ประเสริฐพงษ์ ชี้ปัญหาราคาปาล์มตก ร้องเปิดข้อมูล-เร่งใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ หารือปัญหาราคาปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำอย่างรุนแรง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการจัดการข้อมูลพื้นที่ปลูกและการผลิต วิพากษ์การบริหารที่ล้มเหลวของรัฐ ทั้งการนำเข้าถั่วเหลือง การสนับสนุนเพียงน้ำมันบี20 ขณะที่เกษตรกรหันไปใช้น้ำมันบี100 และเรียกร้องให้มีการติดมิเตอร์ตรวจสอบปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้จริง รวมถึงผลักดันร่าง พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เพื่อคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากผู้รับซื้อ ที่ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนักจนต้องขายที่ดิน ขณะที่ประเทศอื่นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและดูแลผู้ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ครับ ก็ไม่นึกไม่ฝันนะครับว่าวันนี้จะได้ลุกขึ้นมา อภิปรายวรรคทอง เรื่องของปัญหาราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำ ได้ยินมาตั้งแต่อยู่ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตลอดชีวิต เป็นวรรคทองที่ได้ยินมาตลอด ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่มีการพูดถึง อีกครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ เรากำลังพูดถึงปัญหาปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำ ซึ่งเชื่อได้ว่าปาล์มน้ำมัน คือบ่อน้ำมันบนดิน พื้นที่ปลูกปาล์มที่มีการพูดถึงหลาย ๆ ฝ่ายผมเชื่อว่าข้อมูลไม่ตรงกัน เราไปค้นข้อมูลในภาคราชการ บางพื้นที่ก็บอกว่า ๔,๘๐๐,๐๐๐ ไร่ทั้งประเทศ บางหน่วยงาน ก็บอกว่า ๕,๔๐๐,๐๐๐ ไร่ เพื่อนสมาชิกบางท่านบอกถึง ๑๐ ล้านไร่ด้วยซ้ำนะครับ ข้อมูล ที่ไม่ตรงกันแบบนี้ละครับ ทำให้การบริหารจัดการเรื่องปาล์มน้ำมันผิดพลาดนะครับ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เรามีนโยบาย ชัดเจนที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลโอเพน ดาตา (Open data) ก็ต้องฝากประเด็นนี้ทิ้งไว้ด้วยนะครับ การผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ทั้งประเทศไทยข้อมูลก็ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ปาล์มน้ำมันปลูกในประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ ปลูกที่จังหวัดกระบี่บ้านกระผมนะครับ แล้วก็มีบริษัทใหญ่ ๆ เช่าที่ดินเป็นหมื่นไร่ สมัยก่อนมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยไปเที่ยว สวนปาล์มน้ำมันด้วยนะครับ มีหลักฐานยืนยัน แล้วก็การเช่าสัญญาที่ดินเป็นหมื่นไร่ ต่อสัญญาอย่างไรก็ไม่ทราบนะครับ ล่าสุดคิดว่าราชการออกใบอนุญาตเก็บของป่าเป็นรายปี ด้วยซ้ำนะครับ ก็ไม่ทราบว่าผลปาล์มน้ำมันไปเป็นของป่าได้อย่างไรนะครับ ก็มีการวิ่งเต้น การต่ออายุสัญญาต่อไปด้วย ก็คิดว่าบริษัทที่ร่ำรวยมหาศาล ณ วันนี้ต้องคืนที่ดินที่เช่า ให้กับรัฐได้แล้วนะครับ ราคาปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ ๔-๕ บาท ในปี ๒๕๕๗ ครับ แล้วก็ตกลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงขนาด ๑.