จุลพันธ์ ชี้ราคากระเทียมล่มเกษตรกร หนุนตลาดกลาง-กรรมาธิการศึกษาปัญหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคากระเทียมที่ทำให้เกษตรกรภาคเหนือได้รับความเดือดร้อน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลบล็อกการนำเข้าสินค้าลักลอบและดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างตรงจุด รวมถึงวิพากษ์นโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชน พร้อมเสนอให้ใช้กลไกตลาดกลางและบุคลากรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา รวมถึงเรียกร้องให้ภาครัฐกำกับดูแลระบบการค้าในภาคเกษตรอย่างเข้มงวด และสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาพืชผลอย่างเป็นระบบ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้เป็นที่น่ายินดีนะครับ ท่านประธาน พี่น้องประชาชนรอมา ๕ ปีกับการที่จะมีการอภิปรายในเรื่องราคาพืชผล การเกษตรในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าหลังจากการปฏิวัติรัฐประหารเรื่องนี้ แทบจะไม่มีการพูดถึงหรือเอ่ยถึงจากปากของผู้บริหารหรือว่าจากปากของสมาชิกที่ได้รับ การแต่งตั้งมาปฏิบัติหน้าที่ วันนี้มีเพื่อนสมาชิกยื่นญัตติเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องราคาเกษตร ถึง ๑๑ ญัตติ ทั้งฟากฝั่งของรัฐบาล แล้วก็ฟากฝั่งของฝ่ายค้าน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ เพราะว่า เริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาเราต้องรับทราบถึงการมีอยู่ของปัญหาเสียก่อน วันนี้ผมเองจะมาพูดในหลาย ๆ สิ่งนะครับ เรื่องของสินค้าการเกษตร แน่นอนครับ ในภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ ลำไย พริก หอมใหญ่ มัน เรื่องของข้าวโพด แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ยัง ไม่มีคนอภิปรายถึงและผมจะมาอภิปรายกับท่านประธานคือเรื่องของกระเทียมนะครับ กระเทียมทางเหนือเขาเรียกหอมครับ ท่านประธานครับ กระเทียมนี่ในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ราคาลุ่ม ๆ ดอน ๆ ตกบ้าง ขึ้นบ้างมาตลอดเวลา ในปีที่ผ่านมาปีนี้เป็นความโชคร้ายของ พี่น้องเกษตรกร เพราะว่าสินค้าออกมาช่วงพอดีกับการเลือกตั้งของพวกเรากันเลยนะครับ เมื่อสินค้าออกมาราคาขายอยู่ที่ไม่เกิน ๖-๗ บาท ในขณะที่ทุนอยู่ที่สิบกว่าบาท ขายปุ๊บ ก็ขาดทุนปั๊บ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ครับท่านประธาน ในช่วงนั้นมี ครม. สัญจรที่จังหวัดลำปาง ท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันซึ่งก็เป็นคนก่อนหน้าด้วยเดินทางไปที่จังหวัดลำปาง พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ปลูกไปยื่นหนังสือเรียกร้องขอช่วยซื้อกระเทียมดิบ วันนั้นได้รับ การปฏิเสธโดยอ้างว่าจะมาช่วยกับผู้ประกอบการในลักษณะของการมาซื้อ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ตันละ ๓๕ บาท ๓๕ บาทนี้ไม่ใช่ราคากระเทียมดิบนะครับ กระเทียมแห้ง ถ้าตีย้อนกลับไป เป็นราคากระเทียมดิบจะตกประมาณ ๑๐ บาทเท่านั้น ก็คือทุนนะครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าอันนี้เป็นความเข้าใจผิดของระบบกลไกการแก้ไขปัญหาจริง ๆ เลย กระเทียม ๕๐๐๐,๐๐๐ ตัน ที่ท่านจะมาซื้อ ไม่สามารถมีผลกับผลผลิตที่อยู่ในระบบตลาดได้ เพราะในตลาด มีกระเทียมเป็น ๑๐ ล้านตัน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้วเมื่อมาซื้อกระเทียมแห้ง ผลที่จะได้รับก็คือ ผู้ได้ประโยชน์ไม่ใช่พี่น้องเกษตรกร เพราะพี่น้องเกษตรกรขายขาดทุน ไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่เก็บผลผลิตมาจากสวน