ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ หารือปัญหาราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำจากปัจจัยภายนอกหลายประการ เช่น สภาพอากาศ ตลาด และการแข่งขันจากต่างประเทศ พร้อมเสนอตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาดูแลทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงทบทวนนโยบายการขนย้ายข้าวและการแบนข้าว กข 79 เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้ผลิตและตลาด
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสมาอภิปรายในญัตติให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบดีทั่วกัน ว่าสินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่มีความผันผวนทั้งคุณภาพและราคา ก็เนื่องจากว่าสินค้าเกษตร เป็นสินค้าที่มีชีวิต มีความชื้น ถ้าเกิดว่าเราบริหารจัดการไม่ดีโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร สินค้านั้นก็จะเสื่อมคุณภาพ แล้วถ้าเสื่อมคุณภาพไปแล้ว ที่จะตามมานั่นก็คือราคาที่จะเสื่อมตามไปด้วย แต่ถ้าหากพี่น้อง เกษตรกรเก็บเกี่ยวแล้วไม่ขายก็ไม่ได้ ก็จะต้องขายออกไปเพื่อที่จะได้รับเงินตรากลับมา เพื่อที่จะใช้จ่ายในครัวเรือนต่อไป สินค้าเกษตรเลยจะต้องมีการดูแลที่ชัดเจน ในการที่ชาวนา จะทำข้าว หรือว่าพี่น้องเกษตรกรกลุ่มอื่นจะทำอะไรก็แล้วแต่จะต้องมีความรู้ในเรื่องนั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพของราคามีปัจจัยมากมายในการที่พี่น้องเกษตรกรจะได้มาซึ่ง ราคาตามอุดมคติ ปัจจัยที่ว่านี้พี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ อย่างเกินศักยภาพที่จะควบคุมได้ พูดง่าย ๆ ว่าเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ มีหลายอย่างด้วยกันนะครับ อย่างแรกเลยก็คือ ความต้องการของตลาด ปลูกลงไปแล้ว เพาะลงไปแล้วก็ไม่รู้ว่าตลาดจะต้องการเท่าใด ในส่วนที่ ๒ คือปริมาณผลิตของเราเองเราลงมือหว่านไป ลงมือทำไป ก็ไม่รู้ว่าจะได้สักเท่าไร และที่สำคัญคุณภาพก็เช่นเดียวกันจะเป็นไปตามที่ตลาดต้องการหรือเปล่า ปัจจัยอีกตัวหนึ่ง ที่พี่น้องเกษตรกรเกินที่จะควบคุม นั่นคือดินฟ้าอากาศ ตรงนี้ถือว่าเป็นปัจจัยหลัก ที่ทำลงไปแล้วปัจจัยตรงนี้จะเอื้อหรือไม่เอื้อ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือคู่แข่งต่างชาติ โดยเฉพาะข้าว และที่สำคัญคู่แข่งของเราก็คือประเทศเวียดนาม ประเทศเวียดนาม เขามีการบริหารจัดการข้าวไม่เหมือนของเรานะครับ เขาจะมีหน่วยงานหนึ่งชื่อว่าเวียดนาม ฟู้ด แอสโซซิเอชัน (Vietnam Food Association) หรือว่าวีเอฟเอ (VFA) หน่วยงานหน่วยนี้ จะเป็นตัวกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำ แล้วก็จะเป็นรายเดียวเลยที่จะไปเทรด (Trade) ราคา ในตลาด เพื่อกันผู้ส่งออกของเขาเองไปแย่งราคาไปขายราคาถูก ๆ แต่เมื่อได้ราคาออกมาแล้ว ก็จะนำมาแบ่งให้กับผู้ส่งออกของตัวเองในการที่จะบริหารจัดการในการที่จะซื้อข้าวชาวนาต่อไป อันนั้นเป็นรูปแบบของเขา แต่รูปแบบแบบนั้นก็ไม่ใช่อุดมคติของคนไทยอย่างพวกเรา ในเมื่อของเราไม่ได้เป็นแบบนั้นพี่น้องเกษตรกรคือคนในชาติของพวกเรา เราก็ต้องมีวิธีการ บริหารจัดการเพื่อดูแลคนส่วนใหญ่กลุ่มนี้ให้ดี ถ้าเรามามองโครงสร้างของประชาชน คนชาติไทย พี่น้องเกษตรกรที่ทำนาอย่างน้อย ๆ ร่วม ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แต่ถ้าเรา จะควบรวมทั้งหมด พี่น้องเกษตรกรในประเทศไทยผมว่าเกินครึ่งหนึ่งของประชากร