๖๐ สตางค์ ภายใต้การบริหารงาน ของคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ราคาตกขนาดนี้ยังไม่พอครับ ยังมีการอนุมัตินำเข้าถั่วเหลือง เข้ามาซ้ำเติมเกษตรกรอีกด้วย รัฐแก้ปัญหาอย่างไรครับ รัฐแก้ปัญหาก็คือจ่ายเงินให้กับ ชาวเกษตรกรไม่เกิน ๑๕ ไร่ ไร่ละ ๑,๕๐๐ บาท ไม่ทราบเป็นชื่อคำว่า ประชานิยม หรือเปล่า แต่ว่ามีการจ่ายเงินลักษณะนี้ นี่คือการแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่ยั่งยืนครับ โรงหีบ โรงสกัด ก็เช่นเดียวกัน อยากผลิตกระแสไฟฟ้าส่งขายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ถูกจำกัดปริมาณการผลิตไว้ที่ ๑๐ เมกกะวัตต์ ที่จังหวัดกระบี่บ้านผมติดกับจังหวัดตรังบ้านท่านประธานมีโรงหีบ โรงสกัด ไม่ต่ำกว่า ๑๘ โรงนะครับ สามารถผลิตไฟฟ้าเลี้ยงคนกระบี่ได้ทั้งจังหวัด มีข้อมูลชัดเจน เรื่องโรงไฟฟ้าจากถ่านหินก็เลยต้องถอยไป การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ใจดีนะครับ อันนี้ต้องชื่นชม มีการนำเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าจากน้ำมันปาล์มมาใช้ในพื้นที่จังหวัดกระบี่บ้านผม แต่ว่าไม่นาน แค่ไม่ถึงเดือนก็ต้องหยุด ไม่ทราบว่าไปสะดุดอะไรตรงไหน เหตุผลตรงอย่างไรนะครับ สุดท้ายก็เอาเครื่องจักรมาไว้ที่โรงไฟฟ้าที่จังหวัดนนทบุรี แล้วล่าสุดภาครัฐเองก็ผลักดัน ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตซื้อน้ำมันปาล์มไปผลิตกระแสไฟฟ้าก็ช่วยลดสต็อก (Stock) น้ำมันได้ ก็จริงครับ แต่ว่าเป็นลักษณะของการแก้ปัญหาแบบชั่วครั้งชั่วคราวนะครับ ภาคเกษตรกรเอง มีการช่วยเหลือตัวเองมาตลอดครับ เรียกร้องภาครัฐราคาตกต่ำทีก็เอาผลปาล์มไปเท หน้าศาลากลางที ภาครัฐก็แก้ปัญหาทีหนึ่ง แล้วก็มีการรวมกลุ่มกัน ปัจจุบันตั้งเป็นบริษัท คนปลูกปาล์มน้ำมันวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็มีการไปนำน้ำมันบี ๑๐๐ (B100) ก็คือ ปาล์มน้ำมันบริสุทธิ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใช้ได้กับเครื่องยนต์ดีเซล (Diesel) ทุกชนิด ไร้มลพิษ กำมะถันต่ำ แล้วก็เป็นที่นิยมในพื้นที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงมีจุดแบ่งปัน ไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ จุด แต่ปรากฏว่าภาครัฐกลับไปอุดหนุนน้ำมันบี ๒๐ (B20) เสียอย่างนั้น ไม่ส่งเสริม ไม่สนับสนุน ละเลยภาคเกษตรกรที่กำลังช่วยเหลือตัวเองโดยการนำน้ำมัน บี ๑๐๐ (B100) มาจำหน่ายซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นได้นะครับ

ถัดมาภาคเกษตรกรโดยเฉพาะผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในปัจจุบันอยากได้โรงงาน บี ๑๐๐ (B100) ในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพื่อลดค่าขนส่ง เพราะว่าปัจจุบันโรงงานผลิตบี ๑๐๐ (B100) อยู่ในต่างจังหวัด อยู่ที่จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร ทราบว่าจังหวัดตรังบ้านท่านประธาน ก็มีด้วยเหมือนกันนะครับ ก็ตรงกับนโยบายของพรรคอนาคตใหม่เช่นเดียวกันครับ เราส่งเสริมการแปรรูปแล้วก็ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้ภาคเกษตรกรได้ยืนบนขาตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐ แต่ในขณะเดียวกันภาครัฐทั้ง ๔ กระทรวงที่มีการพูดถึงนะครับ ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ต้องร่วมมือกัน และต้องจริงใจกัน คนที่มานั่งหัวโต๊ะโครงสร้างพลังงานโดยเฉพาะปาล์มน้ำมันโดยท่านรองนายกฯ ประวิตร ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็มีการร่วมประชุมเพื่อกำหนดโครงสร้างราคาปาล์มน้ำมัน ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่มีโครงสร้างราคาปาล์มน้ำมัน เป็นประเทศเดียวที่ปลูกปาล์มน้ำมัน แต่ไม่มีลักษณะโครงสร้างราคาที่เปิดเผยเป็นธรรม ต่อผู้ผลิต โครงสร้างราคาจะทำให้แก้ไขปัญหาให้กับชาวเกษตรกรได้อย่างชัดเจน เรามีข้อเสนอครับ โรงงาน