วันนี้ผู้ที่ถือกระเทียมแห้งและแขวนอยู่ก็คือ พ่อค้าคนกลางเท่านั้น วันนี้การแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดจะนำไปสู่อะไรครับท่านประธาน แต่ที่สุดแล้วที่น่าเศร้ากว่านั้นข้อเท็จจริงก็คือวันนี้ผ่านมาแล้วหลายเดือน ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ๓๕ บาทก็ยังเป็นแค่ลม ไม่มีเงินตกไปถึงพี่น้องเกษตรกรเลย วันนี้จริง ๆ แล้วถ้าจะแก้ไขปัญหา สิ่งแรกที่ควรจะทำไปบล็อกกระเทียมนอกครับ ป้องกันไม่ให้กระเทียมนอกไหลเข้ามา อย่างผิดกฎหมาย พวกผมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ดูรถขนกระเทียมผ่านหน้าบ้านทุกวัน ด้วยความช้ำใจ เพราะเป็นสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งนั้น เราในฐานะคนในพื้นที่ แล้วก็พี่น้องเกษตรกรที่เขาปลูกกระเทียมเขาดูออกครับ รถผ่านมาเขาเห็นรถเขารู้แล้วว่า คันนี้ไม่ใช่ของบ้านเรามาจากต่างประเทศทั้งนั้น มันมีกระบวนการที่เข้าไปดักอยู่ตาม ด่านศุลกากรทางเหนือรวมถึงทางใต้ด้วย เพื่อที่จะให้มีการนำเข้ากระเทียมโดยหลบเลี่ยง การสำแดงเต็มจำนวน ภาษีที่จะต้องจ่ายจริงอยู่ที่ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ปล่อยให้ไหลเข้ามา เป็นเทน้ำเทท่า มาทุบตลาดของคนไทย วันนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนครับ ก็ขอฝากประเด็น เรื่องกระเทียมกับเพื่อนกรรมาธิการที่จะไปเป็นนะครับ ทางภาคเหนือมีตัวแทนคือท่านละออง ติยะไพรัช กับท่านนิยม ช่างพินิจ ของพรรคเพื่อไทย ก็ไปเป็นตัวแทนก็ฝากไปพิจารณา ในเรื่องของปัญหากระเทียมด้วย

ในส่วนของภาพรวมการแก้ไขปัญหาราคาเกษตรนั้นท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการรับทราบถึงปัญหา ถ้าหากรัฐบาลชุดปัจจุบัน ปฏิบัติเหมือนเช่น ๕ ปีที่ผ่านมา มีคนร้องเรียนตะคอกใส่ มีคนบ่นปรับทัศนคติ ยื่นหนังสือ ไม่รับ ผมรับประกันเลยครับ ถ้าท่านไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของปัญหาท่านไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ วันนี้ก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกสะท้อนเสียงไปยังรัฐบาลที่กำลังจะตั้งกันอยู่นี่นะครับ ว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนทุกประเภทสินค้าเกษตร นอกจากนั้นการทำอะกริคัลเจอรัล คาเลนดาร์ (Agricultural calendar) ก็คือปฏิทินการเกษตรก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องทำให้ เกิดอย่างจริงจัง เราพยายามทำกันมานานมาก แต่ผมก็ยังไม่เห็นอะไรที่มันเป็นรูปธรรม ที่จับต้องได้ แล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ กลไกของภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเข้าไปดูแลเรื่องราคา เรื่องของการผลิตต่าง ๆ มีจำนวนบุคลากรจำกัด วันนี้ท่านต้องมา มองหาโอกาสใหม่ ๆ มองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการเข้าไปช่วย เช่นกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น เช่นพี่น้องที่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เหล่านี้มีบุคลากรกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งประเทศ แล้วก็สามารถที่จะเป็นมือไม้ให้ท่านได้ในการเข้าไปสำรวจหาข้อมูล หาสิ่งที่ต้องใช้ในการ แก้ไขปัญหาในภาคเกษตรในแต่ละตัว วันนี้แค่ข้อมูลว่าผลผลิตมีจำนวนเท่าไร มีจำนวนเกษตรกรเท่าไร ยังเป็นตัวเลขที่คลุมเครือ เพราะข้าราชการในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีหน้าที่ดำเนินการเองมีจำกัด จริง ๆ อันนี้ผมเข้าใจได้ ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนั้นแล้ววันนี้ต้องฝากรัฐบาลที่กำลัง