ประสงค์ ชี้ปัญหาราคายางไม่โปร่งใส เรียกร้องปฏิรูปการยาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ประสงค์ บูรณ์พงศ์ หารือปัญหาความไม่โปร่งใสในการกำหนดราคายางพาราระหว่างการยางแห่งประเทศไทย พ่อค้า 5 เสือ และเกษตรกร พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพื่อความเป็นธรรมในอุตสาหกรรมยาง และเน้นย้ำถึงปัญหาการทุจริตในรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะการยางแห่งประเทศไทย จึงเสนอให้ภาครัฐเข้าควบคุมอย่างเข้มงวดและผลักดันความโปร่งใสในการบริหารงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ พรรคเสรีรวมไทย แบบบัญชีรายชื่อนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ผลผลิตที่สำคัญก็คือ ข้าว ยางพารา ซึ่งสามารถ ปลูกยางได้เกือบทุกจังหวัดของประเทศไทยจึงมีความสำคัญมาก ประเทศไทยของเรานั้น มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับยางก็มีอยู่ ๓ องค์กรด้วยกัน องค์กรที่ ๑ ก็คือการยางแห่งประเทศไทย องค์กรที่ ๒ ก็คือผู้ซื้อจากเกษตรกรแล้วไปขายต่างประเทศ องค์กรที่ ๓ ก็คือเกษตรกร ที่ปลูกยางนั่นเองนะครับ ถ้าพูดถึงการยางแห่งประเทศไทยนั้นก็เป็นองค์กรที่ใหญ่มาก เป็นรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่จริง ๆ มีข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ถึง ๒,๖๐๐ กว่าคนในเดือนมีนาคม แล้วก็มีบอร์ด (Board) มีคณะกรรมการ มีผู้ว่าการ แล้วใช้เงินจากไหนล่ะครับ ก็ใช้เงินจาก งบประมาณที่ได้จากเกษตรกรสวนยางนั่นละครับ ยางราคาจะเท่าไรก็ตามก็ถูกหักไป กิโลกรัมละ ๒ บาท ไม่ว่าจะเป็น ๒๐ บาท ๕๐ บาท หรือ ๑๑๐ บาท เงินจำนวนนี้ ที่ไปบริหารเพื่อช่วยเกษตรกร ซึ่งเงินจำนวนนี้เท่าที่ผมทราบก็มีถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ใช้นะครับ องค์กรที่ ๒ คือองค์กรที่ซื้อยางจากเกษตรกรแล้วก็ไปขายต่างประเทศ องค์กรนี้ก็เป็นองค์กรที่เป็นพ่อค้าไทยที่เราเรียกว่า ๕ เสือ ๕ เสือเหล่านี้ก็มีใครบ้างครับ ท่านประธานที่เคารพ ก็มี ๑. บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ๒. บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด ๓. บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ๔. บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็กซ์ คอร์ปอเรชัน ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ๕. บริษัท เซาท์แลนด์รับเบอร์ จำกัด ในกลุ่ม ๕ เสือ ก็เป็นกลุ่มพ่อค้ายางที่แปลกเหลือเกิน มีความสนิทสนมกับการยางแห่งประเทศไทย เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยคนแรก ไปร่วมทุนค้าขายยางพาราไทย จำกัด โดยมีบริษัทร่วมทุนไปร่วมทุนกับพ่อค้า ๕ เสือนี่ละ จึงทำให้มีการค้าขายที่ค่อนข้างจะได้เปรียบพ่อค้ายาง ก็มีการฮั้วกันใน ๕ เสือนี่นะครับ บางครั้งก็บริษัทนี้ได้ บริษัทโน้นได้ ก็เรียงกันไป ทำให้กดราคาเกษตรกรเป็นอย่างมากทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงมีการกล่าวว่าเมื่อเราขายให้ประเทศจีน ผู้ที่ตั้งราคาไม่ใช่เป็นประเทศจีน กลายเป็น ๕ เสือเหล่านี้ละครับ ก็ทำให้เกษตรกรของเราลำบากมาก กลุ่มที่ ๓ ก็คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางทั่วประเทศ พูดกันง่าย ๆ ก็เกือบจะทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคอีสานก็เท่า ๆ กับภาคใต้ ภาคอีสานมี ๒๐ จังหวัดเลย ปลูกถึงประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ภาคเหนือประมาณ ๘๖๗,๐๐๐ ไร่ ภาคกลางกับภาคตะวันออก ๑๕ จังหวัด ก็ ๒,๕๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ภาคใต้ ๑๔ จังหวัด ก็ประมาณ ๑๑ ล้านไร่ ก็รวมกันถึง ๑๘,๗๖๐,๒๓๑ ไร่ ซึ่งพูดกันง่าย ๆ ว่าเกษตรกรทั้งประเทศปลูกยางเหมือนข้าวเลยครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ภาคประชาธิปไตย หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราที่จะต้องสนใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพอดีผมอยู่ พรรคเสรีรวมไทย ซึ่งมี ๖ หยุด หยุดแรกก็คือหยุดความยากจน เรื่องนี้ต้องติดตาม อย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาให้ชาวเกษตรกรสวนยางให้ได้ นั่นคือความยากจนของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพ การยางแห่งประเทศไทย อย่างที่ว่านั้นเป็นรัฐวิสาหกิจที่ยิ่งใหญ่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ว่าการคนแรกไปร่วมทุน ยางพาราไทย จำกัด โดยทำให้ก่อเกิดอะไรบ้างล่ะครับ ทำให้การค้ายางที่ส่งไปสู่ประเทศซื้อยางในราคาที่ถูกลงกว่าราคาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ราคากลางของตลาดราคากลางทั้ง ๖ แห่ง หรือซื้อขายล่วงหน้าผ่าน ทีเฟกซ์ (TFEX) นะครับ ซึ่งในความต้องการของตลาด เมื่อตลาดมีความต้องการมากราคายางย่อมจะสูงขึ้นใช่ไหมครับ ท่านประธาน แต่ในความเป็นจริงแล้วราคายางกลับแปรผันกับความต้องการในตลาด เนื่องจากความไม่โปร่งใสในการกำหนดราคายางในประเทศไทย ก็ทำให้ทั้ง ๕ บริษัท ได้เปรียบพ่อค้าเกษตรกรทั้งหลาย นี่เป็นปัญหาแรกนะครับ

ปัญหาที่ ๒ ก็คือเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรนี้ มันแปลกครับ ในองค์กรที่เป็นไม่ได้รับการควบคุมอย่างจริงจัง จะมีคอร์รัปชันตลอดเวลา การยางเป็น รัฐวิสาหกิจอย่างหนึ่งใน ๕๖ รัฐวิสาหกิจ ในประเทศของเรารัฐวิสาหกิจนั้นลงทุนโดยรัฐบาล แต่ผู้บริหารก็เป็นคนนอกที่ไปบริหาร ผิดกับบริษัทนะครับ บริษัทจะไปบริหารต้องลงทุนเอง ไปเป็นผู้จัดการ ไปเป็นอะไรก็แล้วแต่ ต้องบริหารเอง แต่ประเทศของเราลงทุนโดยประเทศไทย โดยกระทรวงการคลัง แต่ผู้บริหารเป็นคนที่ไม่ได้ลงทุน เพราะฉะนั้นรัฐวิสาหกิจทุกครั้ง มันจึงขาดทุนบ้าง กำไรก็มาแบ่งกันเองแทนที่จะไปถึงรัฐก็น้อยมาก อันนี้เรียนตรงไปตรงมา พูดกันตามหลักภาษาชาวบ้านเขา เพราะฉะนั้นสิ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในรัฐวิสาหกิจของเราจึง ล้มระเนระนาดกันไปหมด ผมให้นักวิชาการของผมไปศึกษารัฐวิสาหกิจในประเทศจีน ก็ปรากฏว่าเขามีการควบคุมอย่างใกล้ชิดนะครับ และโทษรุนแรงมากถ้ามีการคอร์รัปชัน หรือฉ้อฉลภายในองค์กรรัฐวิสาหกิจนั้น ถึงขั้นประหารชีวิตเลยครับท่านประธานที่เคารพ รุนแรงมาก ผมก็เคยถามว่าแล้วใครควบคุม เขาบอกว่าฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองคือใคร ฝ่ายเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของเขาควบคุมครับ ผมก็ไปถามว่าถ้าฝ่ายเขาโกงล่ะ ฉ้อฉลล่ะ ก็ถูกประหารชีวิตเหมือนกัน ฉะนั้นจะเห็นว่าฝ่ายการเมืองเขาเป็นฝ่ายควบคุม เพราะอะไร รู้ไหมครับ เพราะฝ่ายการเมืองได้ใกล้ชิดประชาชน ผมจึงเรียนท่านประธานที่เคารพว่า บ้านเราเป็นประชาธิปไตยแล้ว ฝ่ายการเมืองเป็นฝ่ายประชาชน ก็ต้องควบคุมให้ได้ มันแปลกครับในตรงข้ามรัฐวิสาหกิจบ้านเรา ผมเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เราไม่สามารถจะคุมองค์การเภสัชได้ เขาบอกว่านักการเมืองไม่เกี่ยวอย่ามายุ่ง ผมเคยเป็น รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ไปควบคุมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่ได้ เพราะว่าเป็นนักการเมือง ยุ่งไม่ได้ มีการประมูลการฉ้อฉลอย่างมากมาย แต่ไม่สามารถที่จะกระทำอะไรได้ นี่คือการควบคุมที่ต่างจากประเทศที่เขาดำเนินการมานานแล้วอย่างที่กระผมทราบ อย่างในประเทศจีนนั้นเขาควบคุมจริงจังและไม่ให้เกิดขึ้น เขาแบ่งรัฐวิสาหกิจเป็นอย่างนี้ครับ ถ้ารัฐวิสาหกิจที่ใช้เงินมาก เขาก่อให้เกิดหลาย ๆ รัฐวิสาหกิจเพื่อแข่งขันกัน เช่น เรื่องของ กิจการน้ำมัน เรื่องของแสงแดด เรื่องของพวกนี้นะครับ เขาให้บริษัทหลาย ๆ บริษัทแข่งขันกัน อันไหนเจ๊งก็เจ๊งไป เขาไม่ยอมที่จะเอาเงินไปชดเชยหรอกครับ ที่ไหนดีก็ดีไป เขามองประชาชน เป็นส่วนใหญ่ นี่คือประเทศที่เขาทำมานานแล้ว ก็เป็นสิ่งซึ่งน่าศึกษาสำหรับเขาเหมือนกันนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ประเทศเราเช่นเดียวกัน ในเรื่องการฉ้อฉลนั้นมีมากนะครับ ในวงการยาง มันมีเมื่อในรัฐบาลชุดที่แล้วที่ผ่านนะครับ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ได้มีการเผยแพร่ ข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นแชร์ไปมาก ๆ หรือเป็นโซเชียล มีเดีย (Social Media) คือมีการบริหาร ที่ผิดพลาด ก็มีการฟ้องร้องทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีหลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับผู้บริหาร ที่โกงเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นซื้อปุ๋ย ไม่ว่าจะเป็นฉ้อฉลทั้งหลาย และมีการเสนอให้ปลด ประธานบอร์ด (Board) คณะบอร์ด (Board) นี่โกงหมดเขาว่าอย่างนั้นนะครับ ว่าโดยใคร ว่าโดยสหภาพแรงงานซึ่งเป็นของการยางนั่นละ โดยนักเกษตรกรรมการยางทั้งหลาย ก็ไม่ยอมในเรื่องนี้ เขาบอกว่าเรื่องนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน แต่ก็เงียบหายไปครับ ซึ่งน่าเสียดายครับท่านประธาน เพราะรัฐบาลที่แล้วมีอำนาจเหลือล้น มี ม. ๔๔ มีทุกอย่าง อำนาจกฎหมาย อำนาจทางกองทัพ แต่ไม่สามารถจะแก้ปัญหาอันนี้ได้ ผมก็ไม่เข้าใจ จะแก้ได้หรือไม่ได้ก็ไม่รู้ แต่เป็นการเปรียบเทียบนะครับว่าถ้าเป็นเผด็จการอำนาจนิยมเมื่อไร สิ่งเหล่านี้แก้ไม่ได้หรอกครับ ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเมื่อไรมาเป็นอำนาจของประชาชน ผมเชื่อว่า ช่วยได้ ผมจึงฝากคณะกรรมาธิการที่จะไปศึกษาเรื่องนี้ได้ศึกษาอย่างจริงจัง การศึกษาเรื่องนี้ ศึกษามามากครับ ตลอดที่ตั้งมาไม่ว่าจะในรัฐบาลก็พยายามแก้ไข และทุกครั้งก็มีญัตติ ตั้งกรรมาธิการอย่างนี้ ผมอยู่มา ๑๑ สมัยแล้วก็อย่างนี้ละครับ แต่ก็ไม่ได้เกิดผลอะไร ก็แสดงว่าการแก้ไขไม่จริงจังนะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผ่านมายิ่งไม่จริงจังใหญ่ เป็นประชาธิปไตยของคนส่วนน้อยไม่ใช่คนส่วนใหญ่ บัดนี้บ้านเมืองของเราเป็นประชาธิปไตย ที่เต็มที่แล้วท่านประธาน ก็ฝากนักการเมืองทั้งหลายได้ช่วยกันเรื่องนี้ ท่านจะเป็น คณะกรรมาธิการศึกษาก็ศึกษาไป ในฐานะที่กระผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ ขณะนี้ ก็อยู่ฝ่ายค้านด้วย พรรคเสรีรวมไทยก็มีนโยบายที่รุนแรงที่สุดคือ หยุดความยากจนและหยุด คอร์รัปชัน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธาน เราจะเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดและยังสู้ อย่างสุดฤทธิ์เพื่อให้แก้ไขปัญหาทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อฉลในองค์กร ไม่ใช่เฉพาะ การยางเท่านั้น รัฐวิสาหกิจอื่น ๆ ก็เช่นกัน เราจะสู้ เราจะเฝ้าอย่างใกล้ชิดในพรรคร่วมฝ่ายค้าน ของเราเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้จงได้ ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