สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒

กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเรียกร้องให้พิจารณาและแก้ไขปัญหานี้ด้วยความเร่งด่วน เนื่องจากมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและชีวิตของเกษตรกร นอกจากนี้ยังพูดถึงสถานการณ์การค้าขายข้าวโลกในปี 2562 และย้ำถึงความต้องการราคาข้าวที่สูงขึ้นจากประชาชนที่ปลูกข้าว

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้เป็นญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเราได้เสนอญัตตินี้มาถึง ๑๑ ญัตติ ก็ถือว่าพวกเราทุกคน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนนะครับ เห็นสำคัญแล้วก็ถือว่า เป็นวาระเร่งด่วน เพราะว่าอย่างไรครับ เพราะว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แล้วก็พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรนะครับ ปัญหาเกษตรกรรมของเราไม่กระทบ เฉพาะเรื่องของการเกษตรเท่านั้น แต่กระทบถึงคนอื่นด้วยนะครับ เพราะว่าพี่น้องเกษตรกร ถ้าไม่มีเงิน คนค้าคนขายก็ขายของไม่ได้ ขายของไม่ได้โรงงานเป็นอย่างไรครับ โรงงาน ก็ลดการผลิตลง ลดการผลิตลงเป็นอย่างไรครับ ก็เกิดการตกงาน ตกงานก็เกิดการวงล้อ เศรษฐกิจของเราก็จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา เพราะฉะนั้นแล้วการแก้ไขปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำก็จะหมายถึงการที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถ จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผ่านมา ๔-๕ ปี ผมไปพบกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม พี่น้องเดือดร้อนมาก พี่น้องขายข้าวไม่ได้ราคาเป็นหนี้เป็นสิน แล้วก็เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมานะครับ นี่เกิดจากอะไรครับ ก็คือว่าเรื่องของราคาสินค้าเกษตรหรือรายได้ จากการเกษตรจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ก็คือการจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ เพิ่มขึ้นนะครับ ก็คือ ๑. การลดต้นทุน ก็คือเรื่องของค่าปุ๋ย ค่าเก็บเกี่ยว ค่าเมล็ดพันธุ์ และค่าแรง ค่าอื่น ๆ อันที่ ๒ คือการเพิ่มผลผลิต ซึ่งพวกเราก็คือคงต้องช่วยกันในการที่ทำให้ เกษตรกรมีผลผลิตเยอะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ เรื่องของการส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ที่ดี อันที่ ๓ ก็คือเรื่องของการขายได้ราคา ซึ่งวันนี้เรามาพูดถึงเรื่องการทำให้ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำกันมา อยากให้ราคาดี ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องมาทำให้เกิดเป็นจริงขึ้นมา ข้าวในปี ๒๕๖๑ มีข้อมูลทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ต้นทุน ๙,๗๗๑ บาทต่อตันนะครับ ราคาขาย ๙,๘๔๒ บาทต่อตัน มีกำไร ๙๗ บาทต่อตัน นี่คือตัวเลขจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นอย่างไรครับ เคยขายได้กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ๒๐ บาท มาขายได้กิโลกรัมละ ๘-๙ บาท ทำให้พี่น้องประชาชนหนี้สินที่เคยลดลงในช่วง ๔-๕ ปีก่อนนี้ก็พอกพูนขึ้นมา แล้วก็เป็น หนี้สินที่เพิ่มขึ้น อ้อยเคยขายได้ ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน ตอนนี้เหลือ ๗๐๐-๘๐๐ บาทต่อตัน ต้นปี ๒๕๖๑ ๙๗๑ บาทต่อตัน ราคาขาย ๗๖๓ บาทต่อตัน ขาดทุน ๒๑๔ บาทต่อตัน อ้อยปีนี้ชาวไร่อ้อยบอกว่าให้มาตัดฟรีเลยนะครับ เพราะว่าตัดไปก็ขาดทุนนะครับ ค่าจ้าง ค่าอะไรต่าง ๆ ก็ไม่คุ้มกับรายได้จากการที่จะมีจากอ้อยขึ้นมา

ส่วนยางพาราตอนนี้ก็ดีขึ้นมาหน่อยจาก ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ๗ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ตอนนี้ก็ ๔๐ บาท เคยขายได้ ๑๐๐ บาท ใบยาสูบต่าง ๆ พี่น้องชาวสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของเราทุกคนก็ได้อภิปรายเรื่องของยางพารา เรื่องของยาจี๊ดและอื่น ๆ นะครับ

เรื่องข้าว สถานการณ์ในปี ๒๕๖๒ ทั้งโลกมีการค้าขายข้าวประมาณ ๕๐ ล้านตันข้าวสาร ซึ่งประเทศไทยของเราก็คิดว่าข้าวในปีนี้ราคาจากสำนักงานเศรษฐกิจ การคลังบอกว่าจะใกล้เคียงกับปี ๒๕๖๑ ซึ่งราคาพืชผล ผมขออนุญาตพูดเรื่องข้าว เพราะว่า พี่น้องผมส่วนใหญ่ปลูกข้าว แล้วก็ต้องการให้ข้าวราคาเพิ่มขึ้นนะครับ ซึ่งจากการที่ราคา พืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมาหลายพรรคการเมืองก็มาพูดนโยบาย ต่าง ๆ แล้วก็พูดถึงเรื่องราคาข้าวที่พี่น้องประชาชนมีความสุขมากนะครับ พรรคเพื่อไทย ก็เช่นกันนะครับ เราบอกว่าเราจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการปลูกข้าว ๕,๐๐๐ บาทต่อตัน ต่อครัวเรือน ไม่เกิน ๑๕ ตัน สูงสุดก็ ๗๕,๐๐๐ บาท แล้วก็ถ้าไม่ถึง ๗ เกวียน ก็สนับสนุนไป ๓๖,๐๐๐ บาท ส่วนทางพรรครัฐบาลก็บอกว่าจะให้ชดเชยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไป ๒๐ ไร่ ก็เป็น ๔๐,๐๐๐ บาท เกี่ยวปุ๊บรับปั๊บ ๔๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จะให้ค่าเกี่ยวเพิ่มขึ้นอีก ๓๐,๐๐๐ บาท เป็น ๗๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาหวังไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน มาเป็นรัฐบาลแล้วสามารถจะทำให้พี่น้องได้อยู่ดีกินดีขึ้น ราคาข้าวดีขึ้น พี่น้องประชาชน ก็จะมีความสุขขึ้น ก็ขอนำเรียนท่านประธานไปสู่รัฐบาลในอนาคตครับ ขอบคุณมากครับ