โรงสกัดต่าง ๆ โรงหีบน้ำมันปาล์มจะต้องติดมิเตอร์ (Meter) เพื่อกำหนด ซีพีโอ (CPO) เข้าออกได้ การกำหนด ซีพีโอ (CPO) เข้าออกได้ก็สามารถคุม สต็อก (Stock) จริงได้ แล้วก็ไม่มีการโกงเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์ม ภาษีก็เก็บได้เข้ารัฐเต็มเม็ด เต็มหน่วยตัวเลขปรากฏชัด ไม่มีการลักลอบนำเข้า ที่ผ่านมา ๕๐ ปีแล้วที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ในประเทศไทย ปรากฏว่าชาวเกษตรกรไปขายปาล์มน้ำมันคนรับซื้อบอกว่ามีเปอร์เซ็นต์ ซีพีโอ (CPO) แค่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เราโดนหลอกมาตลอดครับ ชาวเกษตรกรต้องท้าพิสูจน์ ภาครัฐขนปาล์มน้ำมันไปหีบกัน ปรากฏว่าได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นไหมครับว่ามีการหลอก แล้วก็มีการเอารัดเอาเปรียบมาตลอด ท่านประธานครับ ประเทศมาเลเซียเมล็ดในปาล์มน้ำมัน สามารถเอาไปผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายสร้างผลกำไรให้กับผู้ประกอบการเยอะแยะ แล้วเขาก็จ่ายคืนเกษตรกรครับ คนกระบี่ คนสงขลา คนสุราษฎร์ธานีที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ขับรถไปประเทศมาเลเซียไปรู้ข้อมูลลักษณะนี้ขึ้น แหมน่าเสียดายครับ ประเทศไทยบ้านเรา ต้องมีการแก้ไขปัญหาตรงนี้ และเช่นเดียวกันนะครับ ร่างพระราชบัญญัติที่มีการพูดถึง ร่าง พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มมีการประชุมกันหลายครั้ง ผมก็มีโอกาส ได้ไปเข้าร่วมประชุมที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ ก็มีการยื้อยุดฉุดกระชาก มีการขอความเห็นกัน ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง สุดท้ายลากกันมานานจนกระทั่งถึงปัจจุบันก็ยังไม่ออกเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งปาล์มน้ำมันปลูกในประเทศไทยมานานกว่า ๕๐ ปี ซึ่งไม่น่าเชื่อนะครับ ป้ายขายที่ดิน ในจังหวัดตรังบ้านท่านประธานกับบ้านผม สวนปาล์มน้ำมันป้ายขายเต็มหมดเลย เกิดอะไรขึ้นครับ แปลว่าเกษตรกรอยู่ไม่ได้ต้องขายที่ดินกันหมด ขายสวนปาล์มกันหมด ผมจำได้หลายสิบปีก่อนท่านประธานเคยพูดในฐานะรัฐมนตรี หรือเคยพูดในฐานะ ส.ส. ท่านบอกว่าพี่น้องชาวสวนปาล์ม พี่น้องคนภาคใต้อย่าขายที่ดินเลยครับ อย่าขาย เก็บเอาไว้ ให้ลูกให้หลาน ผมยังจำติดหูเลยครับ แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้นครับ พี่น้องชาวสวนปาล์มประกาศ ขายปาล์มราคาถูก ๆ เยอะแยะครับ ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้น ในขณะที่ต่างประเทศ ประเทศมาเลเซีย เขาดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างดี ปุ๋ยก็เช่นเดียวกันครับ ปุ๋ยเคมีที่ต้องใช้ในสวนปาล์ม แทบทุกสวนนะครับ ปุ๋ยเคมีต้องใช้ ถ้าไม่ใช้ผลผลิตปาล์มไม่ออกครับ และใน ๑ เดือน จะต้องมีการออกลอกปาล์ม คอปาล์มต้องตัด ๒ ครั้ง วันนี้ที่ราคา ๓.๖๐ บาท ๓.๘๐ บาท เพราะว่ากลไกของการผลิตเองปาล์มมันขาดคอครับ เรียกง่าย ๆ ว่าผลผลิตปาล์มออกสู่ตลาดน้อย โรงหีบ โรงสกัด หรือแม้กระทั่งลานเทต้องโทรศัพท์มาง้อชาวสวน นี่ละครับคือสภาพข้อเท็จจริง ที่ปรากฏให้เห็นว่ากลุ่มเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันไร้อำนาจต่อรองอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น ในวาระนี้ก็ขออนุญาตบอกว่าการตั้งกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร จึงจำเป็นอย่างยิ่งยวด และเป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างดียิ่งนะครับ ก็ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