ของประเทศไทย เรามองง่าย ๆ ให้มองดูรูปพีระมิด (Pyramid) ทรงสามเหลี่ยมฐานล่าง จะเป็นพี่น้องเกษตรกรทั้งหมด ไล่เรียงขึ้นไปก็จะเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตร แล้วก็อุตสาหกรรมหนักอะไรก็ไล่เรียงขึ้นไปตามลำดับ เพราะฉะนั้นโครงสร้างของประชากร กลุ่มนี้เป็นโครงสร้างที่มากมายที่สุด เราในฐานะที่เป็นองค์กรภาครัฐหรือว่ามีอำนาจหน้าที่ ที่จะดูแลตรงนี้เราต้องดูแลพี่น้องเกษตรกรกลุ่มนี้ให้ดีที่สุด เพราะว่ากลุ่มนี้เองถ้าเขาแข็งแรง เขาจะมีศักยภาพในการซื้อ ในทางเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้ ถ้ามีกำลังซื้อมากมายแล้ว การจับจ่ายใช้สอยก็จะเป็นระบบ เป็นสเต็ป (Step) สุดท้ายก็คืนเป็นภาษีกลับสู่ระบบไปในที่สุด พี่น้องเกษตรกรในเรื่องของการค้าขาย ถ้าเราบอกว่าความสำคัญอยู่ที่อุปสงค์หรืออุปทานนะครับ อุปสงค์ก็คือความต้องการ อุปทานก็คือศักยภาพในการผลิตและบริการสินค้า ถ้าอุปสงค์สูง ราคาเป็นบวกแน่นอน ถ้าอุปสงค์ต่ำราคาก็จะเป็นลบ แต่ให้พี่น้องเกษตรกรดูตามอุปสงค์ อุปทานนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน มันเหมือนกับว่าถ้าเราปล่อยเขามันก็เหมือนกับว่า ปล่อยให้เขาเป็นไปตามยถากรรมนะครับ ตรงนี้ในฐานะที่เราเข้ามาอยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนชาติไทย ตรงไหนเลยที่เราจะดูแลได้ เราก็สมควรที่จะดูแล ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งในการที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณา ราคาพืชผลเกษตรกรตกต่ำผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของการที่จะดูแลราคาพืชผล เกษตรกรตกต่ำถ้ามองในภาพกว้างง่าย ๆ เลยมีแค่ ๒ ระยะแค่นั้นละ ในระยะแรก ระยะเร่งด่วน หรือระยะเฉพาะหน้า แล้วก็ระยะยาว พี่น้องเขามีความชำนาญในอาชีพที่เขาจะทำอยู่แล้ว แต่ในขณะที่เขาทำไปอย่างที่ผมบอกว่า ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ถ้ามันเกิดเหตุตรงนั้น เราก็ต้องเข้าไปเยียวยาไปดูแล ในระยะต้นถ้าเกิดราคาพืชผลเกษตรกรตกต่ำ ตรงไหนที่เรา ช่วยเขาได้เราก็ช่วย ราคาที่สูงไม่ใช่เป็นปัจจัย ไม่ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายของพี่น้องเกษตรกร ที่จะต้องได้ เพราะตรงนี้เองเราจะต้องไปอิงกับตลาดโลกที่เขาเทรด (Trade) กันอยู่นะครับ ถ้าเราไปขายแพงคนอื่นเขาขายถูกเราก็ขายไม่ได้ ตามศาสตร์ของพระราชาถ้าเราลดต้นทุน มันก็เหมือนกับว่าเรามีกำไร ลดรายจ่ายเท่ากับ เพิ่มรายได้ ในฐานะที่เราเป็นภาครัฐที่เราจะดูแลตรงไหน จะดูแลได้อย่างที่ผมนำเรียน ในเรื่องของต้นทุน ปุ๋ย ยา หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายในการหว่านไถหรือว่าเก็บเกี่ยว ตรงนี้ถ้าเราช่วยเหลือ เขาได้ก็คือลดรายจ่าย ราคาไม่ต้องแพงสูงโด่งนัก ส่วนต่างตรงนี้ก็ถือว่าเป็นกำไรของพี่น้อง เกษตรกร นี่คือในส่วนของระยะสั้น ในระยะยาวก็เช่นเดียวกันในฐานะที่เราเป็นองค์กรภาครัฐ มีหน่วยงาน มีเทคโนโลยีที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องชาวนา ผมขอพูดถึงในส่วนของเรื่องข้าว เรามีกรมการข้าวที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด ในระยะยาวที่ผมได้นำเรียนเบื้องต้นก็คือว่ามีการใช้การตลาดนำการผลิต เรารู้ว่าตลาดโลก ต้องการตรงไหน เราก็ทำสินค้าตัวนั้นเพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการ และพี่น้องเกษตรกร ก็จะได้ขายสินค้ามีราคาตามที่ตั้งหวังเอาไว้ สินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่อ่อนไหวอย่างที่ผม ได้นำเรียน จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ให้คนกลุ่มนี้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในส่วนของวันนั้น ที่เราได้ประชุมสภาทางเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้มาชี้แจง ตัวเลขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข จีดีพี (GDP) หรืออะไรก็แล้วแต่ จีดีพี (GDP) โตขึ้นเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนจะดีขึ้น จีดีพี (GDP) จะดีสำหรับการลงทุน หรือว่านักลงทุนต่าง ๆ แต่สำหรับนักลงแรงพี่น้องเกษตรกรแล้วความสุขในครอบครัวมีเงิน จับจ่ายใช้สอย มีเงินส่งลูกเรียน ตรงนี้ถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดสำหรับประเทศเกษตรกร อย่างประเทศไทย พี่น้องประชาชนคือหัวใจหลัก แล้วเราอยู่ในภาครัฐจะต้องสนับสนุนให้เต็มที่
อีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นการบั่นทอนในเรื่องของราคาก็คือนโยบาย ไม่ว่าจะเป็น นโยบายจากภาครัฐ บางทีเรามองดูว่าตรงนี้น่าจะดี แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ บางทีก็อาจจะดี บางทีก็อาจจะไม่ดี นโยบายบางตัวระยะเวลาตรงนี้ทำแล้วส่งผลดี แต่ถ้าอีกระยะเวลาหนึ่ง เวลาเปลี่ยนสถานการณ์เปลี่ยน นโยบายก็ต้องปรับเปลี่ยนตาม เหมือนกับโครงการซึ่งเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์นี้เราคงน่าจะได้เห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ในเรื่องของวันนั้น ขออนุญาต ต้องเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. สมคิดได้พูดไว้นิดหนึ่งนะครับเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายข้าวข้ามเขต ที่บอกว่าจะห้าม แต่ว่าเขาไม่ได้ห้ามซื้อขายข้าวข้ามเขต แต่เป็นการมีใบกำกับขนย้ายสินค้า จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เมื่อวานทราบที่กระทรวงพาณิชย์มีการพูดคุยหารือ ๓ ฝ่าย เดี๋ยวนี้ ชาวนาไม่ได้ใช้กำลังเหมือนที่ผ่านมาแล้ว มีการเข้าไปเจรจา นายกสมาคมชาวนาเกษตรกรไทย คุณปราโมทย์ เจริญศิลป์ แล้วก็นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ขออภัยต้องเอ่ยนาม คุณเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยชุติมา แล้วก็ทีมงานหลาย ๆ ฝ่าย มาพูดคุยกัน เรื่องผลได้ผลเสียในการที่จะห้ามซื้อข้าวหรือว่าขนข้าวข้ามเขต ผลดีผลเสียก็คือว่า ถ้าเกิดมีผู้ซื้อมากหน้าหลายคน การซื้อราคาก็จะมีการแข่งขันกัน ก็จะทำให้พี่น้องเกษตรกร มีโอกาสได้ในราคาที่สูงขึ้น แต่ทางรัฐบาลที่มองตรงมุมนี้ กลัวว่าจะมีการปลอมปน เพราะว่าข้าว ทางภาคอีสานเป็นข้าวหอมมะลิ อาจจะมาปลอมปนกับข้าวอีกตัวหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติ ใกล้เคียง นั่นก็คือ กข ๗๙ แต่ตรงนั้นเองเป็นการมองเพียงด้านเดียว แต่สุดท้ายผลสรุป ก็ออกมาดี ก็ระงับยับยั้งการที่จะห้ามขนย้ายข้าวข้ามเขต ตรงนี้เองถือว่าเป็นมาตรการของรัฐ แต่ว่าในเรื่องของการข้ามเขตก็ยังมีคงไว้ตามเขตพื้นที่ชายแดนรอยต่อนะครับ
อีกตัวหนึ่งที่บอกว่าเทคโนโลยีในเรื่องของการทำข้าว ข้าว กข ๗๙ มีคุณสมบัติดีมาก เป็นความต้องการของตลาด แต่ว่าอาจจะมีการแบนไม่ให้ทำ แต่ตรงนี้ ก็ขอให้ทางภาครัฐได้พิจารณาดูให้ถ่องแท้ เพราะเหรียญมีสองด้านเสมอ คุณสมบัติดี ราคาดี แต่ว่าอาจจะถูกแบน ก็ฝากท่านประธานด้วย ขอบพระคุณครับ