จะเกิดขึ้นว่า ท่านเลิกเถอะครับสิ่งที่ท่านเรียกว่า ประชารัฐ ประชารัฐของท่านนี่นะครับ เป็นการเอื้อกับเอกชนรายใหญ่ ใน ๔-๕ ปีที่ผ่านมาไปหวังว่าเราอุดหนุนเขาที่เป็นรายใหญ่ เขาจะมาช่วยเกษตรกรรายย่อย ๆ เป็นรายบุคคล เพื่อให้อยู่ดีกินดี หลักเศรษฐศาสตร์ ๑๐๑ แบบอนุบาลเลย บริษัทเหล่านี้เขาทำเพื่อกำไรสูงสุด ถ้าเขาจะมาช่วยเกษตรกรรายย่อยบ้าง ก็เป็นเพียงเรื่องที่เขาเรียกว่า ซีเอสอาร์ (CSR) คือทำเพื่อภาพลักษณ์ขององค์กรเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าวันนี้เรายังหวังว่าเราไปอุดหนุนรายใหญ่แล้ว แล้วเขาจะมาช่วย รายเล็กก็คงต้องรออีกนาน สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาเห็นได้ชัดครับ บางครั้งเขามาช่วยภาครัฐ สนับสนุนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เพื่อการแลกเปลี่ยน เพื่อกำไรที่สูงกว่า สุดท้ายก็มีการเจรจา ต่อรอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถไฟความเร็วสูง ได้ยินนะครับท่านประธาน ท่านก็ได้ยิน เหมือนผม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องของกำไรเท่านั้น ท่านหันไปมองในมิติอื่นครับ วันนี้อยากจะฝาก เป็นต้นว่าตลาดกลาง ท่านประธานที่เคารพ สินค้าการเกษตรของไทยกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไหลผ่านช่องทางเดียวกัน นั่นก็คือตลาดการค้าขายในแต่ละจังหวัด ซึ่งแต่ละ จังหวัดส่วนมากก็จะมีตลาดกลางการค้าขายเพียง ๑ หรือ ๒ เท่านั้น ตลาดกลางเหล่านี้ จะเป็นที่รวบรวมสินค้าเกษตรเพื่อผ่าน ทอยไปยังตลาดย่อยต่าง ๆ ตามชุมชน ท่านประธานครับ เมื่อมันมีจำกัดด้วยจำนวน การที่ภาครัฐจะเข้าไปดูแลกำกับเพื่อที่จะช่วยสนับสนุน ในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ราคาผลผลิตของเกษตรกรดีขึ้น มันก็เป็นไปได้ ท่านประธาน ไม่มีทางที่จะส่งบุคลากรของภาครัฐลงไปยังตลาดย่อยทั่วประเทศ ซึ่งมีเรือนหมื่นเรือนแสนได้ ท่านประธานไม่มีทางที่จะยื่นมือเข้าไปหาเกษตรกรที่สวนที่ไร่ของเขา มีเป็นล้านยูนิต (Unit) มีเป็นล้านคน ล้านสวน ท่านไม่มีทางทำได้ วันนี้สิ่งที่ท่านต้องทำก็คือหาจุดที่ท่านสามารถ ที่จะเข้าไปกำกับกลไกตลาดได้บ้างบางส่วน ผมลองเสนอว่าลองหันไปมองตลาดกลาง ในแต่ละจังหวัดดูว่าเราสามารถที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเกษตรกรผ่านกลไกเหล่านี้ได้หรือไม่ เพราะสินค้าเกษตรมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ผ่านตลาดเหล่านี้ในแต่ละจังหวัด

ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกที่จะเป็นกรรมาธิการนะครับ ต้องเร่งรัดให้ภาครัฐเข้าไปกำกับในส่วนของล้ง ในส่วนของการเกี๊ยวในประเทศให้ปราศจาก การเอารัดเอาเปรียบ ล้งที่มาจากต่างประเทศหลายครั้งในปัจจุบัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมาถึงแล้ว ในปีแรก ๆ ก็รับซื้อสินค้าเกษตรของเราอย่างเต็มที่ เมื่อเกี่ยวติดแล้วทุบราคา พี่น้อง เกษตรกรเดือดร้อน สิ่งเหล่านี้ภาครัฐหันหลังไม่ได้ครับ ต้องก้าวเข้าไปเพื่อที่จะช่วยเหลือ ระบบการเกี๊ยวเกิดจากอะไร ก็เกิดจากพี่น้องเกษตรกรไม่มีเงินทุน สุดท้ายก็มีคนเสนอว่า เอาหรือไม่ เอาพันธุ์ เอาปุ๋ย เอายาไปใช้ก่อน แล้วเมื่อขายสินค้ามาหักราคากัน สุดท้ายมากดราคา พี่น้องเกษตรกรก็จำใจยอมขายในราคาต่ำ นี่คือวัฏจักรที่เกิดขึ้น วันนี้หากภาครัฐไม่เข้าไป แทรกแซงกำกับดูแลอย่างเข้มงวด พี่น้องเกษตรกรไม่มีอนาคตครับ วันนี้ผมมาอภิปราย ทั้งหมดขอสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการเพื่อที่จะศึกษาราคาพืชผลการเกษตรของ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ขอบพระคุณครับ