ผมยกตัวอย่างข้าว ข้าวต้นทุนจริง ๆ อยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ เราไปซื้อที่ ๑๕,๐๐๐ จริง ๆ แล้วควรจะซื้อที่ ๘,๐๐๐ ก็พอ ถ้าไปซื้อ ๑๕,๐๐๐ มันคือการไปกระตุ้นให้เกิดผลผลิตให้มากขึ้น แล้วมันก็จะ ล้นตลาดอีกครับ สินค้าเมื่อล้นตลาดไม่มีทางหรอกครับที่จะทำให้ราคามันดีด้วยความเป็นอยู่ ของคนที่ประกอบธุรกิจด้านนี้ดีขึ้น หมดโอกาสครับ แล้วลองคิดดูถ้าเรากระตุ้นอย่างนี้บ่อย ๆ สินค้าพอมันล้น ประชาชนอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องมาช่วยเหลือ ผมคิดว่าการช่วยเหลือ ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ช่วยเหลือด้วยการเอาภาษีจากธุรกิจด้านอื่นมาช่วยเหลือในธุรกิจอันนี้ อย่างเดียว แล้วดูแล้วไม่มีอนาคต ไม่มีโอกาส ผมคิดว่าก็ไม่เป็นธรรมสำหรับธุรกิจด้านอื่น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากนี้ไปท่านต้องดูเรื่องนี้ให้ดี แล้วก็ฝากไปถึงคณะกรรมาธิการที่จะดูแลเรื่องนี้ ผมมีประเด็นเหล่านี้จะฝากไปกับท่านด้วย การที่จะซับซิไดซ์ (Subsidize) สิ่งที่ดีที่สุดก็คือต้นทุนการผลิต อย่างเช่น ปุ๋ย แรงงาน เมื่อต้นทุนลดลง สิ่งที่เป็นราคาที่ชาวบ้านเขาจะได้รับเงินมันก็จะสูงขึ้น เขาก็จะอยู่ได้ครับ แต่ถ้าไปเรื่องอื่นที่ไม่ดูแลเรื่องนี้แน่นอนมาร์จิน (Margin) หรือว่ากำไรที่เขาจะใช้จ่ายหรือว่า ที่จะได้รับไปสู่ครัวเรือนของเขาก็เป็นไปไม่ได้ว่าเขาจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมก็คงต้องฝากประเด็น ไปกับท่านประธานให้กับกรรมาธิการที่เราจะตั้งไว้ในอนาคต แล้วก็ฝากเรื่องนี้ไว้กับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ต่อไป ที่เราจะต้องมาดูแลพี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคตด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน